29thFebruary

29thFebruary

29thFebruary

 

January 24,2020

ผู้ว่าฯสั่งปิดโรงงานปลาหมึก ปล่อยน้ำเสียเหม็นทั้งชุมชน

โวยโรงงานปลาหมึกปล่อยน้ำเสียลงท่อระบายน้ำในชุมชนนานนับเดือน ชาวบ้านนับพันได้รับผลกระทบ วอนหน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ปัญหาด่วน ด้านพ่อเมืองสั่งปิด พร้อมส่งเทศบาลตรวจสอบเข้ม เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ย้ำชัดผิดคือผิด ไม่มีละเว้นและผ่อนผัน

ตามที่เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนในเขตตำบลเมืองเก่าจำนวนกว่า ๑๐๐ คน รวมตัวกันบริเวณหน้าหมู่บ้านศิริรัตน์ ๒ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ปัญหาให้กับคนในชุมชนเป็นการเร่งด่วนหลังได้รับผล กระทบจากการที่โรงงานจำหน่ายอาหารทะเลมีการทิ้งน้ำล้างสิ่งปฏิกูล และน้ำเสียจากการล้างอาหารทะเลลงในท่อระบายน้ำของชุมชน ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนได้รับเดือดร้อนจากกลิ่นและแมลงวันอย่างมาก อีกทั้งน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมานั้นยังคงไหลลงทุ่งนาของเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้ประชาชนที่มารวมตัวกันนั้นทุกคนต่างพากันสวมใส่หน้ากากอนามัย มาทำการชี้จุดที่โรงงานนั้นปล่อยน้ำเสียลงมา รวมทั้งพาสื่อมวลชนเดินสำรวจบ้านที่ดัดแปลงเป็นโรงงานจำหน่ายอาหารทะเล ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา และสำรวจท่อระบายน้ำตามแนวถนน ซึ่งพบว่า เมื่อโรงงานดังกล่าวมีการทิ้งน้ำเสียลงมาแล้วได้ไหลลงมารวมกับท่อระบายน้ำของชุมชน ก่อนที่จะไหลมาตามท่อระบายน้ำของหมู่บ้าน จากนั้นไหลทะลักออกตามจุดพักหลายจุดลงไปในทุ่งนา ทำให้มีกลิ่นเน่าเสียและกลิ่นคล้ายสารเคมี คละคลุ้งไปทั่ว อีกทั้งน้ำยังมีสีดำและมีแมลงวันตอมอยู่ทั่วทั้งบริเวณ

นายอัญชนะ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย อายุ ๖๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๕๑/๗ หมู่ ๑๕ บ้านศิริรัตน์ ๒ ต.เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น  กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ ซึ่งต้นเหตุเกิดจากการที่บ้านหลังดังกล่าวที่อยู่ด้านหน้าหมู่บ้านศิริรัตน์  ได้ดัดแปลงเป็นโรงงานขนาดเล็กเพื่อจำหน่ายอาหารทะเล ได้ทำการชำระล้างสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะน้ำที่ใช้ในการล้างอาหารทะเล ที่ไม่ทราบว่าใช้อะไรในการล้างหรือดำเนินกิจการบ้าง ซึ่งเมื่อทำการล้างอาหารทะเลเสร็จก็จะเทน้ำจำนวนมากลงมาตามท่อระบายน้ำ โดยน้ำทั้งหมดไหลมาตามท่อระบายน้ำของหมู่บ้านตลอดเส้น ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และเมื่อมีปริมาณน้ำมากก็จะไหลออกจากท่อระบายน้ำและบ่อพักลงมาที่ทุ่งนาของชาวบ้าน ซึ่งวันนี้ก็ยังเห็นว่าน้ำที่ปล่อยทิ้งมานั้นลงทุ่งนาของชาวบ้านมีสีดำไปหมด รวมทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นอย่างมากจนชาวบ้านทนไม่ได้ต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาและดูแลสุขภาพของตนเองในเบื้องต้น

“บ้านผมอยู่ติดกับบ้านที่ทำเป็นโรงงานดังกล่าว ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีการพูดคุยกันตลอด แต่โรงงานก็ไม่ได้แก้ไข กระทั่งวันนี้คนในชุมชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อลมพัดมาก็จะพัดเอากลิ่นเหม็นเน่าจากน้ำที่ล้างอาหารทะเล ไม่ทราบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีด้วยหรือไม่ คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งหากนับรวมที่ประชาชนได้รับผลกระทบนั้นไม่น้อยกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือน รวมกว่า ๑,๐๐๐ คนที่ต้องดมกลิ่นเน่าเสียของน้ำที่โรงงานนี้ทิ้งออกมา ซึ่งต้องดมกลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นคล้ายสารเคมีอย่างนี้แทบทุกวัน โดยที่ผ่านมามีการแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานภาครัฐแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป วันนี้ชาวบ้านที่ทนไม่ไหวจึงมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เนื่องจากหลายคนติดป้ายขายที่ดินกันแล้ว และโรงงานก็มีแผนจะขยายกิจการ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนในเขตเมืองเก่า จึงอยากให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วน และวางแผนถึงการแก้ไขในระยะยาวระหว่างชุมชนกับโรงงานอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย” นายอัญชนะ กล่าว

ทางด้านนายดำ (นามสมมติ) อายุ ๗๐ ปี เจ้าของโรงงาน กล่าวว่า ครอบครัวทำกิจการปลาหมึกกรอบ และขาไก่ ส่งร้านค้าต่างๆ ในเขตจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเทน้ำที่ล้างอาหารทะเลลงตามท่อระบายน้ำของหมู่บ้าน โดยไม่รู้ว่าท่อระบายน้ำนั้นไม่มีทางไป กระทั่งส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชน

“ผมทำกิจการเล็กๆ ในครอบครัว ไม่ได้จ้างใคร เมื่อทราบว่าเพื่อนบ้านเดือดร้อนก็เลิกแช่ปลาหมึกมาร่วม ๒ สัปดาห์แล้ว โดยปรับเป็นการรับปลาหมึกและขาไก่มาจากที่อื่น เพื่อมาแพ็คแยกใส่ถุงและส่งให้กับลูกค้า ซึ่งลูกสาวอยู่ในระหว่างการยื่นเรื่องขออนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขเพื่อทำโรงล้าง โรงแช่ และบ่อบำบัดน้ำเสีย ตามระเบียบและขั้นตอนต่อไป ขณะที่กระสอบบรรจุปลาหมึกแห้งที่จะนำมาทำเป็นปลาหมึกกรอบที่วางอยู่หน้าบ้านนั้น จะนำส่งคืนบริษัทฯ ต่อไป เนื่องจากครอบครัวยุติการแช่และชำระล้างปลาหมึกแล้ว” เจ้าของโรงงาน กล่าว

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๓๐ น. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตลอดทั้งวันในวันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลเมืองเก่า ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านศิริรัตน์ ๒-๓ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหา กรณีชาวบ้านกว่า ๑๐๐ คนได้รวมตัวกันหลังเกิดเหตุโรงงานอาหารทะเลทิ้งน้ำชะล้างสิ่งปฏิกูลและน้ำล้างอาหารทะเล ลงในท่อระบายน้ำของชุมชนจนทำให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นเน่า ซึ่งจากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวมีการดัดแปลงสภาพบ้านพักให้กลายเป็นสถานที่จำหน่ายปลาหมึกกรอบ สไบนาง ไส้หมู และขาไก่ โดยยังไม่ถึงเปิดเป็นโรงงาน เนื่องจากมีแรงงานเพียง ๕ คน ดังนั้นจึงอยู่ในอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ที่ต้องเข้าไปกำกับควบคุม ซึ่งจากการทำงานร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมจังหวัด และเทศบาลตำบลเมืองเก่า ในฐานะเจ้าพนักงานปกครองท้องที่ ได้ทำการตรวจสอบพบว่า มีการขออนุญาตดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง

“ผมได้สั่งปิดบ้านหลังที่ทำการลักลอบจำหน่ายอาหารทะเลและดำเนินการที่ผิดต่อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันนี้ และให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งให้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพราะผมไม่ยอมให้สถานประกอบการใดที่กระทำการโดยผิดกฎหมายและเป็นผลต่อชุมชนในภาพรวม ดังนั้น ขอให้คนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบนับพันคนนั้นอดใจรอสักนิด และขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ทำงาน โดยตลอดวันนี้และจนกว่าเรื่องนี้จะแล้วเสร็จ คณะทำงานจะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานของสถานประกอบการแห่งนี้ทุกวัน เพื่อให้สถานประกอบการและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าว

นายสมศักดิ์ จังตระกุล กล่าวต่ออีกว่า เทศบาลตำบลเมืองเก่า ได้นำรถบรรทุกน้ำไปทำการล้างท่อระบายน้ำของชุมชนทั้งเส้น  รวมทั้งการใช้แรงดันน้ำชำระล้างบ่อพัก ทั้งยังใช้สารจุลินทรีย์หรือ EM ใส่เข้าไปในบ่อพักและตามแนวท่อระบายน้ำเพื่อดับกลิ่นและสลายสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงย้ำเตือนผู้ประกอบการในลักษณะดังกล่าวที่จะต้องขออนุญาตประกอบกิจการให้ถูกต้อง ซึ่งหากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไม่มีละเว้น

 

 

 ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๒ วันพุธที่ ๒๒ - วันอังคารที่ ๒๘ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 


164 7810