5thJuly

5thJuly

5thJuly

 

February 15,2020

ย้อนรอย‘กราดยิงโคราช’ ปมธุรกิจสู่โศกนาฏกรรม ล้างเลือด ๕ วันเปิด ๑๓ กพ.

ลุ้นระทึกทุกวินาทีกับเหตุ “กราดยิงโคราช” จากการล้างแค้นสู่โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ใน      เทอร์มินอล ๒๑ โคราช นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ใช้เวลากว่า ๑๘ ชั่วโมง ระงับเหตุและวิสามัญคนร้าย แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่เชื่อว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จะติดตรึงอยู่ในใจชาวโคราชไม่ลืมเลือน... ‘ปูเป้’ หญิงเหล็กประกาศเปิด ๑๓ ก.พ.นี้

ลุ้นระทึกทุกวินาทีกับเหตุการณ์ “กราดยิงโคราช” จากการล้างแค้นสู่โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ในศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า ๑๘ ชั่วโมง เพื่อระงับเหตุโดยวิสามัญคนร้ายได้ในที่สุด แต่เชื่อว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จะติดตรึงอยู่ในใจชาวโคราชไม่ลืมเลือน ‘ปูเป้’ หญิงเหล็กประกาศเปิด ๑๓ ก.พ.นี้

เหตุร้ายเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ สว. (สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุว่า มีเหตุคนร้าย (จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดกรมสรรพาวุธ กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ กองทัพภาคที่ ๒ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์) ยิงผู้อื่นเสียชีวิตที่บริเวณหลังบ้าน บ้านเลขที่ ๑๘๗ หมู่ ๓ บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิต ๑.พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส ผู้บังคับบัญชา จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา และ ๒.นางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยาย พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส ซึ่งมีปัญหาในการประกอบธุรกิจ มีหนี้สินค้างชำระประมาณ ๔ แสนบาท

บุกชิงอาวุธปืน

หลังประกอบเหตุล้างแค้นแล้ว คนร้ายใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ขับออกจากซอยถนนหัก ข้างหมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ริมถนน ๓๐๔ และไปกลับรถบริเวณหน้ากองพันทหารราบที่ ๑ มุ่งหน้ากองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เพื่อแย่งชิงอาวุธปืนจากทหารเวรประจำการ โดยใช้อาวุธยิงทหารเวรจนเสียชีวิต ๑ ราย และได้รับบาดเจ็บอีก ๒ ราย จากนั้นได้ขโมยรถขับเคลื่อนสี่ล้อฮัมวี่ (Humvee) หลบหนีออกบริเวณถนนเลียบกำแพงของกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ เป็นถนนที่อยู่นอกเขตการควบคุมของทหาร จึงทำให้ไม่มีทหารเข้าสกัด โดยเป็นถนนดินแดงพื้นผิวขรุขระตลอดเส้นทาง ซึ่งถนนเส้นนี้จะเชื่อมต่อกับถนนศรีโพธิ์กลาง (หลังค่ายสุรธรรมพิทักษ์)

ต่อมา คนร้ายมุ่งหน้าไปตามถนนศรีโพธิ์กลาง ผ่านบริเวณด้านหลังค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และมุ่งหน้าต่อที่ถนนเถลิงราชย์ ผ่านบริเวณสี่แยกตลาดหนองปรือ และได้จอดรถก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณหลังวัดป่าศรัทธารวม ซึ่งขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เข้าสกัดจับหลายนาย และถูกยิงเสียชีวิตจำนวน ๒ นาย อีกทั้งกระสุนยังไปถูกชาวบ้านใกล้เคียงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

หลบหนีเข้าเทอร์มินอล

จากนั้น เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ผู้ก่อเหตุขับรถมาถึงบริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช โดยระหว่างทางหลบหนียังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา และบริเวณหน้าทางเข้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ แม้ผู้ก่อเหตุมีสภาพจิตใจไม่ปกติ แต่ยังเล่นโซเชียลมีเดีย เปิดเพลงฟังไปด้วยในขณะที่ก่อเหตุ โดยโพสต์ภาพการระเบิดถังแก๊ส บริเวณหลังศูนย์การค้าฯ และโพสต์ข้อความอีกหลายครั้ง อาทิ ยังไงก็หนีความตายไม่พ้นทุกคน ขณะนั้นในศูนย์การค้าฯ มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก ประชาชนส่วนหนึ่งหลบหนีออกมาได้ และส่วนหนึ่งได้หลบซ่อนตามบริเวณต่างๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้พยายามเข้าระงับเหตุ

เวลา ๑๙.๒๐ น. มีรายงานว่า ผุู้ก่อเหตุอยู่บริเวณชั้น ๔ ของศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช พร้อมมีรายงานจากประชาชนที่หลบซ่อนอยู่ข้างในว่า คนร้ายได้จับตัวประกันไว้ประมาณ ๑๖ คน

เหตุเกิดเพราะนายโกงลูกน้อง

เวลา ๑๙.๕๕ น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร กำลังปิดล้อมพื้นที่ เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุร้ายหลบหนีออกจากตัวอาคารศูนย์การค้าฯ และสำรวจพบมีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตแล้วกว่า ๑๐ ราย เบื้องต้นสันนิษฐานว่า จ.ส.อ.จักรพันธ์ หรือจ่าคลั่ง มีความขัดแย้งกับครอบครัวของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส เกี่ยวกับการซื้อขายบ้าน โดย จ.ส.อ.จักรพันธ์ ไปซื้อบ้านจาก พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส ในราคาประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายเงินไปแล้ว แต่ถูกโกงเงินจำนวนนั้นไป ดังข้อความที่คนร้ายโพสต์ลงในโซเชียลว่า “สามศพล้างแค้น นอกนั้นป้องกันตัว” และเน้นว่า “ร่ำรวยมาจากการโกง การเอาเปรียบคนอื่น มันคิดว่ามันจะเอาเงินไปใช้ในนรกรึไง” ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนที่ทำให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ เกิดขาดสติและก่อเหตุร้ายแรงดังกล่าว

หน่วยพิเศษบินตรงโคราช

ในความตึงเครียดนี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ๙๐๔ รอ. นำกำลังหน่วยคอมมานโด ตำรวจมหาดเล็กฯ ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ และในขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปรามจำนวน ๑๒ นาย พร้อมหน่วยอรินทราช ๒๖ หน่วยนเรศวร ๒๖๑ ตำรวจภูธรภาค ๓ และทหารจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังสุรนารี โดยมีอาวุธครบมือ ลงพื้นที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช

รับตัวแม่มากล่อมลูก

เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ “คนล่าข่าวชัยภูมิ” ได้เผยแพร่คลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัวแม่ของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา จากบ้านที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อนำตัวไปเกลี้ยกล่อมลูก โดยทันทีที่แม่ทราบข่าว แม่ร้องให้และร้องถามว่า “จักรพันธ์ เป็นอะไรลูก” มีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยปลอบ และในเวลาเดียวกัน ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ พร้อมกับปิดล้อมพื้นที่ไม่ให้ประชาชนสัญจรผ่านพื้นที่อันตราย

เวลา ๒๑.๒๐ น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์หุ้มเกาะกันกระสุนเป็นกำบัง และเคลื่อนตัวไปที่บริเวณเกาะกลางถนน หน้าศูนย์การค้าฯ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตในช่วงเย็นออกมา ซึ่งขณะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งชุด สันนิษฐานว่าผู้ร้ายยิงออกมาจากบริเวณชั้น ๒ ของศูนย์การค้าฯ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานยอดผู้เสียชีวิตในขณะนั้นอยู่ที่ ๑๖ คน

คนร้ายยังลอยนวล

เวลา ๒๑.๔๐ น. เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ เช่น หน่วยหนุมาน ได้เดินทางมาถึงพื้นที่เป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับเริ่มปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าฯ ซึ่งส่วนหนึ่งหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ยังคงมีประชาชนติดอยู่อีกจำนวนมาก และในเวลา ๒๒.๐๕ น. มีเสียงปืนดังออกมาจากภายในศูนย์การค้าฯ หลายครั้งก่อนจะสงบลง

เวลา ๒๓.๑๐ น. พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าพื้นที่ร่วมประชุมวางแผนปฏิบัติการกระชับพื้นที่ และควบคุมสถานการณ์ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ และคาดว่าได้หนีลงชั้น LG (ชั้นใต้ดิน)

เวลา ๒๓.๔๐ น. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น G ขึ้นไปของศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช ได้เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน ด้าน เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม ได้เผยภาพ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม พร้อมด้วย ทีมหนุมานกองปราบ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก

เวลา ๒๓.๕๐ น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เดินทางมาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รายงานสถานการณ์ว่า ได้รับการยืนยันจาก รพ.มหาราชฯ ว่า มีผู้เสียชีวิต ๒๐ ราย โดยศพทั้งหมดอยู่ที่ รพ.มหาราชฯ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ๓๑ ราย และมีอาการสาหัส ๔ ราย

ขึ้นทมิฬต่อเนื่อง ๙ ก.พ. ๒๕๖๓

เหตุการณ์เดินทางมาถึงเวลา ๐๒.๔๕ น. ผ่านไปกว่า ๑๑ ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ซึ่งในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้เข้ากระชับพื้นที่บริเวณชั้น LG ทำให้มีการปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้าย มีเสียงปืนดังขึ้น ๒ รอบ มีรถพยาบาลเข้าพื้นที่ราว ๕ คัน ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เริ่มทยอยออกมาจากตัวอาคารศูนย์การค้าฯ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย และเสียชีวิต ๑ นาย

เหตุการณ์ยังคงผ่านไปด้วยความระทึกทุกวินาที เจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้า พร้อมกับค้นหาตัวคนร้าย ที่คาดว่าหลบซ่อนอยู่ที่ชั้น LG แต่ไม่ทราบจุดที่หลบซ่อนตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานค่อนข้างลำบาก ซึ่งในเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. มีเสียงปืนดังขึ้นอีกระลอก แต่ในครั้งนี้ไม่พบเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บออกมา

ระบุตำแหน่งคนร้าย

เวลา ๐๖.๓๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน เพื่อใช้ Drone บินค้นหา กระทั่ง Drone ของผู้สื่อข่าวช่อง ๗ ไปพบความเคลื่อนไหวภายในห้องหนึ่งของพื้นที่ซูเปอร์มาเก็ต ๒๔ ชั่วโมง โดยพบว่า ขณะที่บินสำรวจอยู่นั้น จู่ๆ แสงไฟจากในห้องถูกปิดลง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายอยู่ภายในนั้น และได้เริ่มปฏิบัติการณ์วิสามัญคนร้ายในเวลาต่อมา

กระทั่งเวลาประมาณ ๐๙.๐๒ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ได้วิสามัญ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ด้วยการระดมยิงเข้าไปยังห้องที่คาดว่าคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ และสามารถคลี่คลายสถานการณ์ลง ซึ่งในภายหลังได้มีการแถลงข่าว สรุปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้น ๓๐ คน (รวมผู้ก่อเหตุ) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน ๕๘ คน

บินด่วนโคราชตอนจบ

เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และข้าราชการสังกัดกระทรวงต่างๆ เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นขวัญกำลังใจแก่ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกตำหนิจากประชาชนจำนวนมากว่า ไม่เป็นประโยชน์และมีกริยาในการใช้นิ้วส่งสัญลักษณ์ไม่เหมาะสม (มินิฮาร์ท)

สรุปยอดผู้เสียชีวิต

ต่อมา ในเวลา ๒๐.๐๐ น. ณ อาคารตึกผู้ป่วยอุบัติเหตุ ชั้น ๙ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา นายอภิชาต วาที พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร ไชยสอน ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรม จังหวัดนครราชสีมา นายวิสูตร ชัชวาลวงศ์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา พลตรีเกียรติศักดิ์ วิเวก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๑ พ.ต.อ.พงษ์พิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว สรุปสถานการณ์เหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนที่เกิดขึ้น

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ข้อมูลจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ณ เวลา ๑๕.๒๐ น. มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๓๐ คน ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน ๓๐ คน อยู่ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ๒๑ คน รพ.ค่ายสุรนารี ๔ คน รพ.เซ็นต์เมรี่ ๑ คน รพ.กรุงเทพราชสีมา ๓ คน รพ.ป.แพทย์ ๑ คน ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวและกลับบ้านแล้ว ๒๘ คน รวมผู้ประสบเหตุทั้งหมด ๘๘ คน สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น จังหวัดจะดูแลเรื่องการจัดพิธีศพ ที่วัดสามัคคี แต่สำหรับผู้เสียชีวิตที่มาจากต่างจังหวัด ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ดูแลจัดที่พักให้สำหรับญาติผู้เสียชีวิตที่จะเดินทางมาร่วมงานที่กองบิน ๑ ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง ๑๒๐ คน และจะช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ อีก สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้

แผนช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ด้านนายอภิชาต วาที พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๕ เตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยกระบวนการให้ความช่วยเหลือ มีดังนี้ ให้นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสอบถามความต้องการ สัมภาษณ์เก็บข้อมูล ประเมินสภาพปัญหา พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณีและติดตามผลหลังการช่วยเหลือ

สำหรับแผนการให้ความช่วยเหลือและรูปแบบการให้บริการ ๑.กรณีผู้เสียชีวิต เป็นหัวหน้าครอบครัว พิจารณาช่วยเหลือ เป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัว เงินสงเคราะห์เด็ก สำหรับบุตรผู้เสียชีวิตที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ฝึกอาชีพให้กับสมาชิกในครอบครัว ๒.กรณีเด็กและเยาวชนพิจารณาช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาเด็กหรือพิจารณาเข้าร่วมโครงการครอบครัวอุปถัมภ์ ๓.กรณีผู้เสียชีวิตมีบิดา-มารดาสูงอายุ พิจารณาตรวจสอบสิทธิการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ/ทุนฌาปนกิจผู้สูงอายุ ๔.กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บและภายหลังการรักษามีภาวะพิการ พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามสิทธิคนพิการ อาทิ แนะนำการเข้าสู่กระบวนการ ออกบัตรคนพิการ เบี้ยยังชีพคนพิการ การฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ โดยจะมีการมอบสิ่งของจำเป็น เช่น เครื่องอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพให้ด้วย นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมา ยังเปิดรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา ที่ประสงค์จะช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์เทอร์มินอล ๒๑ โคราช ชื่อบัญชี ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์ มินอล ๒๑ โดยจังหวัดนครราชสีมา หมายเลขบัญชี ๖๗๘-๙-๙๗๙๕๑-๔

พระมหากรุณาธิคุณ

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาและความห่วงใย ผู้ประสบเหตุทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และญาติพี่น้อง จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ มาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ และรับทราบสถานการณ์เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ได้แก่พระราชทานพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลศพผู้เสียชีวิต ที่วัดโพธิ์ และวัดสามัคคี อำเภอเมืองนครราชสีมา นอกจากนั้น ยังพระราชทานโรงครัวให้แก่จิตอาสาและผู้ปฏิบัติงานในการฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนชาวจังหวัดนครราชสีมาอย่างหาที่สุดมิได้

จิตอาสาพระราชทาน

ล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช พลเรือเอกปวิตร รุจิเทศ รอง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ประธานในพิธี นำจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. เจ้าหน้าที่และพนักงานศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช กว่า ๓๐๐ คน ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่รอบศูนย์การค้าฯ และในเวลา ๑๑.๐๐ น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช เพื่อรับมอบเงินบริจาคจาก นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ “เสี่ยโป้ อานนท์” จำนวน ๑.๕ ล้านบาท เบื้องต้นมีผู้บริจาคยอดเงินรวมกว่า ๗.๓ ล้านบาท

คปภ.ช่วยเหลือคนเจ็บ-ตาย

ทั้งนี้ ที่เว็บไซต์ของสํานักงานคณะกรรมการ กํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ว่า คปภ. ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ประสบภัย กรณีมีการกราดยิงกลางใจเมืองโคราช เผยตรวจพบมีประกันภัยคุ้มครอง จึงเร่งบูรณาการเพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความสูญเสียและเดือดร้อนอย่างเต็มที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดกรมสรรพาวุธ กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ กองทัพภาคที่ ๒ จังหวัดนครราชสีมา ก่อเหตุสะเทือนขวัญใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิง ทหาร ตำรวจ และประชาชน หลังจากนั้นหลบหนีเข้าไปภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ ซึ่งตั้งอยู่กลางใจเมืองจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมคนร้าย ๓๐ ราย และบาดเจ็บ ๕๘ ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เบื้องต้น เลขาธิการ คปภ. ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสายกลยุทธ์องค์กร บูรณาการการทำงานร่วมกับ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค โดยสำนักงาน คปภ. ภาค ๔ (นครราชสีมา) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามและลงพื้นที่ตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า มีการทำประกันภัยประเภทใดไว้บ้าง เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการนำระบบประกันภัยเข้าไปเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างเต็มที่

เทอร์มินอลฯ มีประกันภัย

เบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. ภาค ๔ (นครราชสีมา) ว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช มีการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย กรมธรรม์เลขที่ ๑๔๐๑๖-๑๑๔-๒๐๐๐๐๑๓๘๔ เริ่มคุ้มครองวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครอง วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยมีสัดส่วนของบริษัทประกันภัยที่ร่วมรับประกันภัย ดังนี้ บมจ.ทิพยประกันภัย ๔๐% บมจ.ฟอลคอนประกันภัย ๒๕% บมจ.อาคเนย์ประกันภัย ๑๕% บมจ.แอกซ่าประกันภัย ๑๐% บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย ๑๐% และ มีการทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (เนื่องจากภัยที่เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน) กรมธรรม์เลขที่ ๑๔๐๕๙-๑๑๔-๒๐๐๐๐๐๔๔๖ เริ่มคุ้มครองวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ รวมทั้งยังมีการทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ไว้กับ บมจ. ชับบ์สามัคคีประกันภัย กรมธรรม์เลขที่ CPL0020608PL-21136 เริ่มความคุ้มครองวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก รวมถึงผู้เช่าภายในอาคารหรือพื้นที่เอาประกันภัย อันเนื่องมาจากความบกพร่อง การประมาทเลินเล่อความผิดพลาดในการดำเนินงานของผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นตามกฎหมาย ในฐานะเจ้าของหรือสถานที่ รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินคดี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อบังคับข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ประกันภัยผู้เสียชีวิต

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีการทำประกันภัย ดังนี้ นางพัชรา จันทร์เพ็ง ทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม (อุ่นใจ) ไว้กับ บมจ.วิริยะประกันภัย เริ่มคุ้มครองวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓ และจัดทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล บัตร Palladium ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย, นางสาวอาริยา กลีบเมฆ ทำประกันชีวิต ไว้กับ บมจ.กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ สิ้นสุดความคุ้มครอง ถึงอายุ ๘๕ ปี และการประกัน สินเชื่อ ไว้กับ บมจ.ไทยประกันชีวิต, นายเอกวิน ยืนทน ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สำหรับสถานศึกษา ไว้กับ บมจ.ชับบ์สามัคคีประกันภัย, พลทหารเมธา เลิศสิริ ทำประกันอุบัติเหตุ ไว้กับ บมจ.เอ็มเอสไอจีประกันภัย, ดาบตำรวจชัชวาลย์ แท่งทอง ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Pearl) ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย, ร้อยเอกศิริวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Pearl) ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย, นายอำนาจ บุญเกื้อ ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Pearl) ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลผ่านธนาคารออมสิน ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย, นายจิรวัฒน์ รัดกลาง ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Pearl) ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย เภสัชกรหญิงนริศรา โชติกลาง ทำประกันแบบเพนชั่น ช้อยส์ แม็กซี่ PN25 ไว้กับ บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) และทำประกันสินเชื่อ ไว้กับ บมจ.ไทยประกันชีวิต นายพีรพัฒน์ พละสาร ทำประกันชีวิตกลุ่ม และประกันอุบัติเหตุ ขยายความคุ้มครองกรณีถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้าย ไว้กับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

ประกันภัยผู้ได้รับบาดเจ็บ

ในส่วนของผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีการทำประกันภัย ดังนี้ เด็กชายเจริญศักดิ์ จำปาทอง ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สำหรับสถานศึกษา ไว้กับ บมจ.วิริยะประกันภัย เริ่มคุ้มครองวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓, นายสิทธิศักดิ์ วาดสูงเนิน ทำประกันอุบัติเหตุ ไว้กับ บมจ.กรุงเทพประกันภัย, เด็กชายธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สำหรับสถานศึกษา ไว้กับ บมจ.วิริยะประกันภัย เริ่มคุ้มครองวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓, พลทหารโชคชัย มูลจันทร์ ทำประกันอุบัติเหตุ ไว้กับ บมจ.เอ็มเอสไอจีประกันภัย, พลทหารอรรถพล วงศ์พล ทำประกันอุบัติเหตุ ไว้กับ บมจ.เอ็มเอสไอจี ประกันภัย, นายทิพยา แก้วพรหม ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (บัตร SMART LIFE) และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย, ดาบตำรวจสามชัย แพเกาะ ทำประกันชีวิตกลุ่ม และประกันอุบัติเหตุ (คุ้มครองการเสียชีวิตและสูญเสียอวัยวะ) ขยายความคุ้มครองกรณีถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้าย ไว้กับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งนั่งอยู่ในรถคันที่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จะได้รับความคุ้มครองการประกันอุบัติเหตุตามเอกสารแนบท้ายตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์อีกด้วย

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ภาค ๔ (นครราชสีมา) สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย และบริษัทประกันภัย ได้เร่งตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้มีการทำประกันภัยส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ ไว้หรือไม่ หากตรวจสอบพบว่ามีการทำประกันภัยประเภทอื่นๆ เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้ ส่วนผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี สำนักงาน คปภ.ภาค ๔ (นครราชสีมา) และ สำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าเยี่ยมและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้แก่ครอบครัวของผู้บาดเจ็บในการตรวจสอบว่าผู้บาดเจ็บมีประกันภัยประเภทอื่นๆ หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อใช้ระบบประกันภัยเข้าไปเยียวยาให้กับผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่

ไม่มีญาติรับศพคนร้าย

หลังจากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญของคนทั้งประเทศจบลง ช่วงบ่ายวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช พบประชาชนทยอยเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกันอย่างต่อเนื่อง โดยนำช่อดอกไม้มาวางและเขียนคำอาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด และกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๓ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการทางกฎหมาย ได้เข้าไปทำความสะอาดพร้อมเก็บซากความเสียหายออกมาไว้ด้านนอก โดยห้ามเข้าไปในชั้น LG อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นจุดที่พบศพคนร้าย ส่วนการติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ญาติของนายสมเกียรติ  วิชชุปัญญาพาณิชย์ ได้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา คงเหลือ จ.ส.อ.จักรพงษ์ ถมมา (คนร้าย) เพียงรายเดียว ซึ่งยังไม่มีญาติมาติดต่อขอมรณบัตรเพื่อนำไปยื่นขอรับศพ

สำหรับศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช นางปพิชญา ณ นครพนม หรือ “ปูเป้” ผู้อำนวยการศูนย์การค้าฯ ประกาศว่า จะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ โดยในเวลา ๐๘.๓๐ น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าด้วย

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๕ วันพุธที่ ๑๒ - วันอังคารที่ ๑๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

432 7811