4thDecember

4thDecember

4thDecember

 

February 21,2020

สภาอบจ.ของบเลือกตั้งเพิ่ม ๓๑ ล. สจ.ขอดูคำสั่งมหาดไทย “ระนองรักษ์”จำยอมถอนญัตติ

ประชุม อบจ.โคราช อนุมัติให้กรมที่ดินสร้างบ้านพักข้าราชการในพื้นที่ตัวเอง ฝ่ายบริหาร อบจ.ขอเงินเพิ่มกว่า ๓๑ ล้าน อ้างมหาดไทยสั่งให้นำไปใช้จ่ายค่าตอบแทนเลือกตั้งท้องถิ่น ด้าน ส.จ.ขอเอกสารยืนยันจาก มท. “ระนองรักษ์” ไม่ชัดเจน ขอถอนญัตติด่วน

เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ห้องประชุมสำนักการช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เปิดประชุมฯ สมัยวิสามัญ สมัยที่ ๑ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ พร้อมด้วยรองประธานสภาฯ นายชวาล พัฒนกำชัย และนายนัฏฐชัยฐ์ ธนกนกนนทณ์ พร้อมด้วยเลขานุการสภาคือ นางสาวจุฑาสันห์ ตั้งตรีวีระกุล ซึ่งมีการประชุมทั้งหมด ๑๐ ระเบียบวาระ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ระเบียบวาระที่ ๔ ญัตติเรื่องขอความเห็นชอบก่อสร้างบ้านพักข้าราชการกรมที่ดินพร้อมก่อสร้างโรงจอดรถภายในพื้นที่บริเวณที่ดินองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา และระเบียบวาระที่ ๙ ญัตติ เรื่องขออนุมัติจ่ายเงินขาดเงินสะสม และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยมีร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.นครราชสีมา นายวิสูตร เจริญสันธ์ และนายประดิษฐ์ กิ่งโก้ รองนายก อบจ.นครราชสีมา และ ส.อบจ.นครราชสีมาเข้าร่วมประชุม ๓๑ คน ทั้งนี้มีหัวหน้าส่วนและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย (ส.อบจ.นครราชสีมา มีทั้งหมด ๔๘ คน ๔๘ เขต แต่มีการลาออกไปสมัคร ส.ส.บางส่วน และบางรายเสียชีวิต)

อนุมัติที่ดินให้สร้างบ้าน

ในระเบียบวาระที่ ๔ ญัตติเรื่องขอความเห็นชอบก่อสร้างบ้านพักข้าราชการกรมที่ดินพร้อมก่อสร้างโรงจอดรถภายในพื้นที่บริเวณที่ดินองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา นายวิสูตร เจริญสันธ์ รายงานว่า “ด้วยสำนักการคลัง ส่วนบริหารงานพัสดุ ได้รับรายงานจากสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช ขอความอนุเคราะห์ขอใช้ที่ดินของ อบจ. ในโฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๐๐๔๐ เล่มที่ ๑๐๑ หน้า ๔๐ ระวาง ๕๔๓๙/๒๒๖๐ เลขที่ดิน ๗๕๒ หน้าสำรวจ ๖ ตำบลจักราช เพื่อก่อสร้างบ้านพักข้าราชการกรมที่ดินพร้อมก่อสร้างโรงจอดรถภายในพื้นที่บริเวณที่ดินของ อบจ. เนื่องจากบ้านพักข้าราชการกรมที่ดิน มีสภาพทรุดโทรม ไม่สามารถเข้าพักได้ และบริเวณบ้านพักเดิม มีพื้นที่คับแคบ จึงต้องการพื้นที่ที่เพียงพอต่อการก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช จึงขอพื้นที่บริเวณข้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรจักราช ในการก่อสร้างบ้านพักดังกล่าว พื้นที่ก่อสร้างบ้านขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ตามแบบมาตรฐานกรมที่ดิน จำนวน ๓๐ หน้า ตามโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช วงเงิน ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อประโยชน์ทางราชการนั้น

“ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ และหนังสือ ที่ กค. (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ ๐๒๐๑๔๗ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรื่องข้อหารือแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ และระเบียบการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุ พ.ศ.๒๕๖๐ กรณีองค์การองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดให้สิทธิ์อันเกี่ยวกับพัสดุใด ถ้าการกระทำดังกล่าวมีเงื่อนไขหรือมีภาระติดพันหน่วยงานราชการบริหารข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะรับเอาพัสดุหรือสิทธิ์นั้นได้ ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภาหน่วยงานบริหารข้าราชการส่วนท้องถิ่น และเป็นไปตามระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๘๐๘.๑/ว๕๐๒ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ กำหนดว่า การให้บุคคลใดใช้ประโยชน์หรือได้รับสิทธิ์ใดใดอันเกี่ยวกับพัสดุประเภทที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาหน่วยงานบริหารข้าราชการส่วนท้องถิ่น อบจ.จึงขอเสนอญัตติเพื่อขอความเห็นชอบ ในการขออนุญาตให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการกรมที่ดินพร้อมก่อสร้างโรงจอดรถ ภายในพื้นที่บริเวณที่ดิน อบจ. ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ตามแบบมาตรฐานกรมที่ดิน จำนวน ๓๐ หน้า เพื่อใช้ประโยชน์ในภารกิจของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช โดยห้ามไม่ให้นำไปหาผลประโยชน์ตามธุรกิจใด จึงขอเสนอญัตติเพื่อให้สมาชิกสภาฯ กรุณาให้ความเห็นชอบต่อไป” ซึ่งในระเบียบวาระนี้ ส.อบจ.ที่เข้าร่วมประชุมมีมติเห็นด้วยทั้งหมด

ขอเงินเลือกตั้งเพิ่ม ๓๑ ล.

สำหรับ ระเบียบวาระที่ ๙ ญัตติ เรื่องขออนุมัติจ่ายเงินขาดเงินสะสม และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น นายวิสูตร เจริญสันธ์ รายงานว่า “เรื่องขออนุมัติจ่ายเงินขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ด้วยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๘.๒/๑๕๐ ลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๓ และวิทยุสื่อสารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๘.๔/ว๓๒๐ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ แจ้งแนวทางปฏิบัติให้ อบจ.เตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. และสำรวจข้อมูลการเลือกตั้งตามระเบียบ ฉะนั้นกรรมการการเลือกตั้ง ก็จะทำการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อ พ.ศ.๒๕๖๒ อบจ.จึงได้ตั้งงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง ๑๐๑,๖๖๔,๓๐๐ บาท อบจ.ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.๒๕๖๓ จำนวน ๗๐ ล้านบาท อบจ.จึงต้องหางบประมาณเพิ่มเติมในส่วนงบประมาณที่ขาดเหลือ จำนวน ๓๑,๖๖๔,๓๐๐ บาท  แต่เนื่องจากขณะนี้เป็นต้นปีงบประมาณที่ตั้งจ่ายเอาไว้ตามแผนงาน และโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่สามารถโอนงบประมาณเหลือจ่ายมาตั้งจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งได้ ประกอบกับปัจจุบัน อบจ.มีเงินสะสมที่เก็บรักษาไว้เพียงพอต่อการนำมาใช้จ่ายในการเลือกตั้งได้ 

นายวิสูตร เจริญสันธ์ อ่านรายงานอีกว่า “ตามข้อมูลเงินสะสมของ อบจ. มีรายละเอียดดังนี้ ๑.อบจ.มีเงินสะสมที่นำมาใช้จ่ายได้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ หลังจากตรวจสอบยอดเงินและหักเงินสะสมที่ต้องส่งฝากกองเงินทุนสะสมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (กสอ.) จำนวน ๑,๖๘๔,๗๔๒,๕๗๙ บาท ๒.สำรองจ่ายเงินสะสมที่อนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่ได้เบิกจ่าย จำนวน ๑๖๐,๐๓๓,๐๐๐ บาท ๓.สำรองจ่ายบุคลากรตามความจำเป็นไม่น้อยกว่า ๖ เดือน จำนวน ๖๐๐ ล้านบาท ๔.สำรองกรณีสาธารณภัยไม่เกิน ๑๐% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน ๑๖๐ ล้านบาท และ ๕.คงเหลือจำนวนที่สามารถนำไปใช้จ่าย จำนวน ๕๐๗,๘๐๗,๐๗๙.๙๗ บาท” 

อบจ.ขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม จำนวน ๓๑,๖๖๔,๓๐๐ บาท มาตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง รายจ่ายค่าตอบแทนบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง ประมาณไว้เกินจำนวน ๓๖,๗๕๖,๙๑๘ บาท ใช้จริงตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนใหม่ ในระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ จำนวน ๖๘,๔๒๑,๒๑๘ บาท จึงขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมส่วนที่ไม่เพียงพอ จำนวน ๓๑,๖๖๔,๓๐๐ บาท เพื่อจ่ายค่าตอบแทนบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง รายละเอียดตามใบประกาศค่าใช้จ่ายที่เสนอ”

“ระเบียบวิธีปฏิบัติ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจ่ายเงินและรับเงินการเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การตรวจเงิน ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๗ แก้ไขฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๖๑ ข้อ ๘๙/๑ ในกรณีที่มีภารกิจตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย และจำเป็นต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ กรณีมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอ ไม่ต้องด้วยเงื่อนไขการใช้จ่ายสะสมหรือเงินทุนสำรองสะสมตามข้อ ๘๗ และข้อ ๘๙ ปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจมีอำนาจยกเว้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายเงินสะสมหรือเงินทุน และเงินทุนสำรองเงินสะสมได้ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีงบประมาณใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ จึงเสนอต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขออนุมัติ” นายวิสูตร เจริญสันธ์ อ่านรายงาน

สจ.ถามหาความชัดเจน

 นายสมพร จินตนามณีรัตน์ ส.อบจ.อำเภอโนนสูง อภิปรายว่า ในญัตตินี้ เป็นญัตติที่สำคัญ จะเห็นว่า โต๊ะหรือเก้าอี้ตัวละ ๑-๒ หมื่นบาท ก็จะต้องมาขออนุมัติสภา ที่สำคัญสภากำลังจะอนุมัติเงินจำนวนกว่า ๓๑ ล้านบาท ซึ่งตัวผมติดใจในหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ในรายละเอียดเรื่องเงินสำรองที่กล่าวมานั้นถูกต้องตามระเบียบหมด หากย้อนกลับไปในระเบียบวาระให้ที่ดินสร้างบ้านพักของข้าราชการกรมที่ดิน จะเห็นว่ามีหนังสือชี้แจงจากสำนักงานงบประมาณในการขอก่อหนี้ผูกพัน แต่ในระเบียบวาระที่ ๙ นี้ โดยเฉพาะระเบียบวิธีปฏิบัติ ที่บอกว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจมีอำนาจให้ยกเว้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายเงินสะสมหรือเงินทุน ตรงจุดนี้ใช้คำว่า อาจ...ไม่ได้ ซึ่งผมเห็นด้วยที่เราจะต้องมีการสำรองเงินไว้เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง แน่นอนว่าฝ่ายบริหารก็ต้องหนักใจว่า จะไปเอาเงินมาจากไหน แต่การที่จะนำเรื่องนี้เข้ามาในสภาและไม่มีหนังสือสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ใช้เงินสะสม อย่างเช่นเมื่อครั้งที่ของอนุมัติเงินสะสมไปทำถนน ฝ่ายบริหารก็มีหนังสือมาชี้แจง จะเป็นไปได้ไหมในญัตตินี้ ฝ่ายบริหารจะมีหนังสือยืนยันตามระเบียบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยบอกว่า อบจ.โคราช ตั้งเงินไว้ไม่เพียงพอจำนวน ๑๐๑ ล้าน จึงจะขออนุมัติใช้เงินสะสม ส่วนเรื่องการยกมือหรือไม่ยกมือ ผมจะต้องขอพิจารณาอีกครั้ง”

ทำไมงบเลือกตั้งไม่พอ

นายโกวิทย์ เลาวัณย์ศิริ ส.อบจ.อำเภอบ้านเหลื่อม อภิปรายว่า “ปกติทุกครั้งเราจะตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ทำไมปีนี้จึงตั้งไว้เพียง ๗๐ ล้านบาท แล้วมาขออนุมัติเพิ่มในภายหลัง”

ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.นครราชสีมา ชี้แจงว่า “ในการตั้งงบประมาณใช้ในการเลือกตั้งนั้น เมื่อครั้งก่อนๆ เราตั้งไว้ปีละ ๑๐๐ ล้าน เพราะว่า เราคำนวณจากค่าวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อปี ๒๕๕๕ เราใช้เงินไปทั้งหมด ๕๘ ล้านบาท แล้วทำไมปีนี้เราถึงตั้งงบลดลงเหลือ ๗๐ ล้านบาท คือ ข้อบัญญัติของเราออกไปแล้ว แต่คำสั่งนั้นมาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ มาเพิ่มเรื่องค่าตอบแทน จึงส่งผลให้ต้องตั้งงบประมาณเป็น ๑๐๑ ล้านบาท ซึ่งเมื่อก่อน ในหนึ่งคูหาเลือกตั้ง จะมีเจ้าหน้าที่ ๙ คน แต่ครั้งนี้จะต้องมี ๑๑ คน จึงต้องชี้แจงว่า ทำไมงบจึงเพิ่มเป็น ๑๐๑ ล้านบาท ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดไว้ว่า ค่าตอบแทนจะเพิ่มขนาดนี้ ซึ่งตนได้ลดงบประมาณจากทุกปีที่ตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาท มาเป็น ๗๐ ล้านบาท ก็คิดว่าจะพอ แต่มีคำสั่งให้เพิ่มค่าตอบแทนในภายหลัง”

ถามหาหนังสือสั่งการ

นายสมพร จินตนามณีรัตน์ ส.อบจ.อำเภอโนนสูง อภิปรายอีกว่า “ในเรื่องจำนวนเงิน ๗๐ ล้านบาท แล้วจะเพิ่มมาอีก ๓๐ ล้านบาทไม่สำคัญ แต่เรื่องที่ต้องย้ำคือการมาขอให้สภายกมืออนุมัติ และประเด็นอยู่ที่เรื่องที่บอกว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจมีอำนาจให้ยกเว้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายเงินสะสมหรือเงินทุน ตรงจุดนี้ใช้คำว่า อาจ...ไม่ได้ หากเรายกมือไปแล้วมีหนังสือทักท้วงมาทีหลัง จำกันได้ไหมที่เราอนุมัติเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ไปทำถนน ตอนนั้นเรามีหนังสือสั่งการจากปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ครั้งนี้เราจะใช้จ่ายเงินสะสมไปกับการเลือกตั้ง แต่ไม่มีหนังสือสั่งตรงลงมา ผมจึงเป็นห่วงท่านประธานสภา เป็นห่วงฝ่ายบริหาร ต้องการให้กลับไปปรึกษาหารือกันก่อนได้ไหม เมื่อมีความชัดเจนแล้วจึงค่อยนำมาขออนุมัติ ทำแบบนี้จะสง่างามกว่าหรือไม่ ทำให้มันชัดเจน แต่อย่ามาใช้คำว่า ‘อาจ’ เมื่อทำให้ชัดเจนแล้วค่อยมาขอให้ยกมืออีกครั้ง”

ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.นครราชสีมา ชี้แจงว่า “เป็นระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ถ้าคำว่า ‘อาจ’ มาจากปลัดกระทรวงฯ คือจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้ โดยอำนาจสูงสุดก็อยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เราทำตามระเบียบเท่านั้นเอง หากเสนอไปถึงท่านปลัดฯ ท่านจะเซ็นหรือไม่ก็ได้ ระเบียบก็คือระเบียบ เราไม่ได้เขียนระเบียบขึ้นมาเอง”

นายสมพร จินตนามณีรัตน์ ส.อบจ.อำเภอโนนสูง อภิปรายอีกว่า “ต้องการถามฝ่ายบริหารว่า ระเบียบให้ใช้จ่ายเงินสะสมในการเลือกตั้งอยู่ตรงไหน ต้องการให้อ่านให้ฟัง”

ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ต้องขอถอนญัตตินี้ก่อน หากมีความชัดเจนหรือมีหนังสือคืบหน้าใด แล้วจะนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาอีกครั้ง”
ท้ายสุดการประชุมสภา อบจ.ครั้งนี้ มีการปิดประชุมเมื่อเวลา ๑๖.๓๐ น.

 

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๖ วันพุธที่ ๑๙ - วันอังคารที่ ๒๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

519 7928