2ndDecember

2ndDecember

2ndDecember

 

February 21,2020

ยอดช่วยเหยื่อปืนโหด ๘๒ ล. มติตัด ๓ รายต้นเหตุ อุ๊บ วิริยะ’มอบเงินแม่จ่า

เยียวยาผู้เสียชีวิตและพิการถาวร เหยื่อกราดยิงเพิ่มเป็นรายละ ๒ ล้านบาท ๒๗ ราย ตัดช่วยเหลือ ๓ ต้นเหตุ ด้านอัยการภาค ๓ จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ญาติผู้เสียชีวิตโดยไม่คิดค่าบริการ ‘อุ๊บ วิริยะ’ ควักเงินเยียวยาแม่ผู้ก่อเหตุ เผยให้คิดเป็นการทำบุญ อย่าคิดว่าเป็นเงินบริจาค แต่เป็นความต้องการของประชาชนที่แยกแยะแม่กับลูก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๘-๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เกิดเหตุกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๓๐ ศพ และบาดเจ็บหลายราย ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดนครราชสีมาได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ผ่านเลขที่บัญชี ๖๗๘-๙-๙๗๙๕๑-๔ ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน ชื่อบัญชี ‘ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล ๒๑ โดยจังหวัดนครราชสีมา’ ซึ่งมีผู้ร่วมบริจาคเงินเข้ามาจำนวนมาก

เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงกรณียอดเงินบริจาคว่า จังหวัดนครราชสีมามีการสรุปยอดเงินบริจาคอยู่เสมอ ทั้งนี้มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการว่า อนุมัติจ่ายเงินให้แก่ผู้เสียชีวิตรายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากยอดบริจาคเกิน ๕๐ ล้านบาทตามที่ตั้งไว้ โดยก่อนหน้ามีการมอบเงินเยียวยาแล้วรายละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นจะเชิญญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มอีกรายละ ๗๐๐,๐๐๐ บาท

“หลังจากนั้น เราจะบริหารเงินเยียวยาในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เหลือ จังหวัดนครราชสีมาขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวโคราชที่ประสบเหตุเทอร์มินอล ๒๑ โคราช เมื่อยอดครบ ๕๐ ล้านบาทที่เราตั้งไว้ จะทำการปิดรับบริจาคทันที แต่เนื่องจากมีผู้ที่ประสงค์บริจาคเพิ่มเติมอีกหลายรายในช่วงวันเสาร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และต้องการมอบกับผมโดยตรง โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพสุดท้ายของครอบครัวพ่อ แม่ ลูก ที่วัดสุทธจินดาฯ ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เราจึงขอปิดรับบริจาควันสุดท้ายในวันดังกล่าว เวลา ๑๖.๐๐ น. และหลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการเยียวยา และแจ้งความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินต่อไป” นายวิเชียร กล่าว

โดยในวันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ที่ประชุมมีมติจะจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบของกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวม ๒๗ ราย ยกเว้นผู้ก่อเหตุและคู่กรณี ๓ ราย โดยจะจ่ายรายละ ๑ ล้านบาท

จากนั้น เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่สำนักงานอัยการภาค ๓ นายพรรณพงษ์ ทนินซ้อน อธิการบดีอัยการภาค ๓ เป็นประธานปล่อยขบวนรถเจ้าหน้าที่อัยการคุ้มครองสิทธิ์ ออกให้การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย โดยได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ เพื่อช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย รวมถึงสิทธิในการจัดการมรดกของผู้เสียชีวิต ตามภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนของสำนักงานอัยการสูงสุด 

นายพรรณพงษ์ ทนินซ้อน อธิการบดีอัยการภาค ๓ กล่าวว่า ด้วยมีเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ดังกล่าว และผู้กระทำความผิด ถูกเจ้าพนักงานวิสามัญฆาตกรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือดูแลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย รวมถึงสิทธิในการจัดการมรดกของผู้เสียชีวิต ตามภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนของสำนักงานอัยการสูงสุด จึงแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ เพื่อไปปฏิบัติงานช่วยเหลือ ดูแล เยียวยา ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแก่ญาติผู้เสียชีวิตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน ทั้งหมด ๓ ทีม ได้แก่ ทีมที่ ๑ ออกปฏิบัติในพื้นที่ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา ทีมที่ ๒ ออกปฏิบัติในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง และตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา และทีมที่ ๓ ออกปฏิบัติในพื้นที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอขามสะแกแสง

ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จังหวัดนครราชสีมาสรุปยอดเงินบริจาคทั้งหมดจำนวน ๘๒,๘๖๙,๒๒๙.๒๐ บาท โดยมีการจ่ายค่าเยียวยาเบื้องต้น ดังนี้ ๑.กรณีเสียชีวิต รายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๗ ราย ไม่รวม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส ผู้บังคับบัญชา และนางอนงค์ มิตรจันทร์ (แม่ยาย พ.อ.อนันต์ฐโรจน์) รวมเป็นเงิน ๒๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒.กรณี ณ ปัจจุบันยังนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๒ ราย รวมเป็นเงิน ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท รวมจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นอยู่ที่ ๒๙,๒๐๐,๐๐๐ บาท

ทั้งนี้ ยอด ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับบริจาค คงมีเงินในบัญชี ๕๓,๖๖๙,๒๒๙.๒๐ บาท ซึ่งมติที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือฯ จังหวัดนครราชสีมา จะอนุมัติเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้พิการถาวร เพิ่มเป็นรายละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยจะจ่ายในวันพุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

จากนั้น วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ศูนย์การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชน ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนในฐานะคณะกรรมการฯ ตามอำนาจหน้าที่ โดยมีระเบียบวาระติดตามสถานการณ์ผู้บาดเจ็บ การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ การรับบริจาคเงินผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน โคราช

นายวิเชียร จันทรโณทัย เปิดเผยว่า สรุปการปิดบัญชีรับบริจาคเงินเมื่อวานนี้  มียอดเงินกว่า ๘๒,๘๖๙,๒๒๙.๒๐ บาท ได้นำไปเยียวยาเบื้องต้นแล้ว ๒๙,๒๐๐,๐๐๐ บาท เหลือในบัญชี ๕๓,๖๖๙,๒๒๙.๒๐บาท ซึ่งที่ประชุมมีมติบริหารจัดการเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ดังนี้ ๑.กรณีเสียชีวิต ๒๗ ราย รายละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเงินก่อนแล้ว รายละ ๑ ล้านบาท และจะจ่ายเพิ่มอีกในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รายละ ๑ ล้านบาท รวมเป็นเงิน ๕๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒.เสี่ยงพิการถาวร ๔ ราย รายละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเงินแล้ว รายละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท และจะจ่ายเพิ่มอีกใน วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รายละ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท (ซึ่งจะมีการกันไว้รอจ่ายภายหลัง ๖ ล้านบาท โดยจะจ่ายภายหลังสิ้นสุดการรักษา) รวมเป็นเงิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓.กรณีบาดเจ็บหนัก ๑๗ ราย รายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเงินแล้ว รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๑๖ ราย) และจะจ่ายเพิ่มอีกในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๖ ราย และ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๑ ราย รวมเป็นเงิน ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท ๔.กรณีบาดเจ็บปานกลาง ๑๒ ราย รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเงินแล้วรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒ ราย และจะจ่ายเพิ่มอีกในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ราย รวมเป็นเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท และ ๕.กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย ๒๔ ราย รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยจะจ่ายในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ทั้งหมด รวมเป็นเงิน ๔๘๐,๐๐๐ บาท รวมผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทั้งหมด ๘๔ ราย เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๗,๐๘๐,๐๐๐ บาท 

โดยในปัจจุบันมีเงินเหลือในบัญชีจำนวน  ๕๓,๖๖๙,๒๒๙.๒๐ บาท จะจ่ายในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จำนวน ๓๑,๘๘๐,๐๐๐ บาท (ซึ่งจะมีการกันไว้รอจ่ายภายหลัง ๖ ล้านบาท โดยจะจ่ายภายหลังสิ้นสุดการรักษา) จะคงเหลือเงินในบัญชีรอการพิจารณา ๒๑,๗๘๙,๒๒๙.๒๐ บาท (รวมเงินที่กันไว้ ๖ ล้าน) หากจ่ายเงินกันไว้ ๖ ล้านแล้ว คาดว่าจะเหลือเงินในบัญชี ๑๕,๗๘๙,๒๒๙.๒๐ บาท อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการฯ จะนำมาพิจารณาเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อให้เงินบริจาคทั้งหมดกระจายไปสู่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างครบถ้วน รวมทั้งดูแลให้ดีที่สุดจนกว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

ต่อมา เวลา ๑๓.๔๕ น. ‘โคราชคนอีสาน’ สอบถามไปยังผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน ถึงยอดปิดบัญชี รวมถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งได้รับการเปิดเผยว่า “สำหรับยอดปิดบัญชีเป็นไปตามที่ทางจังหวัดแจ้งข้อมูล แต่ในส่วนของการเบิกจ่าย หรือผู้เซ็นเบิกจ่ายนั้น ไม่สามารถแจ้งข้อมูลให้ได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้สอบถามไปยังจังหวัดโดยตรง”

ล่าสุด วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ น. ‘โคราชคนอีสาน’ ติดต่อไปยังศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามถึงรายชื่อคณะกรรมการฯ ได้รับการเปิดเผยจากนายทวีศักดิ์ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) ว่า สำหรับคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาฯ มีหลายส่วน เฉพาะในส่วนของภาคราชการในจังหวัด อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา (ปภ.เขต ๕) โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เป็นต้น ในส่วนเรื่องการเบิกจ่ายผู้มีอำนาจเบิกจ่ายจะเป็นคลังจังหวัดนครราชสีมาโดยตรง ที่ดูแลเรื่องรับเงินบริจาค และนำเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยผู้ว่าฯ เป็นผู้กำกับดูแล และเป็นผู้มอบให้แก่ผู้ญาติผู้ประสบเหตุ

ทั้งนี้ ด้านความช่วยเหลือครอบครัวผู้ก่อเหตุ มีกระแสข่าวว่า นายวิริยะ พงษ์อาจหาญ หรือ “อุ๊บ วิริยะ” ผู้จัดการนักแสดงคนดัง หลังถูกรางวัลจากเลขกราดยิงโคราช ได้มอบเงินช่วยเหลือแม่ของผู้ก่อเหตุ โดยใช้เงินส่วนตัวหลักหมื่น รวมทั้งเงินจากผู้ใจบุญที่โอนเงินทำบุญช่วยเหลือ หลังโพสต์เลขที่บัญชีธนาคารแม่ของผู้ก่อเหตุทางเฟซบุ๊ก

นายวิริยะ พงษ์อาจหาญ เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ว่า เงินจำนวนนี้เปิดรับในชื่อบัญชีของแม่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา โดยตนจะนำเงินส่วนตัวไปมอบให้อีกในหลักหมื่น ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำไปมอบให้แม่โดยตรง แต่เงินที่คนไทยช่วยเหลือแม่นั้น เป็นบัญชีของคุณแม่โดยตรง ขณะนี้น่าจะได้ประมาณ ๑ ล้านบาทแล้ว ส่วนนี้อย่าเรียกว่าบริจาค ให้เรียกว่าทำบุญ ก็เหมือนกับประเพณีไทย เมื่อมีคนเสียชีวิตเราก็จะช่วยทำบุญให้ครอบครัวนั้น ซึ่งการทำแบบนี้ไม่มีใครบังคับ แต่เป็นการร่วมมือของประชาชนส่วนหนึ่งที่สามารถแยกแยะระหว่างแม่กับลูกได้ คนเรานานาจิตตัง ล้านคนล้านความคิด ตนคิดว่าทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว 

“หัวอกผู้เป็นแม่ ผู้สูญเสีย แม่จะอยู่อย่างไรกินอย่างไร เราไม่ได้ไปชี้นำให้ทุกคนไปชื่นชมยกย่องคนร้าย เขาผิดที่เขาไปฆ่าคนบริสุทธิ์ ตัวคนร้ายเองก็เสียชีวิตไปแล้ว ได้ชดใช้กรรมไปแล้ว เราจึงมองกลับมาที่ผู้เป็นแม่ของเขา ซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิด แม่ทุกคนไม่ได้ต้องการสอนลูกให้เป็นโจร แม่ทุกคนสอนลูกให้เป็นคนดี แต่เหตุการณ์นี้ต้นเหตุมาจากการที่เขาถูกกระทำ ถูกข่มเหง จึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แต่ถ้ามองอีกด้าน เขาก็ช่วยเปิดโปงกระบวนการบางเรื่องที่คนไทยไม่เคยรับรู้ ผู้ที่มีอำนาจรังแกคนที่ด้อยกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่มีแค่คนร้ายที่ต้องพบเจอ แต่ยังมีอีกหลายพันคนที่ถูกกระทำเช่นกัน เรื่องนี้กองทัพจะต้องทำให้ดีขึ้น” นายวิริยะ กล่าว

นายวิริยะ กล่าวอีกว่า มีคนสงสัยว่า ทำไมไม่ไปช่วยเยียวยาผู้ที่สูญเสีย ซึ่งตนคิดว่า คนเหล่านั้นเขาได้รับการเยียวยาจำนวนมากจากภาครัฐแล้ว แต่ยังมีผู้สูญเสียอีกคนหนึ่งที่แทบจะไม่มีใครมองเห็น คือ แม่ของคนร้าย ซึ่งแม่ไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น ในฐานะที่ตนเป็นคนในวงการบันเทิง มีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงใช้จุดนี้เป็นกระบอกเสียง นำบัญชีธนาคารของแม่คนร้ายมาโพสต์ เพื่อให้ทุกคนร่วมทำบุญ เรื่องนี้ก็มีคนเห็นด้วยถึงหลักล้าน ซึ่งทุกคนพอใจที่จะร่วมทำบุญ เพราะการทำบุญเป็นเรื่องของความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร 

“ส่วนตัวไม่เคยรู้จักคุณแม่หรือคนร้ายเป็นการส่วนตัว ไม่เคยได้คุยหรือพบกัน แต่ผมเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ในชาติที่แล้วคุณแม่อาจจะเคยช่วยเหลือผมเอาไว้ เมื่อมาถึงจุดนี้ผมจึงต้องช่วยเหลือคุณแม่ โดยหลังจากนี้ คิดว่าจะเดินทางไปพบคุณแม่ด้วยตัวเอง ซึ่งมีการพูดคุยกับผู้นำชุมชนไว้บ้างแล้ว เพียงต้องรอให้สภาพจิตใจของคุณแม่ดีขึ้นเสียก่อน แต่ก็จะไปบอกให้คุณแม่ได้รับรู้ว่า คนไทยหลายล้านคน เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ แม่จะได้สบายใจและไม่ถูกตราหน้า สุดท้ายนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียในเหตุการณ์ทุกคน และขอเป็นกำลังใจให้กับคนโคราชและครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน อาจจะทำไม่ถูกใจใครทุกคน แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง” นายวิริยะ กล่าว

ทั้งนี้ มีข่าวว่าในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จะมีการมอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามมติคณะกรรมการฯ ที่กล่าวมาข้างต้น โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมามอบเงินด้วยตนเองที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

 

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๖ วันพุธที่ ๑๙ - วันอังคารที่ ๒๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 

 


512 7927