4thDecember

4thDecember

4thDecember

 

February 25,2020

น้ำใจหลั่งไหลเยียวยาผู้ประสบเหตุ รัฐบาล-จังหวัดมอบเงินช่วยเหลือ ขอให้คนไทยเดินหน้าต่อไปด้วยกัน

“ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำเงินรัฐบาลเยียวยาผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล ๒๑ โคราช ชี้ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน ขอคนไทยเดินหน้าต่อ ยืนยันรัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง “ผู้ว่าฯวิเชียร” นำเงินบริจาค ๘๙ ล. แบ่งให้หมดเกลี้ยงบัญชีมอบให้ผู้ประสบเหตุ พร้อมช่วยเหลือพิธีศพ ด้านเอไอเอส ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรผู้เสียชีวิตให้เรียนจบ ป.ตรี

จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ “คนร้ายยิงประชาชนที่เทอร์มินอล ๒๑ โคราช” ทำให้ทุกคนได้เห็นความสามัคคีและน้ำใจของคนไทย ซึ่งใน เหตุการณ์นี้ หลังจากสถานการณ์สงบลง ทุกหน่วยงานต่างยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งทำความสะอาดสถานที่ การเฝ้าระวังไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งเรื่องที่สำคัญที่สุด คือการเยียวยาคนโคราช ผู้ประสบเหตุ และผู้สูญเสีย

ในการเยียวยาครั้งนี้ นอกจากภาคประชาชนที่รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรม “KoratStronger” แล้ว รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาหลายครั้ง โดยในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้แล้ว ได้เดินทางมาโคราชเพื่อให้กำลังครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งยังเดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพดาบตำรวจชัชวาล แท่งทอง ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่วัดโพธิ์ และ น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น ในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่วัดหนองไผ่ และเมื่อกลับมาทำเนียบรัฐบาล ได้สั่งการให้ ครม.จัดประชุมหางบประมาณ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบเหตุ 

ที่สำคัญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่คนโคราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีเมตตาให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทาน รวมถึงการช่วยเหลือด้านต่างๆ ให้แก่ผู้ประสบเหตุทุกคน นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมา ที่นำโดย “นายวิเชียร จันทรโณทัย” ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ซึ่งมีผู้ร่วมบริจาคเงินเข้ามาจำนวนมาก

หลังจากที่ ครม.มีมติให้มอบเงินเยียวยาผู้ประสบเหตุนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๑๐ น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) และเดินทางต่อไปยัง หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง ที่เกิดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช โดยมอบเงินช่วยเหลือสำหรับ ผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น ๗๙ ราย จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี และมอบเงินกรณีผู้เสียชีวิต ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ของกระทรวงยุติธรรม

สำหรับการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอก     อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเป็นสักขีพยาน ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาจะประสานครอบครัว  ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ตามภูมิลำเนาต่อไป

รัฐบาลมอบเงินเยียวยา

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงรายละเอียดการเยียวยาว่า “คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี อนุมัติเงินกองทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น ๓๔ ล้าน ๘ แสนบาท สำหรับผู้เสียชีวิตรายละ ๑ ล้านบาท จำนวน ๒๗ ราย (ยกเว้นผู้ก่อเหตุและคู่กรณีซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง) กรณีบาดเจ็บสาหัสรายละ ๒ แสนบาท จำนวน ๒๑ ราย และมอบเงินช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บจำนวน ๓๖ ราย รายละ ๑ แสนบาท รวมทั้งความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ ทั้งเงินช่วยเหลือเยียวยา ความช่วยเหลือกรณีทรัพย์สินเสียหาย ฟื้นฟูร่างกายผู้บาดเจ็บ ทั้งคุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจ จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชนและประชาชน ตามระเบียบฯ กฎหมายที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน (ในกรณีเป็นผู้ประกันตน) กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และสวัสดิการจากหน่วยงานต้นสังกัดตามสิทธิของแต่ละบุคคล รวมทั้งยังมีเงินบริจาคผ่านจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง”

โคราชต้องพร้อมเดินหน้า

จากนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พบปะให้กำลังใจครอบครัวญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรง พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานความช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ พร้อมพระราชทานพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัยและพระราชทานกำลังใจ ให้พวกเราก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยความมีสติ มีปัญญา รักสามัคคี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งเราจะต้องน้อมนำพระราชกระแส แปรเปลี่ยนเป็นพลังในการขับเคลื่อนการดำรงชีวิตให้เดินข้างหน้าต่อไป” 

 “เงินเยียวยาเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งจะมีความช่วยเหลืออื่นๆ ทยอยเพิ่มเติมจากหลายๆ หน่วยงาน ขอให้เข้าใจว่า ทุกชีวิตมีค่า เงินจำนวนเท่าใดก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสียได้ อยู่ที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความช่วยเหลือเยียวยาที่ผู้ได้ผล กระทบให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้มีการชดเชยเยียวยาโดยเร็วที่สุด ซึ่งเงินเยียวยามีค่ามาก เพราะแลกมาด้วยชีวิตของญาติพี่น้อง ขอให้ใช้อย่างเกิดประโยชน์ วางแผนจัดระเบียบบริหารจัดการเงินอย่างคุ้มค่า พร้อมเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน ขอให้มีกำลังกายและใจที่เข้มแข็งเป็นพลังขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว กล่าว

ให้กำลังใจเทอร์มินอล ๒๑

ต่อมา ในเวลา ๑๐.๐๐ น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี เดินทางไปศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช เพื่อเยี่ยมและเป็นกำลังใจผู้ประกอบการร้านค้า พร้อมชมคลินิกหมอใจของกรมสุขภาพจิต ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้บริการดูแลสุขภาพจิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรง รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ที่มารับแจ้งเหตุจากผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีนางปพิชญา ณ นครพนม ผู้อำนวยการศูนย์การค้าฯ ต้อนรับ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละร่วมกันทำงานและดูแลประชาชนจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า “รัฐบาลก็ได้มอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยย้ำแก่ผู้ที่รับเงินช่วยเหลือ ให้ใช้เงินอย่างเกิดประโยชน์ วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจทุกคนและขอให้ร่วมเดินหน้า ไปด้วยกัน สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเช่นกันในระยะต่อไป ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

ลุงตู่’ร่วมแสดงความอาลัย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินเยี่ยมผู้ประกอบการ และพนักงานในศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช บริเวณชั้น LG และชั้น G พร้อมกับให้กำลังการทำงานของคลินิกหมอใจ ที่จัดโดยโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และปิดท้ายด้วยการร่วมแสดงความอาลัยในกิจกรรม TERMINAL 21 รวมดวงใจก้าวไปด้วยกัน “Korat Stronger Together” พร้อมเขียนข้อความไว้อาลัยและเป็นกำลังใจให้กับประชาชนจังหวัดนครราชสีมาว่า “ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกภาคส่วน ก้าวเดินต่อไปด้วยกัน ด้วยพลังแห่งรัก พลังแห่งความสามัคคี รัฐบาล / นายกรัฐมนตรี/ คณะรัฐมนตรี จะทำงานอย่างเต็มกำลังสติปัญญาในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ร่วมกันนำพาประเทศชาติ ประชาชนไทยไปข้างหน้า เพื่อผ่านพ้นวิกฤติต่างต่างไปด้วยกัน ขอขอบคุณภาคเอกชน หอการค้า อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จทุกประการด้วยรักห่วงใยเสมอ”

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวกับจิตอาสา ประชาชน และพนักงานศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช ว่า “ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตเป็นปกติให้ได้โดยเร็ว ประเทศชาติต้องก้าวเดินต่อไป ต้องสร้างขวัญเป็นกำลังใจให้กันและกัน รวมพลังแห่งรักเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า ผ่านช่วงมีวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในและนอกประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ทุกระดับรายได้ รวมไปถึงผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ เพราะทุกกลุ่มคือห่วงโซ่เศรษฐกิจของประเทศ ต้องการจะเห็นจังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดนำร่องของความสามัคคีก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน และขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป”

มอบเงินเยียวยา ๘๙ ล.

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางกลับไปแล้ว ในเวลา ๑๓.๐๐ น. วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงคณะกรรมการศูนย์การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชน ร่วมพิธีมอบเงินที่ได้รับบริจาค จากบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล ๒๑ โคราช ซึ่งมียอดบริจาครวมทั้งหมด ๘๙,๙๓๖,๖๓๓.๔๓ บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ชี้แจงการบริหารเงินในบัญชีว่า “ในนามของจังหวัดนครราชสีมา ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องทุกคน ทั้งผู้ที่สูญเสียและได้รับบาดเจ็บ สิ่งที่จังหวัดนครราชสีมามองเห็นคือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินี ตลอดทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งได้รับศพของผู้เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ และมีพระเมตตาให้ตัวแทนพระองค์หรือองคมนตรีเดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพทุกท่าน สำหรับผู้บาดเจ็บมีแจกันช่อดอกไม้จากองคมนตรีไปเยี่ยมในพื้นที่ต่างๆ นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้พระราชทานกระเช้าของเยี่ยม ซึ่งมีส่วนหนึ่งได้รับไปแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับก็จะมอบให้ในวันนี้ ในส่วนของน้ำใจจากคนทั่วประเทศ ที่ห่วงใยพี่น้องคนโคราช ซึ่งจังหวัดฯ ได้เปิดบัญชีไว้ และได้ตั้งคณะกรรมการจากภาครัฐขึ้นมาช่วยดูแล ทั้งหอการค้า ธนาคาร ทหาร ตำรวจ โดยทุก ๐๗.๓๐ น. ของทุกวัน จะประชุมกันตลอด และช่วงเย็นก็ประชุมอีกครั้ง เป็นแบบนี้ทุกๆ วัน”

“กระทั่งเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐น.เราปิดบัญชีไปแล้ว แต่หลังจากนั้นยังมียอดเงินที่ยังไม่นิ่ง และยังมีคนมาร่วมบริจาคเป็นเงินสดเพิ่มอีก จึงทำให้ตัวเลขที่ชัดเจนเพิ่งแล้วเสร็จเมื่อวานนี้ (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓) โดยมีจำนวนเงินบริจาคจากทั่วประเทศทั้งหมด ๘๙,๙๓๖,๖๓๓.๔๓ บาท ในที่ประชุมจึงมีแนวทางว่า มีผู้เสียชีวิต ๒๗ ราย อยู่ในโคราช ๑๗ ราย และอยู่ต่างจังหวัดอีก ๑๐ ราย มีผู้ที่เสี่ยงต่อการพิการถาวร ๓ ราย ซึ่งเราคิดว่า ๓ คนนี้ในอนาคตจะต้องได้รับการดูแลจากผู้อื่น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้เยียวยา รายละ ๓.๕ ล้านบาท และอีก ๑ ราย ที่คาดว่า จะพิการถาวรเช่นกัน และยังอยู่ในห้อง ICU ในขณะนี้ จะได้รับ เงินเยียวยา จำนวน ๓ ล้านบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหนัก (สาหัส) จากเดิมได้รับค่าเยียวยา ๒ แสนบาท ก็จะเพิ่มเป็น ๔ แสนบาท คนที่ได้รับบาดเจ็บปานกลาง จากเดิมได้รับ ค่าเยียวยา ๑ แสนบาท ก็จะเพิ่มเป็น ๒ แสนบาท และคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จะได้รับค่าเยียวยาเท่าเดิมคือ ๒ หมื่นบาท”

จัดสรรให้เกลี้ยงบัญชี

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่า “เมื่อเฉลี่ยครบทุกรายแล้ว เรายังมีเงินเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง จึงย้อนกลับมาที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง ๒๗ ราย โดยนำ ๒๗ หารกับจำนวนเงินที่เหลืออยู่ ซึ่งจะเฉลี่ยได้ ๔๓๗,๖๕๓.๙ บาท จากที่บอกไว้ว่าจะให้ครอบครัวละ ๒ ล้านบาท จึงเพิ่มเป็น ๒,๔๓๗,๖๕๓.๐๙ บาท สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต เราเคยนำเงินเยียวยาไปมอบให้แล้วจำนวน ๑ ล้านบาท เมื่อหลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดังนั้นในวันนี้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินสดไปจำนวน ๑,๔๓๗,๖๕๓.๙ บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่คาดว่าจะพิการถาวร ซึ่งได้มอบเงินไว้แล้วจำนวน ๑ แสนบาท วันนี้ก็จะได้รับเพียง ๓.๔ ล้านบาท โดยในวันนี้จะถามว่า ใครมารับเงินแทนและจะนำเงินไปแบ่งกันอย่างไร เพื่อให้ในที่ประชุมเป็นสักขีพยาน ถ้ามีอะไรไม่ถูกต้องขอให้ท้วงได้ทันที เราพยายามทำให้ถูกต้องที่สุด ซึ่งเงินส่วนนี้ที่มาจากน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศ จะนำมามอบให้ผู้ประสบเหตุทั้งหมด จะไม่มีการ นำไปใช้ในส่วนอื่นแม้แต่บาทเดียว งานพระราชทานเพลิงศพ พระองค์ก็รับเอาไว้เกือบทุกอย่าง ส่วนค่าเมรุ ค่าสัปเหร่อค่าศาลาวัด ผมขอร่วมทำบุญจำนวน ๒ แสนบาท ดังนั้นครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ต้องไปรับภาระในส่วนนั้น ซึ่งครอบครัวไหนสำรองจ่ายไปแล้ว ผมก็จะจ่ายให้คืนทั้งหมด”

รายชื่อผู้ได้รับเงินเยียวยา

ทั้งนี้ จำนวนเงินบริจาคทั้งหมดจำแนกได้ดังนี้ ๑.กรณีเสียชีวิต จำนวน ๒๗ ราย รายละ ๒,๔๓๗,๖๕๓.๐๙ บาท รวม ๖๕,๘๑๖,๖๓๓.๔๓ บาท ได้แก่ ครอบครัวนางปภัชญา นวลรักษา, นายสุริยะ ลิมป์รัชดามร, ด.ช.ปรมะ ลิมป์รัชดามร, นายสมเกียรติ วิชชุปัญญาพาณิชย์, ดาบตำรวจชัชวาล แท่งทอง, นายวัชรพล พาณิชย์, ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี, นายจักรพันธ์ ชิพิมาย, นายศรัณยพงศ์ พงษ์ชอุ่มดี, นายอำนาจ บุญเอื้อ, น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น, นางนริศรา โชติกลาง, นางชญาภา แสงครบุรี, นายจิรวัฒน์ รัตกลาง, นางกราณิการณ์ การบรรจง, นายเอกกวิน ยืนทน, นางทัศนะ หริรักษ์, ดาบตำรวจเพชรรัตน์ กำจัดภัย, พลทหารเมธา เลิศศิริ, ร.ต.อ.ตระกูล ธาอาษา, นายพีรวัฒน์ พลาสาร, น.ส.อาริยา กลีบเมฆ, ร.อ.ศิริวัฒน์ แสงประสิทธิ์, นางพัชรา จันทร์เพ็ง, นายวันชัย เวชวรรณ์, นางจุฑารัตน์ พิมพ์ศิริวรรณ และนายอธิวัฒน์ พรมสุข
๒.กรณีพิการถาวร รุนแรง จำนวน ๓ ราย รายละ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๑๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ ส.ต.อ.กฤษฎา การุณ, นายอัฐเศรษฐ์ ศิรวรัญกูล และนายจิรัฐติกาล นอบไทย ๓.กรณีพิการถาวร ปานกลาง จำนวน ๑ ราย จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ นายอุทัย ขันอาสา

๔.กรณีบาดเจ็บหนัก จำนวน ๑๗ ราย รายละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย พลทหารอรรถพล วงษ์พล, ดาบตำรวจสามชัย แทเกาะ, ดาบตำรวจสงกรานต์ มุมทอง, พลทหารโชคชัย มูลจันทา, นายชนวีร์ จันทร์ศิริสุข, นายศุภชัย แดงอยู่, นายบุลวัชร์ กุญชรินทร์, นายสิทธิ์ศักดิ์ วาดโคกสูง, นางเพ็งศิริ แซ่จึง, นายสุรเดช เนื่องอุทัย, ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคลกูล, นายทวีศักด์ สุขารมย์, น.ส.สุกฤตา ดอกดวง, ส.ต.ท.กรกต อ่ำพันเงิน, น.ส.ภัทราพร ปัญญเสถียร, น.ส.สมปอง ดอกทุเรียน และพ.ต.ต.ศตวรรษ คนชุม

๕.กรณีบาดเจ็บปานกลาง จำนวน ๑๖ ราย รายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย ด.ช.กนก หมื่นมะเริง, น.ส.ปรียาภรณ์ ปิกตะหลก, นางวทันยา แสงประสิทธิ์, น.ส.ศิริวรรณ นิลนาม, ส.ต.ต.รัฐธรรมนูญ นาทอง, นางวรรณา ทิพย์รักษา, นายนิพจน์ บุบผาเฮ้า, นายวัฒนา เพ็งนอก, ด.ช.ธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน, นายณโชติ โชติกลาง, น.ส.สุภัสรา เชยสำโรง, ส.ต.ต.สวภัทร คงเพชร, ร.ต.ต.จำรัส ไชยฤกษ์, นายณรงค์ คำเสนาะ, ร.ต.อ.สุวิทย์ วิสาเทศ และน.ส.ชนิดา บุญเชิด

๖.กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน ๓๑ ราย รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวม ๖๒๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย พลทหารภาณุวงศ์ เลิศสงคราม, น.ส.กัลยา ชัยหาวงศ์, น.ส.สุวรรณา ลอยหา, ด.ญ.รสสุคลธ์ ชื่นราม, ด.ญ.จีรพัชร ชื่นราม, นางสายทอง มัโพธิ์, ด.ช.ณัฐพล ไชยเนตร, นางนภารัตน์ ตั้งเผ่าเสถียร, นายปาระวินทร์ สงมะเริง, นายเพลิน เทจอหอ, น.ส.มัทนา หล่อแท้, นายฐาปณัฐ เพ็ญจันทร์, นายบุญหลาย คณานิตย์, นายทองปาน น้อยสุวรรณ, น.ส.อาทิตยา ศรสิทธิ์, น.ส.ช่อผกา โทนสูงเนิน, น.ส.เบญจวรรณ ลาลิดตร, นางปุณยนุช อัครกฤตโภคิน, น.ส.อนันญา ดีนิล, น.ส.กมลชนก นรักษ์มาก, ด.ช.อภิสิทธิ์ สมดี, น.ส.สาธุการ สุนทรชูศิริ, น.ส.สุณิษา มุ่งฝังกลาง, น.ส.พลอยใส ยาคูโบพสกี้, น.ส.นิตยา เกยสันเทียะ, น.ส.ธัญยธรณ์ หบ่อธราประเสริฐ, นายศุภชาติ วณิชเวทิน, ดาบตำรวจศิรเมศร์ ทิพยศรจิระโชติ, นายวรวิทย์ จันทร์แจ่มภพ, น.ส.บุษผาทิพย์ กล่ำกระโทก และดาบตำรวจพิทักษ์สิทธิ์ ปิ่นวงษ์

โดยในจำนวนเงินดังกล่าว ได้มอบแก่ผู้ประสบเหตุไปแล้วบางส่วน ซึ่งวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นการมอบเงินส่วนที่เหลือ และในขณะมอบเงิน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ตรวจสอบผู้มารับเงินด้วยตนเองว่า มีความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บอย่างไร หากผู้เสียชีวิตมีทายาทหลายคนก็ให้ไปตกลงกันว่า จะจัดสรรปันส่วนกันอย่างไร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ/เจ้าหน้าที่ธนาคารกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

 


493 7930