5thJuly

5thJuly

5thJuly

 

February 28,2020

มท.น้อมรับพระราชกระแส มุ่งแก้ปัญหาภัยแล้งถาวร

ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. น้อมรับพระราชกระแส ให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือภัยแล้ง และขุดบ่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ส่วนพระองค์ พร้อมน้อมนำเกษตรพอเพียงแก้ปัญหาในระยะยาว ตั้งเป้าแก้ภัยแล้งถาวร

เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีการจัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง การประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน และกิจกรรมอบรมจิตอาสาบรรเทาภัยแล้งด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่ ปี ๒๕๖๓ ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ โดยมีพลเรือเอกปวิตร รุจิเทศ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. (ศอญ.จอส.) ประธานในพิธี พร้อมด้วยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๗๖ จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงหมาดไทย ร่วมกิจกรรมกว่า ๑๐๐ คน

กิจกรรมในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ช่วงเช้ามีการบรรยายในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ ๑.การบรรยายหัวข้อ “น้ำบนดิน” การแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการกักเก็บน้ำไว้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานตามหลัก เกษตร ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๑ โดยนายวิวัฒน์  ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒.การบรรยายหัวข้อ “น้ำบนฟ้า” แนวคิดฝนหลวงพระราชทาน เงื่อนไขของการทำฝนหลวง อาสาสมัครฝนหลวงกับการปลูกป่าในพื้นที่ตนเอง เพื่อช่วยสร้างความชื้นสัมพัทธ์ โดยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๓.การบรรยายหัวข้อ “น้ำใต้ดิน” การแบ่งชั้นน้ำระหว่างน้ำใต้ดิน กับน้ำบาดาล การขุดบ่อน้ำตื้น และการค้นหาตำแหน่งขุดน้ำบาดาล โดยเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในช่วงบ่าย มีกิจกรรมการสำรวจแหล่งน้ำ และเทคโนโลยีการสำรวจแหล่งน้ำ โดยตัวแทนจาก GISTDA กิจกรรมฝึกอ่านแผ่นที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย และปิดท้ายด้วยการอ่านแผนที่จาก Google Map กำหนดพื้นที่ภัยแล้งของแต่ละอำเภอร่วมกับข้อมูลพื้นที่ ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้ง นำเสนอแผน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ฝนที่ตกน้อยกว่าค่าปกติต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และจากการบูรณาการทำงานร่วมกัน หน่วยงานด้านการพยากรณ์ ได้คาดการณ์ว่า ช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๖๓ ฝนจะมาช้ากว่าปกติ ประกอบกับหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำได้มีการรายงานถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ของประเทศว่า มีปริมาณน้ำกักเก็บและน้ำใช้การ น้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งสถานการณ์ภัยแล้งได้เริ่มปรากฏมาตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฯ ในพื้นที่ ๒๒ จังหวัด ที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง (จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา) และยังมีแนวโน้มที่จะเกิดภัยแล้งขึ้นต่อเนื่องอีกในหลายพื้นที่”

“กระทรวงมหาดไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนขับเคลื่อน “กิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง การประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน” ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๒๒–๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดต้นแบบ และจังหวัดที่ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฯ อีก ๒๑ จังหวัด และในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ตลอดจนหน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือน และฝ่ายทหาร ที่มีภารกิจหน้าที่ในการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ รวมทั้งประชาชนจิตอาสา มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ปัญหา รวมถึงการปฏิบัติจริง ตามแนวทางที่ศูนย์อำนวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน ได้กรุณาออกแบบ เตรียมการ โดยการน้อมนำพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ มาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เห็นถึงหลักการทรงงานที่เป็นแม่แบบของแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้น กระทรวงมหาดไทยจะได้ขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมต่อไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า “สืบเนื่องจากปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งเป็นระบบ ทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาวอย่างยั่งยืน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน จึงได้ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กรมกิจการพลเรือนทหารบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง การประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนในครั้งนี้ขึ้น โดยดำเนินการระหว่างวันที่ ๒๒-๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดต้นแบบ และจังหวัดที่ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฯ อีก ๒๑ จังหวัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นต้นแบบปฏิบัติการแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งแบบบูรณาการให้กับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งจากส่วนกลาง กลุ่มจังหวัด จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนจิตอาสาในทุกระดับอย่างเป็นระบบ แบ่งการปฏิบัติออกเป็น ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ๑.ขั้นเตรียมการและทดสอบแผน เป็นการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทาง รับฟังสถานการณ์ภัยแล้ง แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น และทำการทดสอบแผนการแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งแบบบนโต๊ะ ๒.ขั้นการปฏิบัติ เป็นการนำแผนที่ได้จากในขั้นเตรียมการและทดสอบแผนไปสู่ การปฏิบัติในพื้นที่จริง และ ๓.ขั้นทบทวนการปฏิบัติและจัดทำข้อเสนอแนะ เป็นการประเมินผลและทบทวนการดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งในระยะเร่งด่วนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงแผนการดำเนินการในระยะยาว”

“โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมจำนวน ๒๙ หน่วยงาน รวมทั้งประชาชน จิตอาสา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า ๑๐๐ คน และคาดหวังให้เกิดผลลัพธ์สำคัญจากการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้รวม ๓ ประการ ได้แก่ ๑.เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แนวคิด และภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งแบบบูรณาการและยั่งยืน โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็น กรอบแนวทางในการดำเนินงาน ๒.มีต้นแบบในการดำเนินการจัดการและแก้ไขปัญหาภัยแล้งแบบบูรณาการ ในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อนำไปขยายผลและกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ๓.ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที สอดคล้องกับแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของประเทศและความต้องการของประชาชน” อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าว

พลเรือเอกปวิตร รุจิเทศ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. กล่าวว่า “ในนามตัวแทนจิตอาสา จึงขออัญเชิญพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยในปัญหาภัยแล้งในช่วงนี้และที่ผ่านมา ๑.ต้องการให้แก้ปัญหาเช่นเดียวกับที่มีการตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือทีมหมูป่า หมายความว่า จะต้องมีการตั้งศูนย์แก้ปัญหาภัยแล้งทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปถึงระดับพื้นที่ที่ประสบภัย ๒.จะพระราชทานที่ดิน ในส่วนของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในพื้นที่ที่สามารถขุดบ่อน้ำไว้กักเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วม ๓.ต้องการให้น้อมนำเกษตรพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติ โดยให้มุ่งเน้นถึงการกักเก็บน้ำของชุมชนและประชาชน”

“ภัยแล้งในปีนี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นหากเราไม่ทำอะไร ทุกภาคส่วนมีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัยแล้งทั้ง ๒๒ จังหวัด แต่ที่เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาทั้งหมด เพื่อให้รับทราบว่า ในอนาคตจังหวัดอื่นอาจจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งคิดว่าประเทศไทยน่าจะเป็นตัวอย่างของโลก ในการดำเนินการแก้ปัญหาภัยแล้ง อาจจะเป็นแบบอย่างให้อีกหลายๆ พื้นที่ โดยการน้อมนำเอาเกษตรพอเพียงเข้ามาช่วย แต่ในทางปฏิบัติ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ในการบริหารจัดการครั้งนี้ หากมีหมู่บ้านไหนยังไม่พร้อม ยังไม่ให้ความร่วมมือ เราก็ข้ามไปก่อน ปล่อยให้เขาดูตัวอย่างก่อน เราจะไปช่วยเฉพาะหมู่บ้านที่มีความพร้อม โดยการนำกำลังพลจิตอาสาที่มีอยู่ รวมทั้งเครื่องมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ซึ่งในช่วงวันที่ ๒๒-๒๖ กุมภาพันธ์ จะเป็นการอบรมและปฏิบัติในพื้นที่จริง จึงต้องการให้ผู้แทนของแต่ละจังหวัดไปรับทราบการดำเนินงานว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำไปใช้ในแต่ละพื้นที่อย่างถูกต้อง โดยงานนี้จะต้องขอรบกวนผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด มอบหมายงานให้จิตอาสาในพื้นที่ เชื่อว่าในแต่ละจังหวัดมีจิตอาสาอยู่ประมาณ ๑ แสนคน แต่ขอเพียงครึ่งเดียวคือ ๕ หมื่นคน ลงพื้นที่ปฏิบัติต้านภัยแล้ง โดยเฉพาะการขุดแหล่งเก็บ จากนั้นเราจะมาดูผลการทำงานกันว่า ในช่วงที่ฝนจะตกลงมา เราจะมีน้ำเก็บไว้ใช้จนทำให้ไม่เกิดภัยแล้งอีกเลยได้หรือไม่ นี่เป็นเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ นอกจากจะแก้ปัญหาแบบนี้แล้ว การปลูกป่าก็ถือว่าสำคัญ ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสนับสนุนให้ดำเนินการ เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า หากประเทศไทยมีพื้นที่ป่ามาก ก็จะทำให้มีแหล่งน้ำ มีต้นน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีน้ำไว้ในฤดูแล้งด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางที่เราจะนำไปใช้แก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการอบรมให้ความรู้ต่างๆ และจะได้นำไปใช้จริงต่อไป” พลเรือเอกปวิตร กล่าว

สำหรับกิจกรรมทั้งหมดที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ มีดังนี้ ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กิจกรรมการทดสอบแผนบนโต๊ะ (TTX) จัดขึ้นที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กิจกรรมเดินสำรวจพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน นักวิชาการ และปราชญ์ชาวบ้าน โดยใช้หลักธรรมชาติร่วมกับเครื่องมือทางเทคโนโลยี (โดรน) โดยวิทยากรจากกรมชลประทาน ที่ศูนย์สาธิต ทฤษฎีใหม่ ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กิจกรรมเดินสำรวจพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน นักวิชาการ และปราชญ์ชาวบ้าน  โดยใช้หลักธรรมชาติร่วมกับเครื่องมือทางเทคโนโลยี (โดรน) โดยวิทยากรจากกรมชลประทาน ที่ อ.โนนสูง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กิจกรรมสำรวจพื้นที่เป้าหมายและรูปแบบการแก้ไขปัญหา ๘ วิธี (๑.ขุดลอกหนองน้ำ เดิม ๒.แหล่งน้ำครัวเรือน (โคก หนอง นา) ๓.ขุดหนองน้ำใหม่ ๔.สร้างแทงค์ยักษ์กักเก็บน้ำ (ทำด้วยปูนและไม้ไผ่) 

๕.ขุดหลุมในคลอง ๖.จุดเจาะน้ำบาดาล ๗.เชื่อมหนองน้ำ และ ๘.พื้นที่แจกน้ำ) ณ ที่ตั้งของ ๒๒ จังหวัด วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กิจกรรมซักซ้อมการตรวจความพร้อมของทรัพยากรหน่วยงาน และปล่อยขบวนยานพาหนะ ในพื้นที่ ๒๒ จังหวัด และวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ การตรวจความพร้อมของทรัพยากรของหน่วยงาน และปล่อยขบวนยานพาหนะ ในพื้นที่จังหวัด ๒๒ จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒๒ แห่ง เป็นประธานในพิธี และ ศอญ.จอส.พระราชทาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมตรวจความพร้อมฯ ที่จังหวัดนครราชสีมา

 

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๗ วันพุธที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

402 7806