4thApril

4thApril

4thApril

 

February 28,2020

รพ.จิตเวชเพิ่มโอกาสผู้ป่วย เปิดคลินิกกัญชาเพื่อรักษา

รพ.จิตเวชโคราช เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรนำมาจำหน่ายให้โรงพยาบาล

 

เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ นพ.สำเริง แหยงกระโทก (หมอแหยง) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต, นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขประจำเขตสุขภาพที่ ๙ และ นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง นพ.กิตต์กวี โพธิ์เงิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ, นพ.วิชาญ คิดเห็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสูงเนิน และนางฐิวรรณี กันหามาลา ผู้จัดการ บริษัท รักจังฟาร์ม จำกัด ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักจังฟาร์ม อ.วังน้ำเขียว ในโครงการปลูกสมุนไพรกัญชาแบบออร์แกนิกปลอดภัย เพื่อนำมาผลิตตำรับยาแผนไทยต่างๆ ซึ่งมีส่วนประกอบของกัญชาใช้รักษาผู้ป่วยจิตเวชที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ จากนั้นได้ร่วมทำพิธีเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลจิตเวชฯ โดยมีผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์และองค์กรต่างๆ เข้าร่วม

นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การเปิดคลินิกกัญชาผสมผสานแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการสนองนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ครบวงจร นอกจากได้ประโยชน์ทางการแพทย์ ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้จากการปลูกกัญชาและอบใบแห้งเพื่อนำมาจำหน่ายให้โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ และจัดส่งให้โรงพยาบาลสูงเนิน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาสมุนไพรที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบตามมาตรฐาน GMP โดยโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านจิตเวช เป็นฝ่ายใช้และยกระดับมาตรฐานการใช้สมุนไพรไทยในทางการแพทย์อย่างจริงจัง มีวิชาการรองรับตามมาตรฐานสากล จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นยอมรับในเรื่องคุณภาพมากขึ้น

“ที่ผ่านมาประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งมีระบบไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชน จึงมีการใช้กัญชาใต้ดินนับล้านคน แต่ใช้ตามระบบแพทย์แผนปัจจุบันเพียง ๑-๒ พันคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของเขตสุขภาพที่ ๙ ที่เปิดคลินิกกัญชา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ครอบคลุม เป็นตัวอย่างในการดำเนินงานและขยายผลนำใช้ในโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งเป็นสถานที่ศึกษาดูงานต่อไป” นพ.สำเริง กล่าว 

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตมีนโยบายให้โรงพยาบาลในสังกัดเปิดให้บริการคลินิกกัญชาผสมผสาน เพื่อดูแลผู้ป่วยด้วยยาแผนไทยตำรับกัญชา เพิ่มโอกาสในการรักษาให้ผู้ที่เจ็บป่วยทางจิตเวช ส่วนใหญ่จะมีอาการเรื้อรัง และตั้งคลินิกให้คำปรึกษากัญชาทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยสูงสุด โดยคลินิกกัญชาของโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ ระยะแรกใช้ ๒ ตำรับคือยาไทยตำรับศุขไสยาสน์ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๖ ตำรับยาไทยดั้งเดิม ที่มีส่วนประกอบของกัญชาและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับชัดเจนว่า มีสรรพคุณรักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น และใช้น้ำมันกัญชาให้บริการผู้ป่วย ๓ กลุ่มโรคที่มีปัญหานอนไม่หลับและรักษาด้วยวิธีการของแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่ดีขึ้น ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๙ กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) มีผู้ป่วยรักษาจำนวน ๒๖๘ คน เป็นชาย ๑๑๑ คน หญิง ๑๕๗ คน ประกอบด้วย ๑.กลุ่มโรคนอนไม่หลับ (Insomnia) ๖๘ คน ๒.วิตกกังวล (Anxiety) ๑๒๐ คน และ ๓.กลุ่มโรคความจำเสื่อม ๘๐ คน ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคทางจิต ยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่มีปัญหานอนไม่หลับหรือหลับยาก ยาทั้ง ๒ ตำรับนี้จะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ด้าน นพ.กิตต์กวี โพธิ์เงิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ กล่าวว่า คลินิกกัญชาให้บริการสัปดาห์ละ ๑ วัน คือวันพฤหัสบดี เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. มีทีมบุคลากรผ่านการอบรมหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ให้บริการ ๙ คน ประกอบด้วย จิตแพทย์ แพทย์แผนไทย เภสัชกร พยาบาลจิตเวช นักเทคนิคการแพทย์ ผู้ป่วยทุกสิทธิหลักประกันสุขภาพ สามารถรับบริการได้ตามความสมัครใจ ซึ่งต้องอยู่ในเงื่อนไข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด คือ ๑.อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ผ่านการตรวจประเมินตามขั้นตอนจากจิตแพทย์ ระบุอาการทางจิตใจอยู่ในสภาวะสงบและคงที่ ๒.ไม่ป่วยเป็นโรคจิต ไบโพล่า ๓.ไม่มีประวัติใช้สารเสพติดรวมทั้งเหล้าและบุหรี่ ๔.การทำงานของตับและไตเป็นปกติ โดยแพทย์แผนไทยจะจ่ายยาศุขไสยาสน์ ซึ่งเป็นชนิดผงชงละลายน้ำดื่มวันละ ๑ ครั้งก่อนนอน หรือจ่ายน้ำมันกัญชา และนัดติดตามผลทุก ๑-๒ สัปดาห์ ระหว่างนี้ทีมเภสัชกรจะติดตามผลหลังกินยาในช่วงสัปดาห์แรก โดยประเมินผลภาพรวมทั้งด้านคุณภาพการนอนหลับ อาการวิตกกังวล คุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการรักษา รวมทั้งอาการข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ง่วงนอนมากกว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง หมุนเวียนศีรษะ ในอีก ๓ เดือน ก่อนเพิ่มตำรับอื่นๆ คือสารสกัดกัญชาในระยะต่อไป โดยผู้สนใจติดต่อสอบถามได้คลินิกแพทย์แผนไทย หมายเลขโทรศัพท์ ๐๔๔-๒๓๓๙๙๙ ต่อ ๖๕๖๓๕ และ ๐๖๑-๐๒๓๖๘๘๖

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๗ วันพุธที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 


167 7687