21stSeptember

21stSeptember

21stSeptember

 

February 28,2020

ชาวโคราชบุกร้องผู้ว่าฯ ค้านเวทีเหมืองโปแตช

ตัวแทนประชาชนกลุ่มคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชหลายอำเภอในโคราช บุกศาลากลาง ยื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าฯ ค้านการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทําเหมืองแร่โปแตช ซึ่งอาจมีกระบวนการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

สืบเนื่องจากวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยคณะกรรมการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จํากัด ได้ส่งหนังสือเชิญให้ผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๑ และ ๒ ท้องที่ตำบลเมืองปราสาท และตำบลลำคอหงษ์ และพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๓ และ ๔ ท้องที่ตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย ตำบลหนองไข่น้ำ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง เข้าร่วมเวทีประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่ใต้ดิน ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช ซึ่งได้จัดประชุมในวันและเวลาเดียวกันนั้น

ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า ชาวบ้านกลุ่มคัดค้านเหมืองแร่โปแตชพบว่า มีข้อพิรุธและไม่ชอบมาพากลหลายจุดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและอาจเข้าข่ายขัดต่อบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๖๐ และไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียของผู้ประสงค์จะขอประทานบัตรเหมืองใต้ดิน พ.ศ.๒๕๖๑

ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๔๐ น. ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมาได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ศาลากลางจังหวัด โดยคัดค้านการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่โปแตช ซึ่งอาจมีกระบวนการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยนายณรงชนนฐ์ ดีปู่ เลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับหนังสือจากชาวบ้านกลุ่มผู้คัดค้านเหมืองแร่โปแตช พร้อมทั้งกล่าวว่า “วันนี้ผู้ว่าฯ ติดประชุม แต่จะนำเรียนผู้ว่าฯ ให้ทราบ”

โดยชาวบ้านกลุ่มผู้คัดค้านได้ตั้งคำถามกับการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียในครั้งนี้ว่า ทำไมจึงมีการนัดประชุมผู้มีส่วนได้เสียจาก ๒ โครงการ มาจัดประชุมร่วมในวันเวลาและสถานที่เดียวกัน ซึ่งตามกระบวนการแล้วพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๑ และ ๒ มีระยะห่างจากพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๓ และ ๔ กว่า ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นคนละโครงการและเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียคนละกลุ่มกัน ต้องมีการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียแยกออกจากกันเป็นสองเวทีด้วย โดยไม่ควรนำมารวมกันเพื่อให้เกิดความลักลั่นในการแสดงความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในทั้ง ๒ โครงการ ซึ่งการพยายามจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ แบบรวบทีเดียวในครั้งเดียวนั้นอาจส่อเจตนาของผู้จัดการประชุมว่าต้องการนําเสียงผู้สนับสนุนซึ่งอยู่คนละโครงการมากลบเสียงของผู้ที่ไม่เห็นด้วยอีกโครงการหนึ่ง จนนำไปสู่การยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ ให้แยกการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองใต้ดินของบริษัทฯ ระหว่างแปลงที่ ๑ และ ๒ ออกจากแปลงที่ ๓ และ ๔

แต่ทว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ร้องเรียน กลับกำหนดไว้หลังวันจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นการจงใจให้การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ ผ่านไปได้ เพื่อจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการขอประทานบัตร โดยไม่สนใจว่า เป็นการขอประทานบัตรโดยมิชอบ เพราะว่าการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ ในวันดังกล่าวเป็นการรวมสองโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งตามข้อกฎหมายแล้วต้องแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด

ไม่เพียงเท่านั้นพฤติกรรมของผู้ประกอบการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ กำลังทำให้การจัดประชุมซึ่งมีเจตนารมณ์โดยกว้างขวางต่อการปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งมีความเห็นอันหลากหลาย ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือค้านการดำเนินการขอประทานบัตรได้แสดงความเห็นโดยอิสระ เปลี่ยนไปเป็นการประชุมเพื่อผลักดันหรือสนับสนุนโครงการโดยทางเดียว โดยกำหนดรูปแบบ วิธีการและกระบวนการประชุมเพื่อทำให้ ‘ผู้มีส่วนได้เสีย’ กลายเป็น ‘ผู้สนับสนุนเหมือง’ ทั้งๆ ที่นิยามความหมายของผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้มีความหมายเท่ากับผู้สนับสนุนเหมืองแต่อย่างใด ซึ่งไม่สอดคล้องต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายแร่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประพฤติปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ โดยเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการทำเหมืองมากจนเกินงาม

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราช สีมา ซึ่งเป็นประธานกรรมการจัดการประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ และยังเป็นประธานคณะกรรมการแร่จังหวัด มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาข้อร้องเรียนหรือผลกระทบจากการทำเหมืองและบริหารจัดการแร่ในจังหวัด แต่กลับเพิกเฉยและถ่วงเวลาล่าช้า เพื่อให้การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียแล้วเสร็จไปก่อน โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือชะลอการจัดเวทีปรึกษาเบื้องต้นฯ เอาไว้ก่อนจนกว่าจะมีผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนออกมา ซึ่งผู้ว่าฯ ในฐานะเป็นประธานกรรมการจัดการประชุมปรึกษาฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อการกระทำความผิดโทษฐานที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายอาญาแผ่นดิน

ทั้งนี้ ในกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ในการสำรวจและการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ใต้ดินยังพบว่า มีการเจาะสำรวจแร่โปแตชในบางหลุมโดยไม่ได้แจ้งเจ้าของพื้นที่ และมีการแอบอ้างว่ามาดำเนินการตรวจความเค็มหรือมาเจาะหาน้ำบาดาล และหลังจากเจาะสํารวจเสร็จแล้วได้มีการเทปูนซีเมนต์ใส่ลงไปในหลุมเจาะโดยไม่ได้มีมาตรการป้องกันอื่นๆ แต่อย่างใด ทำให้หลายหลุมพบว่า มีคราบเกลือขึ้นมาบริเวณปากหลุมเป็นบริเวณกว้าง และทำให้ไม่สามารถปลูกพืชในบริเวณนั้นได้อีก และชาวบ้านกลุ่มผู้คัดค้านยังหวั่นเกรงต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตระยะยาว เช่น ปัญหาดินเค็ม ปัญหาจากกองเกลือ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ หรือแม้แต่ปัญหาดินถล่ม รวมทั้งอุตสาหกรรม ต่อเนื่องจากแร่โปแตชและเกลือหินในพื้นที่

ล่าสุด วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๒๐ น. นายยงยุทธ นพนิช หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ว่า การประชุมวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ไม่ได้เป็นการจัดประชุมร่วมกัน แม้จัดในวันเดียวกัน แต่เป็นคนละช่วงเวลา โดยโครงการพื้นที่ ๑-๒ จัดประชุมช่วงเช้า และพื้นที่ ๓-๔ จัดประชุมในช่วงบ่าย 
ประเด็นที่ประชาชนกังวลว่า จะนำเสียงจากคนละโครงการมาสนับสนุนเพื่อกลับเสียงคนไม่เห็นด้วยอีกโครงการหนึ่ง นายยุงยุทธ เปิดเผยว่า “การจัดประชุมครั้งนี้จัดก่อนมีการขอประทานบัตร เหมือนเป็นการชี้แจงโดยที่กฎหมายกำหนดว่า ผู้มีส่วนได้เสีย ชี้แจงกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยความหมายของผู้มีส่วนได้เสียคือ คนในพื้นที่ที่จะขอประทานบัตร เพื่อมาชี้แจงว่า จะมีการขอประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินบริเวณนี้ มีแค่นั้น ยังไม่ได้มีการขอประทานบัตรแต่อย่างใด แต่ใช้คำว่าประสงค์จะขอประทานบัตร”

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า “อาจจะมีผู้เข้าร่วมประชุมบางท่านที่เป็นตัวแทนของทั้งสองพื้นที่ เช่นตัวแทนนายอำเภอบางอำเภอที่เป็นตัวแทนของทั้ง ๒ พื้นที่ ซึ่งนับว่าน้อยมากที่มีลักษณะนี้ ส่วนมากจะเป็นตัวแทนของภาคราชการ ในการประชุมครั้งนี้ไม่มีการลงมติออกเสียงเห็นชอบใดๆ เป็นเพียงการประชุมเพื่อชี้แจงให้ทราบเท่านั้น ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย  ผู้มีส่วนได้เสียหมู่บ้านละ ๒ คน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เกิน ๒ คน แต่หากผู้เข้าร่วมประชุมมีความกังวล ก็ให้ถามในที่ประชุม คณะกรรมการการจัดประชุมจะรวบรวมเป็นข้อมูลในเบื้องต้น                                      แต่ขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องเพื่อพิจารณาแน่นอน” นายยงยุทธ กล่าว

“หลังจากประชุมเรียบร้อย จะรวบรวมและนำรายงานการประชุมไปติดประกาศ และส่งไปให้ผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งระยะเวลากำหนดว่า รายงานการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นใดที่ไม่ตรงกับที่เข้าร่วมก็สามารถแย้งเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม จากนั้นจะสรุปส่งไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ต่อไป” นายยงยุทธ กล่าว

ทางด้านนายภัทราวุธ อภิสิงห์ ปราชญ์ชาวบ้าน อ.โนนสูง ตัวแทนกลุ่มรักษ์ลำคอหงส์ เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ว่า “ขณะนี้ก็เป็นเวลา ๓ เดือนแล้ว หลังจากทราบข่าวว่าจะมีการทำเหมืองแร่ในเขต อ.โนนสูง ซึ่งเขาส่งหนังสือมาตามผู้ใหญ่บ้าน เมื่อทราบข่าว ในฐานะคนทำเกษตรอินทรีย์จึงหาข้อมูลว่า การทำเหมืองแร่ นั้น ทำแล้วดีหรือไม่ และมีประโยชน์อย่างไร หลายจังหวัดเขาก็เริ่มทำบ้างแล้ว แต่ที่โคราช บางแห่งมีการเจาะสำรวจ ซึ่งแค่การเจาะสำรวจก็พบปัญหาแล้ว ในส่วนของอำเภอโนนสูง ดินบริเวณนี้ก็มีแต่ดินเค็ม ยิ่งทำเหมืองขุดดินขึ้นมาก็ยิ่งทำให้พบดินเค็มเรื่อยๆ พูดง่ายๆ คือ ทำให้ภูมิศาสตร์ของบริเวณนี้เสียหายไป ถ้าการทำเหมืองแร่เป็นเรื่องที่ดี ชาวบ้านคงไม่ออกมาคัดค้าน แต่เมื่อไม่ดี เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ถ้าหากเขาทำไปแล้วแต่เราจะไปตามแก้ไขก็คงจะสายเกินไป ดังนั้นต้องคัดค้านตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ ในการที่เราป้องกันไม่ให้เหมืองแร่เกิดขึ้น เพราะเราต้องปกป้องสิ่งที่ยังเป็นภูมิปัญญา เช่น แหล่งน้ำ ที่ถือเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลาน ดั่งคำขวัญของอำเภอโนนสูง ‘ข้าวพันธุ์ดี แหล่งโบราณคดี อารยธรรมสามพันปี เหรียญเบญจภาคีเลื่องลือ ชื่อสกุลศรีลงกลาง’ ซึ่งพื้นที่ที่เขามาของขุดทำเหมืองแร่ ตรงนั้นเป็นแหล่งน้ำ เป็นหัวใจของชาวบ้านและเกษตรกร เราจะออกมาต่อต้าน โดยไม่ได้หวังว่าเราจะชนะหรือไม่ แต่เราทำไปเพราะต้องการให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่า การทำเหมืองแร่ไม่ดีอย่างไร 

นายภัทราวุธ กล่าวอีกว่า “ในการขออาชญาบัตรขุดสำรวจ ขณะนี้สัญญาหมดเขตไปแล้ว ซึ่งอาชญาบัตรคือการขอเจาะสำรวจ แต่เมื่อเขารู้ว่าพื้นที่นี้มีสิ่งดีๆ สำหรับเขา เขาจึงจะมาขอประทานบัตร เพื่อทำเหมืองแร่ เมื่อเรารู้จึงรวมกลุ่มออกมาคัดค้านว่า ตั้งแต่เขาขุดเจาะสำรวจเมื่อปี ๒๕๕๘ ซึ่งตอนที่ขอเข้ามาสำรวจ เขาไม่ได้พูดความจริง ทำเป็นมาเช่าบ่อน้ำของชาวบ้านในราคาบ่อละ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยบอกว่า จะมาแก้ปัญหาดินเค็ม จะมาหาน้ำให้อย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อมาตอนนี้เขาก็ทิ้งชาวบ้านไว้ ทิ้งความเสียหายเอาไว้ เป็นเดิ่นเป็นลานกว้างๆ และไม่สามารถเพาะปลูกได้ น้ำที่ขุดมาก็เป็นน้ำเค็ม ทั้งหมดนี้คือผลจากการที่เขามาสำรวจ” 
“สำหรับการเข้าร่วมประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ มติของกลุ่มคือ เราจะไปร่วมแต่ไม่เข้าประชุม โดยเราจะนำรายชื่อของผู้มีส่วนได้เสียไป แล้วเขียนปะหน้าไว้ว่า เราไม่ต้องการเหมืองแร่ และจะนำรายชื่อของชาวบ้านในเขตอำเภอโนนสูง ที่มีความเห็นตรงกันว่า ไม่เอาเหมืองแร่แนบไปด้วย เพื่อจะยื่นให้ผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ ที่จะมาร่วมประชุม สุดท้ายผมต้องการฝากถึงหน่วยงานราชการหรือบริษัทเหมืองแร่ว่า ต้องการเห็นความสำคัญของชาวบ้าน สิ่งไหนดีก็จะสนับสนุน แต่สิ่งไหนไม่ดี สร้างความเลวร้ายสร้างความวิบัติให้กับวิถีของชุมชนและวิถีชีวิต เราก็ไม่ต้องการ เราจึงออกมาคัดค้านในครั้งนี้” นายภัทราวุธ กล่าว

อนึ่ง โครงการสำรวจแร่โปแตชอำเภอโนนสูง ดำเนินการโดยบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด โครงการตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้รับใบอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแตชจำนวน ๑๓ แปลง พื้นที่รวม ๑๓๐,๐๐๐ ไร่

สำหรับ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ เพื่อดำเนินธุรกิจสำรวจแร่โปแตช เกลือหิน และแร่ทุกชนิด นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในบริษัทของประเทศไทยที่ดำเนินกิจการด้านพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานสำรวจ พัฒนา แปรรูปและผลิตด้านพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นผู้นำในการให้บริการด้านพลังงานและเหมืองแร่ รวมถึงการมีบทบาทที่สำคัญในภาคพลังงานของประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.๒๐๑๒ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาการเหมืองแร่ เมื่อปี พ.ศ.๒๐๑๕ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทหนึ่งในห้าของประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตชจำนวน ๑๓ แปลง พื้นที่รวม ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ในเขตท้องที่อำเภอเมือง และ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ บจก.อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตเลี่ยม กรุ๊ป ได้รับสัญญาอาชญาบัตรในเขตอำเภอโนนสูงเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดยมีกำหนดหมดสัญญาอาชญาบัตรพิเศษเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จำนวน ๑๓ สัญญา ซึ่งแต่ละสัญญาอนุญาติให้สำรวจพื้นที่จำนวน ๑๐,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งหมด ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคุลมพื้นที่ ๖ ตำบล ได้แก่ ตำบลจันอัด ด่านคล้า ใหม่ เมืองปราสาท ลำคอหงส์ และหลุมข้าว
อนึ่ง หากมีความคืบหน้า “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป

 

 

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๗ วันพุธที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 


452 7997