4thApril

4thApril

4thApril

 

March 04,2020

จากดาวมหา’ลัยสู่นางงาม...อนาคตคือ ‘ผู้พิพากษา’ “แจง” ปภัสรา อังค์ยศ มิสแกรนด์นครราชสีมา’๖๓

การประกวด “มิสแกรนด์นครราชสีมา ประจำปี ๒๕๖๓” เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้การดำเนินการของผู้แทนลิขสิทธิ์ คือ บริษัท ดิจิตอล เทเลวิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด (DN Cable TV) ซึ่งมี “จารุพักตร์ ปราณีตพลกรัง” เป็น  Provincial Director ภายใต้การสนับสนุนจากหลายองค์กร รวมทั้งเดอะมอลล์โคราช ที่เปิดฮอลล์ใหญ่เป็นพื้นที่ประชันโฉม และก็ได้สาวงามผู้ครองมงกุฏคือ “น้องแจง” ปภัสรา อังค์ยศ ดีกรีดาวมหาวิทยาลัยจากรั้วราชภัฏโคราช ที่จะเป็นตัวแทนไปชิงมงกุฏในเวทีระดับประเทศ “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ๒๕๖๓” 

 “น้องแจง” ปภัสรา อังค์ยศ สาวงามหลานย่าโมแท้ๆ ปัจจุบันอายุ ๑๙ ปี ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๒ สาขานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา บอกได้เลยว่า “เธอไม่ธรรมดา” เพราะก่อนที่เธอจะมาเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการประกวดมาก่อน แต่เมื่อเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่เดือน ก็ฉายแววเปล่งออร่า ถูกตาต้องใจใครหลายคน ทำให้คว้าตำแหน่ง “ดาวมหาวิทยาลัย” มาครอง

ด้วยความสามารถที่มีหลากหลาย ของ“น้องแจง” ไม่ว่า จะเป็นความสวย น้ำเสียงที่ไพเราะ และทัศนคติที่ดี จึงไม่มีอะไรมาหยุดเธอจากเวทีการประกวดนางงามได้ เมื่อมีข่าวเปิดรับสมัคร เวทีมิสแกรนด์นครราชสีมา เวทีที่จะคัดเลือกหนึ่งสาวงามเป็นตัวแทนจังหวัด ไปประกวดในเวทีระดับประเทศ เธอก็ไม่รอช้าที่จะขึ้นประกวด และจากการฝึกซ้อมอย่างหนักและความสามารถด้านต่างๆ ของ “น้องแจง” ทำให้กรรมการยกตำแหน่ง “มิสแกรนด์นครราชสีมา” ให้

หลังจากได้ตำแหน่ง “มิสแกรนด์นครราชสีมา” มาแล้ว “น้องแจง” ยังต้องเผชิญกับศึกใหญ่อีกครั้ง เมื่อเธอต้องเป็นตัวแทนคนโคราชไปประกวดบนเวทีมิสแกรนด์ระดับประเทศ ซึ่งจะมีสาวงามอีก ๗๖ จังหวัดเป็นคู่แข่ง แต่ด้วยจุดแข็งที่เธอบอกกับผมว่า “เป็นคนพูดหรือตอบคำถามได้ดี และมีเสียงที่ไพเราะน่าฟัง” ก็อาจจะพอเรียกคะแนนจากกรรมการได้บ้าง เพราะอย่างที่เรารู้ เดี๋ยวนี้การประกวดนางงาม มักจะวัดกันที่ไหวพริบ การแสดงทัศนคติ และการตอบคำถาม

แต่เพียงการพูดก็อาจจะไม่พอที่จะเอาชนะสาวงามคนอื่นๆ ได้ เพราะสิ่งสำคัญอย่าง บุคลิก ก็ต้องโดดเด่นเช่นกัน งานนี้ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายสำหรับ “น้องแจง” เธอเล่าว่า “จุดอ่อนน่าจะเป็นเรื่องการเดิน ซึ่งก่อนเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้อยู่ในวงการประกวดนางงามอยู่แล้ว แต่ขณะนี้กำลังฝึกเดินและฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่หลายๆ ท่าน” ...ส่วนผมในฐานะคนดู ก็ขอส่งกำลังใจช่วยน้องแทนละกัน

หลังจากที่น้องแจงครองมงกุฏมิสแกรนด์นครราชสีมาได้ไม่กี่วัน เธอก็มีความคิดว่า ในเวทีระดับประเทศ เธอจะนำภาษาโคราชไปเผยแพร่ ทำให้ทั้งประเทศรู้ว่า นี่แหละสาวงามโคราช ด้วยความพร้อมที่น้องแจงมีดูท่าจะดุเดือดจริงๆ สำหรับเวทีมิสแกรนด์ประเทศไทย ๒๐๒๐ ส่วนใครที่สงสัยว่า มิสแกรนด์อะไรนี่ เวทีนี้มีไว้ทำอะไร น้องแจงเล่าให้ฟังว่า 

“หากจะต้องทำอะไรเพื่อสังคม แจงก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างที่ผู้ใหญ่มอบให้ โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนในการประชาสัมพันธ์เมืองโคราชให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่วนถ้าแจงไม่ได้มาเป็นมิสแกรนด์ แจงก็พร้อมที่จะทำงานด้านจิตอาสา เพราะส่วนตัวก็ชอบการเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว และในฐานะที่เรียนด้านนิติศาสตร์ ก็อยากจะช่วยเหลือคนอื่นๆ เกี่ยวกับกฎหมาย ให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน และก็ออกไปพัฒนาสังคมและเยียวยาสังคมตามที่ได้เรียนมา”  เป็นอย่างไรบ้าง อ่านแล้วก็ชื่นใจ นอกจากรูปร่างหน้าตาสวยแล้วจิตใจก็สวยไม่แพ้กัน

สำหรับการเป็น “มิสแกรนด์” อาจจะเป็นความฝันของใครหลายคน แต่สำหรับ “น้องแจง” มันสำคัญกว่านั้น เพราะ การประกวดคือ การส่งตัวเองเรียน เธอใช้ความสามารถที่ตัวเองมี เปลี่ยนเป็นอนาคต พร้อมกับได้ช่วยแบ่งเบาครอบครัวอีกด้วย นอกจากเงินรางวัลที่พอจะส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยแล้ว “การได้ไปยืนอยู่ในจุดที่ใครหลายคนฝันเอาไว้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองด้วย” การเปิดโอกาสให้กับตัวเองในที่นี้ เธออาจจะหมายถึง โอกาสในการทำงาน เพราะเมื่อเป็นมิสแกรนด์แล้ว จะต้องมีงานมีอะไรดีๆ เข้ามาแน่นอน

และเมื่อพูดถึงความฝัน น้องแจงบอกว่า “นอกจากการประกวดนางงาม แจงอยากเป็นทนายความ ตามที่ได้เรียนในสาขานิติศาสตร์ และอยากเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับกฎหมายมหาชน และความฝันที่ใหญ่ที่สุดคืออยากจะเป็นผู้พิพากษา เพราะเป็นอาชีพ ที่มีเกียรติ และทุกคนที่เรียนนิติศาสตร์ต่างใฝ่ฝันทุกคน ซึ่งที่ เลือกเรียนนิติศาสตร์ก็เพราะเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

เห็นไหมครับ...การประกวดนางงามทุกวันนี้ ไม่ใช่การ “โชว์ขาขาว” อย่างที่ใครหลายคนคิด แต่มันคือการแสดงความสามารถ ทั้งด้านหน้าตา ความรู้ ทัศนคติ บุคลิกภาพ และความกล้าแสดงออก และยิ่งเป็น “น้องแจง” ต้องยอมรับว่า ถ้าไม่ได้รู้จักน้องในฐานะมิสแกรนด์นครราชสีมา แต่รู้จักผ่านมุมมองความคิด ความฝัน และสิ่งที่อยากจะทำ คงเรียกได้ว่า “นางงามในชีวิตจริง” ไม่ใช่การแสดงความสามารถเพียงบนเวทีเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน...จะพบเจอใคร น้องแจงก็สามารถเป็นนางงามได้ตลอดเวลา ดั่งคำที่ว่า “นับจากนี้ ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์”

 

 

ที่มารูป : FB Jang Papassara และ กองประกวดมิสแกรนด์นครราชสีมา

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๘ วันพุธที่ ๔ - วันอังคารที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 


144 7687