4thApril

4thApril

4thApril

 

March 07,2020

บุกล้มประชุม ‘ไม่เอาเหมืองโปแตช’ นายทุนอ้างยังไม่ขออนุญาต

ราษฎรบุกที่ประชุมปรึกษาเบื้องต้นผู้มีส่วนได้เสีย จากการทำเหมืองแร่โปแตช พร้อมยื่นรายชื่อคัดค้าน ด้านบริษัทฯ เผย หากการประชุมไม่ผ่าน ทำขั้นตอนต่อไปไม่ได้ อ้างยังไม่ขอประทานบัตร ยืนยันเหมืองไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ลั่น “ประชาชนอยู่ได้ เหมืองก็อยู่ได้” 

สืบเนื่องจาก วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยคณะกรรมการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จํากัด ได้ส่งหนังสือเชิญให้ผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๑ และ ๒ ท้องที่ ตำบลเมืองปราสาท และตำบลลำคอหงษ์ อำเภอโนนสูง และพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๓ และ ๔ ท้องที่ตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง, ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย, ตำบลหนองไข่น้ำ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง เข้าร่วมเวทีประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่ใต้ดิน ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช นั้น

ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ศาลากลางจังหวัด โดยคัดค้านการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่โปแตช ซึ่งอาจมีกระบวนการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีนายณรงชนนฐ์ ดีปู่ เลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นผู้รับหนังสือ ชาวบ้านกลุ่มผู้คัดค้านได้ตั้งคำถามกับการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียในครั้งนี้ว่า ทำไมจึงนัดประชุมผู้มีส่วนได้เสียจาก ๒ โครงการ มาจัดประชุมร่วมในวันเวลาและสถานที่เดียวกัน ซึ่งตามกระบวนการแล้วพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๑ และ ๒ มีระยะห่างจากพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ ๓ และ ๔ กว่า ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นคนละโครงการและเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียคนละกลุ่มกัน ต้องมีการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียแยกออกจากกันเป็นสองเวทีด้วย โดยไม่ควรนำมารวมกันเพื่อให้เกิดความลักลั่นในการแสดงความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในทั้ง ๒ โครงการ

นอกจากนี้ยังต้องข้อสังเกตว่า การพยายามจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ แบบรวบทีเดียวในครั้งเดียวนั้นอาจส่อเจตนาของผู้จัดการประชุมว่าต้องการนําเสียงผู้สนับสนุนซึ่งอยู่คนละโครงการมากลบเสียงของผู้ที่ไม่เห็นด้วยอีกโครงการหนึ่งจนนำไปสู่การยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ ให้แยกการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองใต้ดินของ บริษัทฯ ระหว่างแปลงที่ ๑ และ ๒ ออกจากแปลงที่ ๓ และ ๔

คัดค้านไม่เข้าร่วมประชุม

ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช นายนันทชัย หวังเลี้ยงกลาง ตัวแทนกลุ่มรักษ์ลำคอหงษ์ อ.โนนสูง พร้อมพวกกว่า ๒๐ คน เดินทางมายื่นหนังสือขอคัดค้านการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการทำเหมืองแร่ใต้ดิน และไม่ประสงค์เข้าร่วมประชุม พร้อมกับชูป้ายข้อความว่า “คนโนนสูงไม่เอาเหมืองแร่” ซึ่งนายชัยทัต สมิตินนท์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้รับแทนนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากติดประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมา 

นายนันทชัย หวังเลี้ยงกลาง ตัวแทนกลุ่มรักษ์ลำคอหงษ์ กล่าวว่า “ตามที่ตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรที่ ๑ และ ๒ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านกระบวนการจัดประชุม ดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รับคําตอบหรือคําชี้แจงใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งจากการศึกษาข้อมูลที่บริษัทให้มา ทําให้พบข้อพิรุธหลายจุดที่ดูเหมือนว่าจะไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่นที่ทําเหมืองโปแตชและเหมืองใต้ดิน ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลผลกระทบด้านต่างๆ ตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนในพื้นที่หวาดกลัวต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาดินเค็ม ปัญหาจากกองเกลือ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำที่เป็นปัญหาสําคัญสําหรับคนในพื้นที่ หรือแม้แต่ปัญหาดินถล่ม อีกทั้งจากการศึกษาพื้นที่ที่ทําเหมืองโปแตซในประเทศไทยทั้งสองพื้นที่ คือที่อําเภอ ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และอําเภอบําเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ยิ่งทําให้เรามองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเราในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

นายนันทชัย กล่าวอีกว่า “นอกจากนี้ กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ที่บริษัทเข้ามา ตั้งแต่ขั้นตอนของการสํารวจแร่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทําอย่างถูกต้อง ในบางหลุมเจาะโดยไม่แจ้งเจ้าของพื้นที่อย่างตรงไปตรงมาว่า จะเข้ามาทําการสํารวจแร่ แต่กลับอ้างเรื่องมาตรวจความเค็ม หรือมาเจาะหาน้ำบาดาล และหลังจากเจาะสํารวจ นอกจากเทปูนซีเมนต์ใส่ลงไปในหลุมเจาะ ก็ไม่ได้มีมาตรการป้องกันอื่นๆ แต่อย่างใด ทําให้หลายหลุมพบว่า มีคราบเกลือขึ้นมาบริเวณปากหลุมเป็นบริเวณกว้าง และทําให้ไม่สามารถปลูกพืชในบริเวณนั้นได้อีก รวมทั้งการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียในครั้งนี้ก็เช่นกัน กลับมีการนัดผู้มีส่วนได้เสียจาก ๒ โครงการ มาจัดประชุมร่วมในวันเวลาเดียวกัน ทําให้เห็นเจตนาของผู้จัดการประชุมว่า ต้องการนําเสียงผู้สนับสนุนซึ่งอยู่คนละโครงการมากลบเสียงของผู้ที่ไม่เห็นด้วย”

“อีกทั้งก่อนการยื่นขอจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย ก็ไม่พบว่ามีการมาสํารวจในพื้นที่ว่า มีพื้นที่อ่อนไหวตามมาตรา ๑๓ วรรคสี่ ของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๖๐ แต่อย่างใด เพราะในพื้นที่อาจจะมีแหล่งน้ำซับซึมที่อยู่ใต้ดินก็เป็นได้ เพราะในพื้นที่อําเภอโนนสูงและในเขตประทานบัตรก็มีแหล่งน้ำสําคัญพาดผ่าน และพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางระบบนิเวศ โดยเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ที่ได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ของชาวนครราชสีมาแล้ว ซึ่งพื้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์เป็นเขตเกษตรกรรมที่สําคัญแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ดังนั้นจากการประชุมปรึกษาหารือของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ของพื้นที่ที่ต้องการขอประทานบัตรแปลงที่ ๑ และ ๒ จึงได้ข้อตกลงร่วมกันว่าผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดจะไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว” นายนันทชัย กล่าว

ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายชัยทัต สมิตินนท์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “จากกรณีที่ตัวแทนกลุ่มรักษ์ลำคอหงษ์ มายื่นหนังสือให้กับหน่วยงานราชการนั้น ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีความกังวลอย่างมากกับเรื่องนี้ ซึ่งได้เน้นย้ำกับผมว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้ง ๔ แปลง และผู้ประสงค์จะขอประทานบัตร โดยเอกสารรายชื่อที่ยื่นมานั้น ผมจะนำไปประกอบการพิจารณาในการขออนุญาตประทานบัตร ซึ่งต้องชี้แจงก่อนว่า ในวันนี้เป็นเพียงการประชุมชี้แจงรายละเอียดเท่านั้น บริษัทฯ ยังไม่ได้ยื่นขอประทานบัตรใดๆ หากการประชุมวันนี้ดำเนินการต่อไม่ได้ ก็จะส่งผลให้ทำขั้นตอนอื่นๆ ไม่ได้”

ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

ต่อมา เวลา ๐๙.๓๐ น. นายชัยทัต สมิตินนท์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ประธานในการประชุม พร้อมด้วย นายยงยุทธ นพนิช หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายดิเรก รัตนวิชช์ อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ปรึกษาบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จํากัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่ใต้ดิน ของบริษัทฯ โดยในช่วงเช้าเป็นการประชุมกับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตร ๑ และ ๒ ในพื้นที่ตำบลเมืองปราสาท และตำบลลำคอหงษ์ อำเภอโนนสูง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง ๑๘ คน จาก ๔๕ คน ซึ่งถือว่า การประชุมมีผู้เข้าร่วมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการการประชุมได้

นายชัยทัต สมิตินนท์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “การประชุมในวันนี้ เกิดจากการที่บริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จํากัด ต้องการขอประทานบัตรทำเหมืองในตำบลเมืองปราสาทและตำบลลำคอหงษ์ อ.โนนสูง ตาม พ.ร.บ.เหมืองแร่ พ.ศ.๒๕๖๐ ได้กำหนดให้ผู้ที่ต้องการขอประทานบัตร จัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย ต่อมากระทรวงอุตสาหกรรมมีประกาศการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย พ.ศ.๒๕๖๑ เมื่อมีประกาศออกมา บริษัทฯ จึงยื่นคำขอต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการในการประชุมกับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตร ๑ และ ๒ โดยคณะกรรมการจะมีทั้งหมด ๑๑ คน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอในพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือส่งเป็นผู้แทนมาก็ได้ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ดังนี้

๑.แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้คัดเลือกผู้แทน ๒ คน ในการเข้าร่วมประชุม ๒.แจ้ง อปท.ในพื้นที่คัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมประชุม ๓.จัดส่งรายงานเบื้องต้นการทำเหมืองใต้ดิน ให้แก่ตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อศึกษารายละเอียดล้วงหน้าก่อนการประชุมฯ ๔.สรุปประเด็นข้อซักถามหรือความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อส่งให้แก่ผู้ประสงค์ขอประทานบัตร ๕.ดำเนินการจัดการประชุมปรึกษาเบื้องต้น ๖.สรุปผลการประชุมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และผู้ที่ประสงค์ขอประทานบัตร ๗.ประเมินและเก็บค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม และ ๘.ดำเนินการตามระเบียบวิธีที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่มอบหมาย”

“ตามระเบียบของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ที่ระบุไว้ว่า การประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียต้องดำเนินการดังนี้ ๑.ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมและผู้ที่ประสงค์ขอประทานบัตร ลงทะเบียนก่อนการประชุมฯ ๒.การประชุมปรึกษาเบื้องต้น ต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง กรณีเกิดเหตุที่ทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมได้ ให้จัดประชุมใหม่ ๓.เมื่อผู้ประสงค์ขอประทานบัตรนำเสนอข้อมูลเสร็จแล้ว หากผู้เข้าร่วมประชุมมีข้อสงสัยสามารถซักถามได้ และ ๔.ให้คณะกรรมการสรุปการประชุมให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับจากเสร็จสิ้นการประชุม จากระเบียบที่กล่าวมา วันนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง ๑๘ คน จาก ๔๕ คน ซึ่งถือว่า การประชุมมีผู้เข้าร่วมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ ดังนั้นผมจึงต้องยุติการประชุมครั้งนี้ไว้เพียงเท่านี้” อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าว

แร่อยู่ในชีวิตประจำวัน

จากนั้น เวลา ๑๓.๐๐ น. เริ่มการประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่ใต้ดิน ของบริษัทฯ กับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตร ๓ และ ๔ ในพื้นที่ตำบลจันอัด ตำบลบ้านใหม่ (อำเภอโนนสูง) ตำบลด่านจาก (อำเภอโนนไทย) ตำบลโคกสูง และตำบลหนองไข่น้ำ (อำเภอเมือง) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗ คน จาก ๔๕ คน ซึ่งถือว่า การประชุมมีผู้เข้าร่วมเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้สามารถดำเนินการการประชุมได้ 
นายดิเรก รัตนวิชช์ อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษาบริษัทฯ ชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการทำเหมืองแร่ว่า “มนุษย์เราตั้งแต่เกิดจนตายใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุ ทรัพยากรธรณีตลอดเวลา ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่น ช่วงตั้งครรภ์อยู่ในท้องแม่ คุณหมอให้ยาบํารุงครรภ์ ที่ประกอบด้วย ธาตุเหล็ก แคลเซียม เมื่อคลอดหรือเกิดมาก็พบกับเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ประกอบด้วยแร่โลหะๆ เติบโตมาก็เป็นทั้งผู้ใช้ ผู้สนับสนุนให้ใช้แร่ธาตุทรัพยากรธรณี ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อเป็นปัจจัย ๔ ในการดํารงชีวิต ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน เช่น ๑.ที่อยู่อาศัย บ้าน รถยนต์ เครื่องใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ๒.เครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ๓.ยารักษาโรค ยาปฏิชีวนะ ยาแก้คัน ยาแก้ท้องเสีย แป้งแบเรียม อุปกรณ์การแพทย์ อื่นๆ และ ๕.อาหาร ๕ หมู่ โปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่/แร่ธาตุ”

นายดิเรก รัตนวิชช์ กล่าวอีกว่า “สำหรับวิธีการทําเหมืองใต้ดินในโครงการ จะทำด้วยวิธีการทําเหมืองแบบห้องสลับเสาค้ำยัน (Room & Pillar Mining Method) ซึ่งมีการออกแบบและจัดทําแผนผังโครงการทําเหมืองตามหลักวิชาการ โดยจะขุดแร่ใต้ดินออกบางส่วนเป็นห้องและเหลือแร่ใต้ดินบางส่วนไว้เป็นเสาค้ำยัน เป็นวิธีการทําเหมืองที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะธรณีวิทยา โดยแหล่งแร่เป็นชั้นวางตัวแนวราบ มีความลึกทําเหมืองได้มากกว่า ๑๑๐ เมตร นี่เป็นวิธีการที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีสัดส่วนการขุดแร่ออกน้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้โครงการสร้างเหมืองใต้ดินมีเสถียรภาพแข็งแรงและปลอดภัยสูงสุด โครงการจะปฏิบัติตามการออกแบบและแผนผังโครงการทําเหมืองอย่างเคร่งครัด รวมถึงระเบียบกฎหมายที่ทางราชการกําหนด”

“ส่วนผลประโยชน์ที่รัฐและท้องถิ่นจะได้รับ มีคร่าวๆ ดังนี้ ๑.ผลประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับชาติ ช่วยเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเกษตรกรไทย ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนผลผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมส่วนที่เหลือจากการจําหน่ายแก่เกษตรกรในประเทศ ยังจะสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกเพื่อสร้างรายได้แก่ประเทศ และรายได้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น (จากค่าภาคหลวงแร่ ร้อยละ ๔๐ รัฐโดยกระทรวงการคลัง ร้อยละ ๖๐ ท้องถิ่น) ๒.ผลประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับจังหวัด เงินค่าภาคหลวงจํานวนร้อยละ ๒๐ จะถูกจัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาในด้านต่างๆ” นายดิเรก กล่าว

ยืนยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย

จากนั้น การประชุมได้เปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตร ๓ และ ๔ แสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อสงสัยเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาดินเค็มน้ำเค็ม ปัญหาภัยแล้ง ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับบริษัทฯ ในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และกังวลว่า บริษัทฯ จะขอประทานบัตรเสร็จสิ้นในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งในประเด็นนี้ นายดิเรก รัตนวิชช์ กล่าวว่า  “ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนเป็นห่วงนั้น ทางบริษัทฯ จะดูแลอย่างดี จะมีการก่อตั้งกองทุนต่างๆ ขึ้นมา หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น บริษัทฯ ก็พร้อมที่จะชดเชยให้อย่างเหมาะสม ส่วนปัญหาภัยแล้ง บริษัทฯ จะขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อไว้กักเก็บน้ำ หากน้ำที่มีไม่เพียงพอ บริษัทฯ ก็จะต้องขออนุญาตจากประชาชนก่อน หากประชาชนไม่อนุญาตก็ไม่สามารถนำน้ำสาธารณะมาใช้ได้ ส่วนเรื่องปัญหาดินทรุด เราจะมีเงินชดเชยที่เรียกว่า ค่าลอดใต้ถุน ซึ่งจำนวนเงินก็จะเป็นไปตามกฎหมายเหมืองแร่ และประเด็นสุดท้ายที่ต้องชี้แจงคือ ขั้นตอนการขอประทานบัตร ขณะนี้เป็นเพียงการปรึกษาเบื้องต้นเท่านั้น หากไม่จัดการประชุมนี้ บริษัทฯ ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมอีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อขอ EIA และการประชุมรับฟังความคิดเห็น หากเมื่อนั้นมีประชาชนไม่พอใจ ไมต้องการเหมืองแร่ ก็สามารถคัดค้านในที่ประชุมได้ หากมีเสียงคัดค้านจำนวนมาก ก็จะใช้ขั้นตอนการทำประชามติ เป็นการย่อนบัตรแบบเลือกตั้ง ส.ส. ดังนั้น ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะบริษัทฯ ทำตามขั้นตอน ทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัดแน่นอน”

เหมืองไม่เกิดเร็วๆ นี้

หลังจบการประชุม นายดิเรก รัตนวิชช์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า “ในวันนี้ ที่เราจัดการประชุมขึ้น แม้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จะไม่สะดวกเข้าร่วม ก็ส่งอุตสาหกรรมจังหวัดฯ มาแทน ซึ่งการประชุมนี้เรียกว่า การประชุมปรึกษาเบื้องต้น ตามกฎหมายเก่า เราได้อาชญาบัตรผูกขาดการสำรวจแร่ โดยสำรวจมาแล้ว ๕ ปี ทำให้สามารถขอประทานบัตรได้ทันที แต่เมื่อมีกฎหมายฉบับใหม่ออกมา มีข้อกำหนดว่า ต้องจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นเสียก่อน โดยให้ประชุมร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในกรรมสิทธิ์ที่ดิน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา องค์ประชุมมีทั้งหมด ๔๕ คน ปรากฏว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง ๑๘ คน จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการจัดประชุมได้”

นายดิเรก รัตนวิชช์ กล่าวอีกว่า “หากพูดตรงๆ แล้ว นี่เป็นเพียงการประชุมปรึกษาเบื้องต้นเท่านั้น เรายังไม่ได้ลงพื้นที่ไปรังวัด ยังไม่กำหนดว่าจะทำปากเหมืองตรงไหน ผมมองว่า กว่าจะขอประทานบัตรเสร็จสิ้น อาจจะกินเวลาเกิน ๕ ปี อย่างที่จังหวัดอุดรธานี (โครงเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด) กว่าเขาจะได้ทำเหมือง ใช้เวลาไปประมาณ ๒๐ ปี ซึ่งถ้าผมทำได้ใน ๕ ปี ก็ถือว่าเก่งมาก จะให้บอกว่าซื้อที่ดินแล้วก็ไม่ได้ คนขายที่ดินก็จะมาต่อต้านเราอีก จะให้บอกว่า ซื้อที่ดินแล้วก็ไม่ได้ เพราะจะเกิดการเพิ่มราคาที่ดิน ซึ่งเรื่องที่ดินเราจะไม่พูดตอนนี้ แต่เราจะพูดเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การดูแลชุมชนในพื้นที่ หลักการคือ ประชาชนอยู่ได้เหมืองถึงอยู่ได้ เราทำตามระเบียบราชการทุกอย่าง คุณจะเก็บแร่ไว้ทำอะไร เมื่อนานวันไป บ้านเรือนประชาชนเพิ่มมากขึ้น วันนั้นก็ไม่สามารถไปขุดทำเหมืองได้ ดูอย่างโครงการทำถนนของรัฐบาล สร้างลอดใต้ถุนบ้านใคร ใครก็ต่อต้าน แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไร ชอบกันมาก ขอให้สร้างเข้ามาใกล้ๆ ก็มี  ไม่ว่าจะสิ่งก่อสร้างอะไร ก็สร้างมาจากแร่ธาตุทั้งนั้น คุณไม่เอาแร่ ต่อต้านการทำเหมือง แต่คุณก็ต้องการวัสดุจากแร่”

ประชาชนอยู่ได้เหมืองอยู่ได้

“การที่มีคนคัดค้านนั้นไม่ใช่ปัญหา เราก็ต้องอธิบายให้รับรู้เรื่อยๆ แต่ถ้าไม่มีคนคัดค้านนั่นถึงจะเป็นเรื่องแปลก ขนาดรัฐบาลยังมีฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่จะให้ทุกคนเข้าใจทั้งหมด มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยอธิบายกันไป ดังนั้นการประชุมปรึกษาเบื้องต้นของภาคเช้า ต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่จะประชุมใหม่เมื่อใด ต้องรอดูความพร้อมของทุกฝ่าย ส่วนภาคบ่ายนั้น ก็จะทำตามขั้นตอนต่อไป หากทำไปแล้วไม่ได้ประทานบัตรเสียที หมดตัวเมื่อไหร่ก็คงเลิกทำ แต่ถ้าโชคดีได้ประทานบัตรก็จะรีบขุด เพราะขณะนี้ราคาแร่โปแตชลดลง ไม่แน่ว่า เมื่อได้ประทานบัตรมาแล้ว อาจจะขุดไปแล้วขาดทุนก็ได้ ผมต้องฝากถึงประชาชนที่มีส่วนได้เสียทุกคนว่า ผมและบริษัทฯ มาทำมาหากินในพื้นที่ของท่าน เราจะรักษาสิ่งแวดล้อม ตามหลักการ ประชาชนอยู่ได้เหมืองอยู่ได้ เราจะทำประโยชน์ให้กับประเทศ และทำตามกฎหมายข้อบังคับทุกอย่างทุกประการ ขอให้ประชาชนในพื้นที่มีความสบายใจ หากเราทำแล้วทำให้ทุกคนเดือดร้อน เราก็จะเลิก และแม้ว่าบริษัทฯ จะได้ประทานบัตรไปแล้ว สร้างเหมืองขุดแร่แล้ว แต่ประชาชนก็ยังสามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลา เกิดปัญหาอะไรก็คัดค้านได้เสมอ ไม่ใช่ว่าผ่านแล้วผ่านเลย ดังนั้นขอให้สบายใจ เราจะทำตามขั้นตอนและไม่สร้างความเดือดร้อนแน่นอน” นายดิเรก กล่าว

สำหรับ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ เพื่อดำเนินธุรกิจสำรวจแร่โปแตช เกลือหิน และแร่ทุกชนิด นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในบริษัทของประเทศไทยที่ดำเนินกิจการด้านพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานสำรวจ พัฒนา แปรรูปและผลิตด้านพลังงาน เมื่อปี พ.ศ.๒๐๑๒ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาการเหมืองแร่ เมื่อปี พ.ศ.๒๐๑๕ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทหนึ่งในห้าของประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตชจำนวน ๑๓ แปลง พื้นที่รวม ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ในเขตท้องที่อำเภอเมือง และ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ บจก.อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลี่ยม กรุ๊ป ได้รับสัญญาอาชญาบัตรในเขตอำเภอโนนสูงเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดยมีกำหนดหมดสัญญาอาชญาบัตรพิเศษเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จำนวน ๑๓ สัญญา ซึ่งแต่ละสัญญาอนุญาตให้สำรวจพื้นที่จำนวน ๑๐,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งหมด ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคุลมพื้นที่ ๖ ตำบล ได้แก่ ตำบลจันอัด ด่านคล้า ใหม่ เมืองปราสาท ลำคอหงษ์ และหลุมข้าว หากมีความคืบหน้า “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๘ วันพุธที่ ๔ - วันอังคารที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 


133 7689