11thJuly

11thJuly

11thJuly

 

March 14,2020

‘วิเชียร’วอนเห็นใจผีน้อย ทหารเปลี่ยนใจไม่รับเข้าค่าย ส่งไปตากอากาศ‘วังน้ำเขียว’

โคราชยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ ด้าน “เทวัญ” แนะเลี่ยงที่ผู้คนชุกชุมและหมั่นล้างมือ ด้าน สสจ. เร่งหาสถานที่กักกันแรงงานผีน้อยเพิ่มเติม หลังทหารเปลี่ยนใจ ไม่ให้ใช้ค่ายทหารรองรับ อ้างจัดระบบ เตรียมอาหาร น้ำดื่มไม่ทัน ‘ผู้ว่าฯ วิเชียร’ วอนเห็นใจผีน้อย อาจต้องย้ายไปวังน้ำเขียว

เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ลานอเนกประสงค์โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เพื่อให้รับทราบถึงแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ โดยมีนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมมอบหน้ากากอนามัย จำนวน ๓๐,๐๐๐ ชิ้น ให้แก่พระภิกษุสงฆ์ โรงพยาบาล หน่วยบริการสาธารณสุข ผู้นำชุมชน ๙๐ แห่ง ในเขตเทศบาลนครฯ รวมทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และสถานีขนส่ง

แนะวิธีรับมือไวรัส
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “เราอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-๑๙ แต่ปัจจุบันในหลายประเทศมีการระบาดและติดเชื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะจีน ไต้หวัน เกาหลี และอิหร่าน ส่วนในประเทศไทย ยังถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี มีผู้เข้าข่ายติดเชื้อประมาณ ๔๐ ราย ในนี้มี ๓๕ ราย ที่รักษาหายและกลับบ้านใช้ชีวิตปกติ โดยปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตเพียง ๑ ราย ถ้าพูดถึงการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ไม่ใช่จะติดเชื้อง่ายๆ สามารถติดต่อได้ ๒ วิธี คือ ๑.ติดจากคนที่เป็นด้วยการไอหรือจามใส่กัน และไม่ใช่จะติดกันง่ายๆ เพราะต้องอยู่ใกล้กับคนที่เป็นด้วย หากอยู่ห่างๆ กัน ก็ไม่สามารถติดเชื้อได้ ๒.ติดจากคนที่เป็นด้วยการไอหรือจามเช่นกัน แต่เมื่อไอจามแล้วไปสัมผัสสิ่งของต่างๆ เช่น โต๊ะ-เก้าอี้ จากนั้นบังเอิญว่า เราไปสัมผัสต่อ ก็เสี่ยงติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้เช่นกัน วิธีแก้ง่ายๆ คือการล้างมือบ่อยๆ และการใส่หน้ากากอนามัยไปไหนมาไหน ก็ใช่ว่า จะไม่มีโอกาสติดเชื้อ เพราะเชื้อไวรัสมีการติดต่อได้หลายวิธี จะเห็นว่าทำไมผมไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัว ผมก็กลัวเช่นกัน แต่ผมมีวิธีป้องกันคือ ๑.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของร่วมกับคนอื่น โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก ๒.ใช้เจลล้างมือบ่อยๆ และ ๓.หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้คนที่มีอาการไอหรือจาม แต่ไม่ใช่ว่าไปรังเกียจ เพราะบางคนอาจจะเป็นแค่อาการไข้หวัดธรรมดาหรือเป็นอย่างอื่นก็ได้

ห้ามกักตุนหน้ากากอนามัย
นายเทวัญ กล่าวอีกว่า “เมื่อพูดถึงหน้ากากอนามัย ทุกคนจะถามว่า ทำไมหาซื้อยาก ผมต้องชี้แจงอย่างนี้ว่า หน้ากากอนามัยที่ใส่กันอยู่นั้น มีทั้งหมด ๗๐ ชนิด สำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้ป้องกันเชื้อโรค ในประเทศไทยมีแหล่งผลิตเพียง ๑๑ โรงงาน เฉลี่ยรวมทุกโรงงานแล้ว ผลิตได้เพียงวันละ ๑.๒ ล้านชิ้นเท่านั้น ซึ่งคนไทยมี ๗๐ ล้านคน หากมีคนใช้หน้ากากอนามัยสัก ๓๕ ล้านคน แต่เราผลิตได้วันละ ๑.๒ ล้านชิ้น ก็ไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลกำชับตลอดว่า ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้มีการกักตุน แต่การขาดแคลน เลี่ยงไม่ได้แน่นอน ซึ่งจุดนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่า จะต้องไม่มีการกักตุนและขายแพงกว่าราคาทั่วไป ถึงขั้นต้องนำทหารหรือเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไปคอยตรวจที่โรงงานผลิต เมื่อผลิตออกมา ๑ แสนชิ้น ก็ต้องนำไปจำหน่ายทั้งหมด ห้ามมีการกักตุนเอาไว้ที่โรงงานเด็ดขาด ฉะนั้นการกักตุนหน้ากากอนามัยในขณะนี้จะไม่เกิดขึ้น และถ้าประชาชนสามารถทำใช้เองได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายและการเสียเวลาที่จะต้องตระเวนหาตามร้านค้า”

ผีน้อย’อยากกลับไทย
“ส่วนประเด็นผีน้อย เมื่อสักครู่นี้นายกเทศมนตรีฯ ก็ถามผมว่า ผีน้อยคืออะไร หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งจริงๆ แล้วผีน้อยไม่ใช่ผีสางนางไม้อะไร แต่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ลักลอบเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมายที่ประเทศเกาหลีใต้ วิธีการลักลอบเข้าไปก็คือ ไปกับทัวร์ท่องเที่ยวแล้วไม่ยอมกลับ หรือไปเที่ยวด้วยตัวเองแล้วอยู่ต่อ พวกเขาจึงเรียกตัวเองว่า ผีน้อย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้แรงงานเป็นผีน้อยประมาณ ๑ แสนคน สาเหตุที่คนเหล่านี้ไปใช้แรงงานในประเทศเกาหลีเพราะว่า ค่าแรงขั้นต่ำสูงกว่าประเทศไทย เมื่อเกิดโรคระบาดผีน้อยก็ต้องการกลับประเทศไทย แต่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เกาหลีเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าใครจะเดินทางกลับมาจากเกาหลีก็ต้องคาดไว้ก่อนว่า อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ทั้งที่ความจริงแล้ว มีผีน้อยประมาณ ๕ พันคน เดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ทำให้มีข่าวว่า ผีน้อยเดินทางไปตามที่ต่างๆ ซึ่งกลุ่มนี้เลยเวลากักตัว ๑๔ วันมาแล้ว จึงสามารถใช้ชีวิตปกติได้ แต่ปัจจุบันมีผีน้อยอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกลับมาประมาณ ๔-๕ พันคน ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งวางมาตรการป้องกัน”

ตรวจค่ายทหารใช้กักผีน้อย
ต่อมา เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พลตรีสุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนคราชสีมา รวมถึงผู้แทนจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมสถานที่กักกันผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง โดยเฉพาะผู้เดินทางไปทำงานผิดกฎหมายที่ประเทศเกาหลีใต้ หรือเรียกว่าผีน้อย

โดยสถานกักกันผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง จุดแรกคือ กองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๒๒ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ ซึ่งเป็นอาคารที่พัก ๒ ชั้น มีความพร้อมในด้านเตียง เครื่องนอน ประมาณ ๘๐ เตียง จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะเดินทางไปยังสถานกักกันฯ จุดที่ ๒ กองพันเสนารักษ์ที่ ๓ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ โดยจุดนี้คาดว่ารองรับได้ ๘๐ คน แต่ยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากยังไม่มีเตียง เครื่องนอน รวมถึงห้องน้ำอาจจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมบางส่วน เช่น ฝักบัวอาบน้ำ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดรับข้อสั่งการจากรัฐบาลให้เตรียมสถานที่สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผีน้อยที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมากพอสมควรที่จะมาจังหวัดนครราชสีมา วันนี้จึงมีคณะกรรมการไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลค่ายสุรนารีมาร่วมตรวจพื้นที่ ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า พื้นที่ที่เหมาะสมคือ อาคารกองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๒๒ และกองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๓ โดยมีลักษณะอาคารคล้ายกัน รวมถึงมีห้องรองรับอาคารละประมาณ ๘๐ คน แต่คาดว่าจะไม่เพียงพอ ซึ่งก็จะออกไปตรวจอาคารอื่นๆ เพิ่มเติม แต่เบื้องต้นต้องมีการ  เตรียมไว้ในกรณีที่ส่งผีน้อยมาใน ๑-๒ วันนี้ โดยสาธารณสุขจังหวัดจะกำหนดเพิ่มเติมว่า เมื่อเข้ามาแล้วจะมีกระบวนการรับ คัดกรองอย่างไร แต่ทางค่ายทหารถือว่ามีความพร้อมในเรื่องอาคาร การแยกพื้นที่สัดส่วนต่างๆ ที่เหมาะสม

เร่งทำหนังสือถึงแม่ทัพภาคที่ ๒
“จังหวัดจะกลับไปทำหนังสือถึงแม่ทัพภาคที่ ๒ เพื่อขอใช้สถานที่ทั้งสองแห่ง แต่กองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๓ อาจจะต้องจัดหาเครื่องนอนมาเพิ่ม โดยจังหวัดจะไปจัดหามาให้ รวมถึงติดฝักบัวในห้องน้ำส่วนหนึ่ง อาคารต่างๆ นี้ ผู้บังคับบัญชาการทั้ง ๒ แห่งมีการเตรียมการไว้ดีมาก ไม่ว่าจะแยกชาย หญิง หรือพื้นที่โรงอาหาร ซึ่งจังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมในสองอาคารนี้เพื่อรองรับกลุ่มผีน้อย” นายวิเชียร กล่าว
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขผีน้อย จะแจ้งมาวันต่อวัน ซึ่งตัวเลขที่ ตม.แจ้งมาขณะนี้มีจำนวนหนึ่ง เรากำลังตรวจสอบรายละเอียดว่าภูมิลำเนาอยู่ที่ใดบ้าง จากนั้นในวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ น. จะมีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับทุกอำเภอ โดยจะมีสาธารณสุขจังหวัดฯ และกรมการปกครองร่วมประชุมด้วย เพื่อพูดคุยว่าแต่ละหน่วยงานจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ขณะนี้กำลังรวบรวมตัวเลข ในส่วนข้อซักถามที่ว่าจะเดินทางมาถึงช่วงใด นายวิเชียร เปิดเผยว่า “หากมีเครื่องบินมาลงในวันนี้ (๙ มีนาคม ๒๕๖๓) จะมีการคัดกรอง หากมีคนโคราช เราก็เตรียมพร้อมรับในวันนี้เลย เนื่องจากอาคารกองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๒๒ มีความพร้อมรองรับอยู่แล้ว แต่ต้องรีบเร่งขอใช้สถานที่จากแม่ทัพภาคที่ ๒ ส่วนกองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๓ ก็ต้องรีบจัดเตรียมหาเครื่องนอนตามที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อรองรับในวันต่อๆ ไป”

ยึดข้อมูลจากสาธารณสุข
“ในส่วนของการป้องกันผีน้อยหลบหนี ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละกองพัน ซึ่งมีความพร้อม และมีบุคลากรทางการแพทย์รองรับด้วย ผมคิดว่า ตรงนี้มีความพร้อมมากที่สุดอยู่แล้ว และในวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓ จะประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันมีการแจ้งข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกรมแรงงาน หรือจาก ตม. ซึ่งข้อมูลตัวเลขของผู้เดินทางอาจไม่ตรงกัน จึงเห็นว่าควรจะรวบรวมข้อมูลไว้ที่สาธารณสุขจังหวัดโดยตรง เพราะจะเป็นผู้รวบรวมและแยกว่า กลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนาแต่ละพื้นที่ หน่วยงานต่างๆ ในอำเภอ หรือท้องถิ่นจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป นอกจากนี้สาธารณสุขจังหวัดจะเป็นผู้คัดว่า จะต้องไปอยู่อาคารไหน ซึ่งต่อไปคาดว่าจะเป็นระบบมากขึ้น” นายวิเชียร กล่าว

งดกิจกรรมที่ผู้คนอยู่รวมกัน
ต่อข้อซักที่ว่า กิจกรรมวันสงกรานต์ที่จะมีการรวมตัวของประชาชนค่อนข้างมากจะมีการจัดการอย่างไร นายวิเชียร เปิดเผยว่า “ต้องดำเนินการตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งโคราชยังอยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเรื่อง COVID-19 ที่ไม่เบาบางลง ดังนั้นพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากก็ต้องการให้เลื่อนกิจกรรมออกไปก่อน เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่กระจาย เพราะไม่มั่นใจว่า ในการจัดกิจกรรม แม้จะมีการคัดกรอง ก็อาจจะมีการเล็ดลอดออกไปได้ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง รัฐบาลคงประกาศให้ทราบ และกิจกรรมต่างๆ ก็อาจจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ในช่วงที่สถานการณ์เหมาะสม”

เห็นใจผีน้อย
“ทั้งนี้ มีการแชร์ข่าวต่างๆ ในโลกโซเชียล บางข่าวเป็นข่าวจริง แต่บางข่าวก็เป็นข่าวปลอมที่แชร์กันไปและทำให้เกิดความวิตกกังวล ขอให้ประชาชนรับฟังข่าวที่เป็นทางการจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะแถลงเป็นระยะ ทั้งนี้ ผีน้อยที่เดินทางมา เราต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ซึ่งคนเหล่านี้อยู่ในสภาวะที่ประสบความยากลำบาก ดังนั้นต้องให้กำลังใจกัน ต้องช่วยกันดูในฐานะคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ฐานะที่เขาเป็นพาหะนำโรคมา แต่เป็นคนที่ต้องดูอาการให้เขาปลอดภัย รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของคนอื่นด้วย ซึ่งเราควรจะเข้าใจ และพี่น้องผีน้อยก็ควรให้ความร่วมมือกับทางราชการอย่างเคร่งครัดเช่นกัน เพราะหากคนใดคนหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม และก่อให้เกิดเป็นพาหะนำเชื้อไปแพร่สู่บุคคลอื่น ก็จะทำให้ผีน้อยคนอื่นๆ ลำบากมากขึ้น” นายวิเชียร กล่าวท้ายที่สุด 

ทหารเปลี่ยนใจไม่ให้พื้นที่กักผีน้อย
ล่าสุด วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ มีรายงานว่า จากเดิมกองทัพภาคที่ ๒ อนุญาตให้ใช้กองพันทหารเสนารักษ์ที่ ๒๒ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ เป็นที่สถานที่รองรับชั่วคราว ซึ่งมีห้องพักเป็นสัดส่วนรวม ๘๐ ห้อง ปรากฏว่า มีปัญหาการบริหารจัดการและอาหาร รวมทั้งน้ำดื่ม ที่ไม่สามารถจัดหาได้ทันท่วงที จึงต้องยกเลิก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สั่งการให้ สสจ.นครราชสีมา สำรวจหาสถานที่รองรับเพื่อสำรอง โดยเลือกศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและประชาชน อ.วังน้ำเขียว และสำรวจสถานที่สำรอง โดยเตรียมขอใช้ค่ายลูกเสือห้วยบ้านยาง ต.โคกกรวด อ.เมือง อาคารเรียนของสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอนและตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน อย่างไรก็ตามยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นสถานที่ใดแน่ ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลรักษาความปลอดภัยและป้องกันการหลบหนี กำหนดให้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ๒ นาย และกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ของแต่ละอำเภอรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้ยังได้ประสานขอสนับสนุนอาหารจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) อีกด้วย
ทั้งนี้ มีข่าวว่า ช่วงกลางดึกของวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๓ มีผู้เดินทางกลับมาจำนวน ๓ ราย จึงนำไปกักกันโรคชั่วคราวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และช่วงสายได้เตรียมรถพยาบาลเพื่อนำไปส่งที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน มีอากาศปลอดโปร่ง เย็นสบาย รวมทั้งมีบุคลากรสาธารณสุขให้การดูแลตามระบบ

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๑๙ วันพุธที่ ๑๑ - วันอังคารที่ ๑๗ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 


357 7872