4thDecember

4thDecember

4thDecember

 

March 20,2020

บุรีรัมย์‘ยอมเจ็บแต่จบ’ ปิดเมืองสกัดโควิด-๑๙ โคราชก็สามารถทำได้?

บุรีรัมย์ใช้มาตรการปิดเมือง คัดกรองคนเข้า-ออก ปิดสถานบันเทิง งดกิจกรรมที่มีคนเกิน ๕๐ เป็นเวลา ๓๐ วัน ฝ่าฝืนเอาผิดตามกฎหมาย ป้องกันโควิดระบาด พร้อมเตรียมห้องแยกโรคทุก รพ. รับมือหากสถานการณ์ระบาดเข้าสู่ระยะ ๓ แต่ ผู้ว่าฯ โคราช ปิดปากเงียบ ติดต่อไปแต่ไม่รับสาย

เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓ นายธัชกร หัตถาธยากูล (ชื่อ-นามสกุลเดิม ธีรวัฒน์ วุฒิคุณ) ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข บริเวณชั้น ๑ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมแถลงการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินรับมือสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-๑๙ หลังจากประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน ๑๔๔ ราย เสียชีวิต ๑ ราย ดังนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จึงมีมติเห็นชอบใช้มาตรการ “ปิดเมืองด้วยมาตรการสาธารณสุข” โดยการคัดกรองทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดทุกคนทั้งที่สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร โรงแรมที่พัก พร้อมทั้งใช้ระบบติดตามเฝ้าระวังไข้ตลอด ๑๔ วัน เริ่มตั้งแต่เข้ามาในจังหวัด 

พร้อมทั้งให้หยุดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ด้วยการยกเลิกกิจกรรมการชุมนุม ประชุมสัมมนา กิจกรรมสันทนาการ งานประเพณี ปิดให้บริการสถานบันเทิง หรือตลาดนัดทุกแห่ง ที่จะมีประชาชนอยู่รวมกันมากกว่า ๕๐ คนขึ้นไป เป็นระยะ ๓๐ วันหรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากผู้ประกอบการที่บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว ก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ กรณีที่พบผู้ป่วย โดยการจัดหอผู้ป่วยยืนยันการวินิจฉัย ห้องแยกโรค ห้องความดันลบ ในทุกโรงพยาบาล หากสถานการณ์การระบาดเข้าสู่ระยะที่ ๓ ซึ่งจากข้อมูลรายงานพบว่าทั้งหวัดมีผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคสะสม ๕๖๗ ราย ติดตามเฝ้าระวังครบ ๑๔ วันแล้ว ๑๙๔ ราย ติดตามเฝ้าระวังยังไม่ครบ ๑๔ วัน จำนวน ๓๗๓ ราย แต่ยังไม่พบผู้ป่วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า มาตรการปิดเมืองด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนกินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนบุคคล และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวทิ้งท้ายด้วย “เรายอมเจ็บเพื่อให้จบ ดีกว่ามันจบแล้วเจ็บ” หรือสุภาษิตจีนที่ว่า “ยอมเสียอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต”
ทั้งนี้ รายละเอียดใยการแถลงข่าวมาตรการเข้มครั้งนี้ ประกอบด้วย เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก โดยมีผู้ติดเชื้อ ทั่วโลก ๑๔๖,๒๘๐ ราย มีอาการรุนแรง ๖,๐๘๒ ราย เสียชีวิต ๕,๔๔๑ ราย (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๓) สำหรับประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ สะสม ๑๔๔ ราย เสียชีวิต ๑ ราย ซึ่งพบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ จะยังไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่มีความ จําเป็นที่ต้องมีมาตรการที่เข้มข้น เพื่อให้คนบุรีรัมย์ และผู้ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นจึงมีมาตรการดังต่อไปนี้

๑.ปิดเมืองด้วยมาตรการสาธารณสุข (๑) การคัดกรองไข้ ผู้ที่เข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ ต่างจังหวัด ได้แก่ การคัดกรองไข้ที่สนามบิน สถานีรถไฟ โรงแรมที่พัก และหมู่บ้านด้วยกิจกรรมนายก กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. เคาะประตูบ้าน (๒) มีระบบการลงทะเบียนติดตามเฝ้าระวังไข้ตลอด ๑๔ วัน เริ่มตั้งแต่เข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ และเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังสาธารณสุขต่อไป

๒.หยุดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค (๑) ยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมการชุมนุมคนจำนวนมาก ตั้งแต่ ๕๐ คนขึ้นไป เช่น ยกเลิกหรือเลื่อนการจัดประชุมสัมมนา กิจกรรมบันเทิง สันทนาการ จัดงานประเพณี การเรียนภาคฤดูร้อน การเรียนพิเศษ การกวดวิชา บวชเณรภาคฤดูร้อน งดตลาดนัด ตลาดเซราะกราว ตลาดคลองถม

หากมีกิจกรรมจําเป็นไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนได้ ต้องแจ้งและขออนุญาตต่อนายอำเภอ พร้อมทั้งดำเนินการตามมาตรการของสาธารณสุข อย่างเข้มข้น เช่น คัดกรองไข้ และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะส่วนบุคคล เช่น สนับสนุนให้มีการใช้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และการจัดระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า ๑ เมตร

(๒) สนับสนุนให้มีช้อนกลางส่วนบุคคลสำหรับประชาชนทั่วไป โดยให้ร้านอาหาร จัดให้มีช้อนกลางส่วนบุคคลในการรับประทานอาหารร่วมโต๊ะ ต้องมีถ้วยแบ่งน้ำจิ้มส่วนบุคคลสำหรับลูกชิ้นยืนกิน เป็นต้น

๓.การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ (๑) ด้านการรักษา ได้มีการจัดหอผู้ป่วยยืนยันการวินิจฉัย โดยมีห้องแยก ห้องความดันลบ (Negative Pressure) ในทุกโรงพยาบาลในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยหากการระบาดเข้าสู่ระยะที่ ๓ ได้มีการเตรียมความพร้อม ได้แก่ ห้องแยก จำนวน ๑๒ ห้อง, Cohort ward (หอผู้ป่วยรวมแยกโรค) ๒๐ เตียง, ICU สำหรับผู้ป่วยหนัก ๓ เตียง ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และได้รับการสนับสนุนโรงแรม BRIC BOX ซึ่งสามารถจัดให้เป็น ห้องแยกระบบปิด จำนวนถึง ๘๐ ห้อง โดยได้รับการสนับสนุนจากประธานสโมสร ฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีความสามารถในการรองรับผู้ป่วยยืนยัน การวินิจฉัยได้มากถึง ๑๑๕ คน (๒) ด้านการสอบสวนป้องกันควบคุมโรค ได้มีทีมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) ระดับจังหวัด โดยมีแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการอบรมระบาดวิทยา จำนวน ๔ คน และมีทีม CDCU ระดับอำเภอครบทั้ง ๒๓ อำเภอ ซึ่งสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนชาวบุรีรัมย์ และผู้ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ได้คลอบคลุมทุกพื้นที่ได้ทันเวลา และขอฝากการรณรงค์ที่สำคัญที่จะสามารถลดการแพร่กระจายโรคมายังจังหวัดบุรีรัมย์ได้โดยการขอความร่วมมือด้วยคําสำคัญนี้ “รักพ่อห่วงแม่ทำได้ด้วยการไม่เดินทางสงกรานต์เพื่อหยุดโควิด-๑๙”

สุรินทร์เฝ้าระวังเข้ม

ทางด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โพสต์ข้อความการประชุมยกระดับมาตรการคุมเข้ม Covid-19 ว่า “จากข้อมูลผู้ติดเชื้อของประเทศที่เพิ่มขึ้น ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และที่สำคัญพบว่า มีการติดเชื้อจากสถานที่ที่มีคนไปรวมตัวกันทำกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน เช่น เวทีมวย สถานบันเทิงบางย่าน ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดสุรินทร์ได้เรียกประชุมด่วน เพื่อเตรียมการยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ผลการประชุมสรุปได้ดังนี้ 

๑.เพิ่มมาตรการคัดกรองโดยบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานต่างๆ บริเวณสถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสารตลอดจนตั้งด่านตามเส้นทางรอยต่อจังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดและประเทศข้างเคียง หากพบผู้ต้องสงสัยเดินทางมาจากประเทศเสี่ยง และ/หรือพื้นที่ที่มีการติดเชื้อภายในประเทศมีไข้ ให้ประสานแจ้งอำเภอปลายทางที่บุคคลดังกล่าวจะไป เพื่อจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประกบ เพื่อวินิจฉัยอาการและสอบสวนโรค และดำเนินตามมาตรการส่งต่อ กักตัว แล้วแต่กรณี

๒.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เช่น ตลาดสด สถานที่ที่คนไปติดต่อรับบริการเป็นประจำทุกวัน 

๓.ขอความร่วมมือ สถานบริการ สนามไก่ชน สนามมวย ส่วนราชการ สถานศึกษา วัด ศาสนสถาน เลื่อนหรืองดจัดกิจกรรมในลักษณะให้คนมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก

๔. เร่งรัดจัดทำหน้ากากอนามัยผ้าให้คนสุรินทร์ทุกคน ภายใต้หลักการ คนสุรินทร์ทุกคน ต้องมีหน้ากากใส่ และใส่หน้ากากเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในบริเวณมีคนชุมนุมกันจำนวนมาก

๕.การเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ เร่งรัดให้โรงพยาบาลสุรินทร์ เปิดแล๊ปตรวจยืนยันเชื้อไวรัส Covid-19 ให้สามารถเปิดทำการได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งประโยชน์ของการเปิดแล็ปตรวจยืนยันเชื้อไวรัสดังกล่าวคือ สามารถยืนยันผลได้ภายใน ๑ ชั่วโมง (ซึ่งปัจจุบันต้อง  ส่งตรวจแล็ปที่นครราชสีมา ทำให้เสียเวลาประมาณ ๒ วันจึงจะทราบผล) ทำให้การทำงานควบคุมโรคของจังหวัดรวดเร็วขึ้น หมายเหตุ ค่าตรวจรายละ ๖,๐๐๐ บาท ยกเว้นเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย จากการวินิจฉัยของแพทย์แล้ว ตรวจฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

๖.ขอความร่วมมือโรงแรม ที่พัก รีสอร์ตตรวจคัดกรองผู้เข้าพัก ด้วยเทอร์โมสแกนทุกราย หากพบบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งสาธารณสุขจังหวัด เพื่อจะได้ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสอบสวนโรคทันที

๗. จัดให้มีสายด่วน Covid-19 ให้บริการคำปรึกษาสอบถามข้อมูล รับแจ้งเหตุเกี่ยวกับ Covid-19 ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง 
โคราชพบผู้ป่วย

ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา “โคราชคนอีสาน” พยายามติดต่อทางโทรศัพท์กว่าสิบครั้งเพื่อขอสัมภาษณ์นายวิเชียร จันทร โณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ถึงมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น แต่นายวิเชียรไม่รับสาย

ในขณะที่นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และอดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในกรณีการปิดเมือง เราต้องนิยามให้ได้ว่า คำว่าปิดเมืองคืออะไร ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ได้ปิดเมืองถึงขั้นเข้าออกเมืองไม่ได้  เพียงแต่จะตรวจสอบคนเข้า-ออกอย่างถี่ถ้วน หรือตรวจคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งโคราชก็สามารถทำได้ เนื่องจากมีหน่วยงานมากมาย ทั้งนี้ ในเรื่องเศรษฐกิจเราไม่ต้องพูดถึง เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจพังหมดแล้ว อย่างห้างสรรพสินค้าก็ลดเวลาเปิด-ปิด ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ โควิด-๑๙ จะอยู่อย่างน้อย ๖ เดือน สภาวะเศรษฐกิจก็ค่อนข้างลำบาก แต่มาตรการปิดเมืองเหมือนบุรีรัมย์ โคราชสามารถทำได้ เพราะไม่ได้ปิดเมืองถึงขั้นเข้าออกไม่ได้อย่างที่เข้าใจ เพียงแค่เข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น

อนึ่ง วิทยาลัยพยาบาลราชชนนีนครราช สีมา ออกประกาศว่า เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้น และพบผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อป้องกันการติดเชื้อมาสู่อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา จึงดำเนินการดังนี้ ๑.นักศึกษาปีที่ ๑ ให้เลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๓ ๒.นักศึกษาปี ๒ ให้ยุติการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๓ และเริ่มฝึกปฏิบัติงาน วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๓ ๔.นักศึกษาปี ๔ ให้มีการเรียนการสอนปกติ ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ลงชื่อนางสาวพรฤดี นิธิรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัย พยาบาลฯ

แต่ในช่วงค่ำวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “สโมสรนักศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา” โพสต์ข้อความว่า “จากการที่ข้อมูลที่แจ้งไปในการหยุดของนักศึกษาที่วิทยาลัยมีความคลาดเคลื่อนนะครับ คือใน รพ.มีผู้ป่วยจริง แต่เป็นผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ Covid-19 ทางสโมสรและวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา ต้องขออภัยนะครับ”

 

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน  ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๒๐ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

453 7937