6thJune

6thJune

6thJune

 

April 09,2020

‘เซียนมวย’ชนะโควิดแล้ว กักตัวเถียงนาต่อ ๑๔ วัน โคราชติดเชื้อสะสม ๑๘ คน

ยอดผู้ติดเชื้อโคราช ๑๘ ราย รักษาหายแล้ว ๑ รายเป็นเซียนมวย ออกจากรพ.ไปกักตัวต่ออีก ๑๔ วัน เตรียมทำแพ็กเกจ Home Quarantine สำหรับผู้กักตัว พร้อมลดด่านตรวจคัดกรองเหลือ ๕ ด่านภายหลังประกาศเคอร์ฟิวจากรัฐบาล ด้าน สสจ.แนะ ประชาชนเสพข่าวให้พอสมควร หากเครียด จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ โคราชพบติดเชื้อสะสม ๑๘ ราย

สืบเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อในประเทศมีรายงานเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มแพร่ระบาดไปในหลายจังหวัด ทำให้เริ่มมีมาตรการเพื่อป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ นั้น

ต่อมา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดให้มีการแถลงข่าวสถานการณ์การป้องกันและเฝ้าระวัง โควิด-๑๙ ในเวลา ๑๓.๓๐ น. ของทุกวัน ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๘-๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้งหมด ๗ ราย ได้แก่ รายที่ ๑ หญิง อายุ ๒๒ ปี เป็นนักศึกษา มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอวังน้ำเขียว รายที่ ๒ หญิง อายุ ๓๐ ปี เดินทางมาจากปอยเปต (กัมพูชา) รายที่ ๓ ชาย อายุ ๕๗ ปี เป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่ที่อำเภอพิมาย รายที่ ๔ ชายอายุ ๔๒ ปี มีประวัติเดินทางไปเชียร์มวยเขตปริมณฑล รายที่ ๕ อายุ ๓๘ ปี มีประวัติเชียร์มวยที่สนามมวยลุมพินี รายที่ ๖ ชาย อายุ ๓๘ ปี เป็นพนักงานขนส่งทรัพย์สินที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา และรายที่ ๗ หญิง อายุ ๔๗ ปี ภูมิลำเนา ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย เป็นพนักงานในผับแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ

จากนั้น เมื่อวันที่ ๒๖-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก ๘ ราย รวม ๑๕ ราย โดยรายที่ ๘ เป็นลูกของผู้ติดเชื้อรายที่ ๗ (อ.โชคชัย) อายุ ๓๐ ปี รายที่ ๙ เกี่ยวข้องกับรายที่ ๗ เช่นกัน ซึ่งเป็นหลาน อายุ ๑ ขวบ ๒ เดือน รายที่ ๑๐ เด็กอายุ ๙ ปี เดินทางตามมารดา (มารดาทำงานและรักษาตัวในกรุงเทพฯ) ไปที่ อ.สัตหีบ (จ.ชลบุรี) จ.ระยอง และเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ รายที่ ๑๑ ชาย อายุ ๓๖ ปี มีประวัติเดินทาง วันที่ ๖-๗ มีนาคม สนามมวยลุมพินี และวันที่ ๑๑ มีนาคม สนามมวยราชดำเนิน รายที่ ๑๒ หญิง อายุ ๒๕ ปี ภูมิลำเนาอยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา รายที่ ๑๓ หญิง อายุ ๒๓ ปี เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเป็นเพื่อนกับรายที่ ๑๒ (เดินทางกลับจากปอยเปต) รายที่ ๑๔ เพศหญิง อายุ ๖๖ ปี มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยรายที่ ๗, ๘ และ ๙ และรายที่ ๑๕ หญิง อายุ ๔๒ ปี ทำงานนวดสปาที่ประเทศนิวซีแลนด์ กลับมาจังหวัดนครราชสีมาปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนชาวเนเธอร์แลนด์ว่า ติดเชื้อโควิด-๑๙ รวมผู้ป่วยสะสม ๑๕ ราย ซึ่ง “โคราชคนอีสาน” เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ต้นเดือนเมษายังไม่พบเพิ่ม

สำหรับในเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) จังหวัดนครราชสีมา ยังเดินหน้าแถลงข่าวสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ ซึ่ง นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา รายงานผลการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๕,๗๖๘ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๑ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๓๔๓ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๓๖ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๘ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๕ ราย (ไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม)

ในขณะที่ นพ.สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รายงานอาการของผู้ป่วยโดยรวมทั้ง ๑๕ รายว่า อาการดีขึ้น สามารถหายใจได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจน ซึ่ง นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ท่าอ่าง (อำเภอโชคชัย) ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ มีผู้เสี่ยงสูง ๑๖ ราย ได้นำมากักตัวนอกหมู่บ้าน ซึ่งพบว่ามีไข้ ๔ ราย นำเข้าสู่ระบบการตรวจทั้ง ๔ ราย โดยตรวจหาเชื้อ ๒ ครั้ง แต่ยังไม่พบ อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังจนครบ ๑๔ วัน จึงตรวจซ้ำ หากไม่พบจึงจะส่งกลับภูมิลำเนา

มหาดไทยมอบหน้ากากอนามัย

ด้านนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยแจกหน้ากากอนามัยไปยังจังหวัดต่างๆ โดยโคราชได้รับจำนวน ๔๑,๐๐๐ ชิ้น โดยแจกกระจายไปตาม ๓๒ อำเภอ ซึ่งมีขั้นตอนที่รัดกุม กลุ่มเป้าหมายคือ ๑.ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในชุมชน เช่น อสม. ๒.ผู้ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน เช่น สำนักงานที่ดิน ๓.ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง เช่น แม่บ้าน พนักงานเก็บขยะ และ ๔.กลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ

จากนั้นวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ. นครราชสีมา แถลงถึงสถานการณ์โควิด-๑๙ ว่า จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๖,๑๘๑ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๒ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๔๕๐ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๒๔ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๑๑ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๕ ราย (ไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม) โดยพักที่โรงพยาบาลมหาราชฯ ๙ ราย โรงพยาบาลเทพรัตน์ ๓ ราย โรงพยาบาลโชคชัย ๒ ราย และโรงพยาบาล มทส. ๑ ราย โดยผู้ป่วยทั้ง ๑๕ รายมีอาการดีแล้ว ยังไม่มีผู้ป่วยในภาวะวิกฤต แต่ก็ต้องรอตรวจจนกว่าจะไม่พบเชื้อ ถึงจะให้กลับบ้านได้

นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าวอีกว่า “ทั้งนี้ ๑ ใน ๓ ของผู้ป่วยส่วนมากแล้วจะเกิดจากติดจากคนในครอบครัว เมื่อต้องออกไปข้างนอก ต้องพยายามออกไปให้น้อยคนมากที่สุด เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องรีบทำความสะอาด อาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพราะเราไม่รู้ว่า เวลาที่เราออกไปข้างนอกเราไปเจอ หรือสัมผัสอะไรมาบ้าง อีกทั้งควรจะมีการเว้นระยะห่างสำหรับคนในครอบครัวด้วย”

การคัดกรองเบื้องต้น

ต่อข้อซักถามว่า สำหรับด่านคัดกรองของโคราชที่มีทั้งหมด ๑๒ ด่าน เครื่องวัดอุณหภูมิจะสามารถวัดได้แม่นยำหรือไม่ เนื่องจากเกิดกรณีพบผู้โดยสารเสียชีวิตบนรถไฟ ซึ่งผ่านจุดคัดกรองแล้วไม่มีไข้ แต่ตรวจพบตอนเสียชีวิตว่ามีเชื้อโควิด ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล ซึ่ง นพ.นรินทร์รัชต์ ตอบว่า “ส่วนหนึ่งอุณหภูมิห้องมีผลต่อการวัด เช่นหากตากแอร์มา ควรพักให้อุณหภูมิปกติ จึงทำการวัด ทั้งนี้หากใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบส่องหูจะได้ผลที่แม่นยำสูงขึ้น แต่อาจจะหาซื้อยาก อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะต้องเป็นการวัดไข้ และซักถามอาการร่วมด้วย เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน”

ติดเชื้อเพิ่ม ๑ ราย

วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ แถลงว่า จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๖,๒๘๖ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๓ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๔๖๒ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๔๑ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๕ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๖ ราย (เพิ่ม ๑ ราย) โดยผู้ป่วยรายที่ ๑๖ เป็นหญิง อายุ ๓๗ ปี ชาวตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน ทำงานที่เรือสำราญ รัฐไมอามี สหรัฐอเมริกา โดยเดินทางถึงไทยวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ไปพักอยู่กับพี่สาวที่จังหวัดสมุทรปราการ แล้วเดินทางมาที่โคราช โดยรถทัวร์ ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓ กลับบ้านที่ตำบลมะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน พักอยู่กับครอบครัว ไม่ได้เดินทางไปไหน

ทำแพ็กเกจ Home Quarantine

นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ทางเหล่ากาชาดได้จัดทำชุดแพ็กเกจสำหรับผู้ที่ทำ Home Quarantine แต่ปัจจุบันยังพบปัญหาเรื่องหาซื้อปรอทวัดไข้ไม่ได้ แต่ของอย่างอื่นที่จำเป็น เช่น เจลแอกอฮอล์ สบู่เหลว เป็นต้น สามารถดำเนินการได้หมดแล้ว เหลือเพียงปรอทวัดไข้เท่านั้น” โดยนายวิเชียร ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวว่า “อาจจะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าไม่ใช่ปัญหา”
กำชับตลาดนัดทำตามมาตรการ

สำหรับสถานการณ์ตลาดนัดบางแห่งพบว่า ไม่มีจุดคัดกรอง หรือแอลกอฮอล์สำหรับผู้มาใช้บริการ นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ได้ประสานงาน และกำชับกับทางฝ่ายทหารเข้าไปตรวจสอบ พบว่า ที่ตลาดเทศบาล ๒ ขณะนี้ขายเฉพาะอาหาร ของสดเท่านั้น และตั้งห่างกันตามมาตรฐานแล้ว”

เสพข่าวพอสมควร

นพ.นรินทร์รัชต์ วเสริมว่า “ขณะนี้ประชาชนมีภาวะเครียดจากการติดตามข่าวสถานการณ์โควิด-๑๙ จึงต้องการแนะนำว่า ควรเสพข่าวแต่พอสมควร เพราะหากประชาชนมีความเครียดสูง ก็จะส่งผลให้ภูมิคุ้มต่ำตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรหากิจกรรมต่างๆ ทำระหว่างวัน ทั้งนี้ จากกรณีมีสื่อมวลชนของโคราชไปร่วมงานแต่งที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ ขณะนี้ติดตามอาการครบ ๑๔ วันแล้ว ทุกรายปกติ ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด”

จากนั้น วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.ชาญชัย บุญอยู่ รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า “จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๖,๓๕๗ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๔ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๔๗๔ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๕๒ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๖ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๖ ราย (ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม)”

ลดด่านตรวจโคราช

นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “จากเดิมโคราชมีด่านตรวจ ๑๒ ด่าน และล่าสุด นายกรัฐมนตรีออกประกาศห้ามออกนอกสถานตั้งแต่เวลา ๒๒.๐๐-๐๔.๐๐ น. (เคอร์ฟิว) จึงลดด่านเหลือ ๕ ด่าน คือ ๑.ด่าน อ.ปากช่อง หน่วยบริการตำรวจทางหลวงกลางดง ถนน ๓๐๔ ๒.อ.วังน้ำเขียว ด่านเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ ๓.อ.บัวลาย ตู้ยามหนองหว้า ถนนมิตรภาพ ๔.อ.หนองบุญมาก หน้าศูนย์ราชการอำเภอหนองบุญมาก และ ๕.อ.ด่านขุนทด หน้าโรงเรียนห้วยบง”

นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “จากการดำเนินการทำความสะอาดที่ตลาดสุรนคร ตลาดประปา ตลาดย่าโม ตลาดหนองไผ่ล้อม และตลาดหัวรถไฟ ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามได้กำชับผู้จัดการตลาดทุกแห่งว่า ให้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง”

เซียนมวยหายแล้ว

วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ. แถลงว่า จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๖,๔๐๓ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๕ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๔๘๒ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๖๓ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๓ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๖ ราย (ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม) และรักษาหายแล้ว ๑ ราย (รายที่ ๔ เซียนมวย) รวมอยู่ระหว่างการรักษาขณะนี้ ๑๕ ราย โดยผู้ป่วยที่เหลืออาการดี หายใจได้เองไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือออกซิเจน

นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าวว่า “ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว เมื่อกลับบ้านยังต้องดำเนินการกักตัว ทำ Home Quarantine ให้ครบ ๑๔ วันก่อน ในส่วนของอาหาร หวาน มัน เค็ม ให้งดอยู่แล้ว ควรทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โปรตีนสูง ผักผลไม้”
โดยนายวิเชียร กล่าวเสริมว่า “เนื่องจากเคยมีกรณีที่รักษาหายแล้ว แต่กลับมาเป็นใหม่ได้ เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ ดังนั้นเราต้องเข้มงวด แม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม”

หนีกักตัวรายงานตัวครบแล้ว

ส่วนของกรณีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๓ ทาง ตม.ส่งรายงานว่ามีชาวโคราช ๕ ราย (ชาย ๑ หญิง ๔) ซึ่งรายงานตัวครบแล้ว โดยรายงานตัวที่กรุงเทพฯ ศูนย์ EOC สุวรรณภูมิ ๑ ราย อีก ๔ รายอยู่โรงพยาบาลโนนสูง ๓ ราย และอยู่ที่โรงพยาบาล มทส. ๑ ราย

กักตัวที่เถียงนา

วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๓ จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๓๖,๔๖๐ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๖ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อจำนวน ๔๙๔ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๗๓ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๕ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๖ ราย (ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม) และรักษาหายแล้ว ๑ ราย โดยนายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวถึงประเด็นผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มเติมว่า “จากการติดตามพบว่า ผู้ป่วยที่รักษาหายรายนี้ได้พักกักตัว (Home Quarantine) ที่เถียงนาแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่นอกอำเภอ ซึ่งเป็นความสมัครใจของผู้ป่วยเอง ทั้งนี้สังคมรอบข้างไม่ได้มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด ซึ่งพบว่า ผู้ป่วยเองมีความสุขดีระหว่างทำ Home Quarantine ที่เถียงนา”

ยอดผู้เดินทางเข้า Local Quarantine

ในส่วนของจำนวนผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเข้า Local Quarantine ตั้งแต่ ๓๑ มีนาคม-๖ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.ชาญชัย บุญอยู่ รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า “มีผู้เดินทางทั้งสิ้น ๓๖ ราย เดินทางจากอเมริกา ๓ ราย ญี่ปุ่น ๒ ราย กัมพูชา ๒๔ ราย มาเลเซีย ๖ ราย และไอร์แลนด์ ๑ คน โดยแยกพักที่ โรงพยาบาล มทส. ๒๘ ราย โรงแรมปัญจดารา ๖ ราย และ กทม. ๒ ราย ทั้งนี้ รายที่รักษาหาย (เซียนมวย) เปลี่ยนใจมา Quarantine ที่โรงแรมปัญจดารา ซึ่งเข้าพักอยู่ที่ชั้น ๕ ของโรงแรม รวมโรงแรมปัญจดารามีผู้เข้าพัก ๖ ราย (กักตัวดูอาการ) และรักษาหาย ๑ ราย รวม ๗ ราย”
ติดเพิ่มอีก ๒ รวม ๑๘ ราย

ล่าสุด วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ นพ.นรินทร์รัตช์ พิชญคามินทร์ แถลงว่า “จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๕๕,๖๗๑ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๗ เมษายน ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ ๕๑๓ ราย แบ่งเป็นไม่พบเชื้อ ๔๙๐ ราย รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๕ ราย และพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน ๑๘ ราย (พบผู้ป่วยเพิ่ม ๒ ราย) และรักษาหายแล้ว ๑ ราย”

ผู้ป่วยรายที่ ๑๗ เพศหญิง อายุ ๕๑ ปี ทำงานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับถึงประเทศไทยวันที่ ๒๔ มีนาคม และเดินทางมาที่โคราชถึงเวลา ๒๑.๐๐ น. โดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมเพื่อนอีก ๖ คน รวม ๗ คน พักที่บ้านพักตากอากาศ อ.ปากช่อง โดยพักหลังแรกร่วมกับเพื่อนอีก ๒ คน และหลังที่ ๒ พัก ๔ คน เริ่มมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูกวันที่ ๕ เมษายน เพื่อนที่พักห้องเดียวกันจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลปากช่อง พบว่ามีเชื้อโควิด-๑๙ กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ๖ ราย เสี่ยงต่ำ ๑๔ ราย

ผู้ป่วยรายที่ ๑๘ เพศหญิง อายุ ๔๑ ปี เป็นเพื่อนที่พารายที่ ๑๗ มาตรวจ เดินทางกลับจากกรุงลอนดอนพร้อมกัน ทั้งนี้พบว่าผู้ป่วยรายนี้มีอาการไอตั้งแต่ ๒๙ มีนาคม หลังจากที่พารายที่ ๑๗ มาตรวจ เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงจึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และพบว่า ผลเป็นบวก โดยกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและต่ำ อยู่ในกลุ่มเดียวกับรายที่ ๑๗ ทั้งนี้ทั้งสองรายพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราช

นพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชฯ แถลงว่า “มีคนไข้รักษาขณะนี้ ๑๗ ราย โรงพยาบาลมหาราช ๙ ราย โรงพยาบาลปากช่อง ๑ ราย โรงพยาบาล มทส. ๒ ราย โรงพยาบาลเทพรัตน์ ๔ ราย และโรงพยาบาลโชคชัย ๑ ราย โดยในจำนวนผู้ป่วย ที่อยู่ระหว่างการรักษา ๑๗ ราย ทั้งหมดอาการทั่วไปปกติดี ทั้งนี้ผู้ป่วยรายแรก อายุ ๒๒ ปี และรายที่ ๒ หญิงอายุ ๓๑ ปี ผลตรวจล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ยังมีผลบวก จึงต้องดูอาการและรอตรวจซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้มี ๔ ราย (รวมรายที่รักษาหาย) ที่ขณะนี้ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-๑๙ ซึ่ง ๑ ใน ๔ ราย เป็น เด็กวัย ๑ ปี ๒ เดือน คณะแพทย์ได้กักตัวไว้อีก ๑๔ วันเพื่อตรวจหาเชื้ออีกครั้ง โดยผู้ป่วย ๒ รายล่าสุด ย้ายมาที่โรงพยาบาลมหาราชฯ ๑ ราย เนื่องจาก มีอาการปอดบวม แต่สามารถหายใจเองได้ อาการทั่วไปอย่างอื่นปกติ ในส่วนของผู้ป่วยรายที่ ๑๘ มีแผนว่าจะย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชเช่นกัน”

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เดินทางจากประเทศพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓-๗ เมษายน ๒๕๖๓ รวมจำนวน ๔๙ ราย (อเมริกา ๓, ญี่ปุ่น ๒ ราย, กัมพูชา ๒๕ ราย, มาเลเซีย ๗ ราย, ไอร์แลนด์ ๑ ราย, หมู่บ้านเสี่ยง ๑๐ ราย และออกจาก รพ. ๑ ราย) ซึ่งกักตัวที่ โรงพยาบาล มทส. ๓๓ ราย, โรงแรมปัญจดารา ๗ ราย, โรงพยาบาลพิมาย ๒ ราย, กรุงเทพฯ ๒ ราย และบ้านตนเอง ๕ ราย 

จากข้อมูลโปรแกรม COVID 19 KORAT พบว่ามีผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดนครราชสีมา รายงานครบทั้ง ๓๒ อำเภอ รวม ๑๙,๑๑๙ ราย เฝ้าระวังครบ ๑๔ วัน จำนวน ๘,๙๕๖ ราย (ครบเพิ่ม ๒,๒๘๔ราย) ปัจจุบันติดตามต่อเนื่องจำนวน ๑๐,๑๖๓ ราย (ทั้งนี้การคัดกรองไข้ที่ด่านตรวจ ๓๗๓ องศาเซลเซียสเป็นเกณฑ์)

 


256 7971