11thAugust

11thAugust

11thAugust

 

April 09,2020

พิพากษาจำคุก ๒๐ ปี ไม่ให้ประกันตัว‘พรชัย’ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ

ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค ๓ พิพากษาโทษศาลชั้นต้นให้ ‘พรชัย โควสุรัตน์’ จําคุก ๒๐ ปี คดีซื้อครุภัณฑ์เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ๙.๙ ล้าน ซ้ำยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว เหตุข้อหามีอัตราโทษสูง หวั่นจำเลยหลบหนีในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยอีก ๒ คนที่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูง พิพากษายกฟ้อง

 

ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายพรชัย โคว สุรัตน์ อดีตนายก อบจ. อุบลราชธานี กับพวกทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี งบอุดหนุนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปี ๒๕๕๐ นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๓ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๘๐๙ หมู่ ๒๐ ถนนเลี่ยงเมือง ตําบลนอกเมือง อําเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีคําพิพากษาตัดสินจําคุกนายพรชัย โควสุรัตน์ กับพวก รวมทั้งสิ้น ๒๐ ปี ในคดีที่ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ๒๕๕๐ ที่มีองค์การค้าของคุรุสภา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นผู้ขาย วงเงิน ๙.๙ ล้านบาท โดยมีการจ่ายเงินล่วงหน้า ๕๐% เป็นเงิน ๔.๔ ล้านบาท ให้กับผู้ขาย ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักประกันในการชําระเงินล่วงหน้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในคําพิพากษาของศาลอาญาทุจริตฯ ภาค ๓ คดีหมายเลขดำที่ อท ๔๒/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ อท ๓๕/๒๕๖๓ ระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) โจทก์ กับนายพรชัย โควสุรัตน์ ที่ ๑ และพวกรวม ๓ คน เป็นจําเลย ระบุว่า นายพรชัย (จําเลยที่ ๑) มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ เต็ม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา ๑๒ การกระทําของจําเลยที่ ๑ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวม ๔ กระทง ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ฮั้วฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุกกระทงละ ๕ ปี รวม ๔ กระทง เป็นจําคุกมีกําหนด ๒๐ ปี และให้ยกฟ้อง จําเลยที่ ๒ และจําเลยที่ ๓ 

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ จําเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคําสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา โดยศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้จําเลยที่ ๑ ฟัง และมีคําสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า ข้อหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลชั้นต้นลงโทษให้จําคุก ๒๐ ปี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่า จําเลยที่ ๑ จะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ ๑ ในระหว่างอุทธรณ์ โดยจําเลยมี ๓ ราย ได้แก่ นายพรชัย โควสุรัตน์ พร้อมด้วยอดีตผู้บริหารระดับสูงใน สกสค. ๒ ราย โดยศาลคดีทุจริตฯ ภาค ๓ พิพากษาลงโทษจําคุกนายพรชัย แค่เพียงรายเดียว ส่วนอดีตผู้บริหารระดับสูงอีก ๒ ราย ศาลพิพากษายกฟ้อง 

อนึ่ง นายพรชัย โควสุรัตน์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.อุบลราชธานี หลายสมัย โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗, วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑ และวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ (คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๕๘) โดยแต่งตั้งให้นายสุทัศน์ เรืองศรี อดีตเลขานุการ นายก อบจ.อุบลฯ (เลขานุการส่วนตัวนายพรชัย) ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายก อบจ.อุบลฯ รักษาราชการแทน นายก อบจ.อุบลราชธานี แต่ปัจจุบันมีนายสวัสดิ์ ฤทธิสิงห์ ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีสมาชิก อบจ.อุบลราชธานี (ส.อบจ.) ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ประมาณ ๒๗ คน จากทั้งหมด ๔๒ คน/๔๒ เขต เนื่องจากบางคนลาออกไปสมัคร ส.ส. และช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง 

อย่างไรก็ตาม นายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลราชธานี และพวก ยังมีอีกหลายคดีที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปแล้ว เช่น กรณีจัดจ้างโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก วงเงิน ๒.๗ ล้านบาท และการก่อสร้างถนนลาดยาง ๔ ช่องจราจร วงเงิน ๓๐ ล้านบาท ซึ่งมีการส่งสํานวนการไต่สวนพร้อมความเห็นไปยังสํานักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค ๓ แล้ว กรณีกําหนดเงื่อนไข คุณลักษณะรถยนต์ในโครงการเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในราชการของ อบจ.อุบลราชธานี ๑๙ คัน โดยมิชอบ 

สำหรับคดีการเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในราชการของ อบจ.อุบลราชธานี มีการตรวจสอบพบว่า อบจ.อุบลราชธานีทําสัญญากับเอกชนรายหนึ่งเพื่อเช่ารถขุดจํานวน ๔๐ คันรับเหมา เครื่องจักรกลหนัก (รถขุดตีนตะขาบ) และจักรยานยนต์กู้ชีพรวมเป็นเงินประมาณ ๑๑๔ ล้านบาท โดยพบว่า เอกชนรายดังกล่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือญาติของนายพรชัย ต่อมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบและเห็นว่าการกระทําดังกล่าวอาจมิชอบด้วยกฎหมาย จึงส่งสํานวนให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ทั้งนี้ เริ่มจากเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙ นายจักรนรินทร์ โจมหาร อายุ ๓๗ ปี ตําแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติกร อบจ.อุบลราชธานี และนางสาวชนัญชิตา     สะวานนท์ อายุ ๓๘ ปี ตําแหน่งนิติกรชำนาญการ ได้รับมอบอํานาจให้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดําเนินคดีอาญากับนายพรชัย โควสุรัตน์ พร้อมคณะผู้บริหาร ในความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อํานาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้นและเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดๆ เข้ามามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สําหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีทำให้ราชการเสียหายจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินรวม ๑๑๔,๕๔๓,๙๑๖ บาท

นอกจากนี้ ยังมีรายงานกลุ่มสมาชิกสภา อบจ.อุบลราชธานี จํานวน ๒๓ คน ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ป.ป.ช. และสํานักนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบนายพรชัย กรณีการจัดซื้อจัดจ้าง ใน อบจ.อุบลราชธานี รวม ๔๒ เรื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมา และ ป.ป.ช.ได้มีมติทยอยชี้มูลความผิดแล้วหลายคดี

 


350 7956