10thAugust

10thAugust

10thAugust

 

April 09,2020

สั่งปิดโรงแรม ๓๒๐ แห่ง ควบคุมโควิดลุกลาม ถ้าจำเป็นยื่นขอเปิดได้

สถานการณ์โควิด-๑๙ ยังคงกระทบต่อเนื่อง ผู้ประกอบการยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯ สั่งปิดสถานประกอบการทั้งโรงแรม รีสอร์ต หวังได้รับการเยียวยาจากรัฐ ท้ายสุดมีคำสั่งปิดโรงแรมทั้งเมืองกว่า ๓๒๐ แห่ง หวังสกัดคนนอกพื้นที่เดินทางเข้า แต่หากมีมาตรการเข้มงวดตามที่ สธ.กำหนด สามารถยื่นหนังสือให้อำเภอพิจารณาอนุญาตเปิดบริการได้ พร้อมปรับตัวสู่ฟู้ดเดลิเวอรี่

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ ไปหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทย โดยหลายจังหวัดได้ออกคำสั่งถึงมาตรการดำเนินการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาด โดยสั่งปิดสถานบริการหลายแห่ง รวมถึงปิดสถานที่ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นนั้น

ทั้งนี้ในส่วนจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๓ นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าของโรงแรม วีวันโคราช นำผู้ประกอบการ ยื่นหนังสือต่อนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง ขอเสนอให้พิจารณามีคําสั่งปิดสถานประกอบการในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมแนบโบชัวร์มาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน, สําเนาจดหมายขอเพิ่มมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฯ และบทความการแสดงความคิดเห็นต่อมาตรการของรัฐ กรณีโควิด-๑๙

โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า “ตามที่รัฐบาลได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และสั่งปิดธุรกิจบางประเภทเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ อีกทั้งรัฐบาลได้ออกมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทําให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้าน ส่งผลกระทบให้ธุรกิจหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต ที่พัก ร้านอาหาร ขนส่งมวลชน ออกาไนเซอร์ ธุรกิจภาคบริการ ฯลฯ ต้องยกเลิกการจัดประชุมสัมมนา การจัดงานกิจกรรมที่สําคัญต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่นอกขอบเขตของประกาศดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทําให้ธุรกิจไม่สามารถดําเนินต่อไปได้ รวมทั้งความสามารถในการจ้างงานของพนักงานและลูกจ้างด้วย ซึ่งในทางปฏิบัติขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการ และมีการลดจํานวนการจ้างงานลงไปแล้วเป็นจํานวนมาก อีกทั้งภาครัฐออกมาตรการ ประกันสังคมเพื่อช่วยเหลือครอบคลุมเฉพาะลูกจ้างที่ภาครัฐสั่งปิดเพียง ๒ กลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่สถานประกอบการถูกสั่งปิด และกลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบด้วยเหตุสุดวิสัย โดยมีลูกจ้างที่มีการติดเชื้อ แต่ไม่ครอบคลุมลูกจ้างกลุ่มที่อยู่นอกขอบเขตการประกาศสั่งปิดแต่ได้รับผลกระทบดังที่กล่าวมา แต่การช่วยเหลือกลับไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะ กลุ่มคนจํานวนน้อย ทําให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว ต่างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก”

หนังสือยังระบุอีกว่า หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จึงได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการในจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุมชั้น ๔ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา โดยในที่ประชุมได้มีมติให้มีการเสนอเพิ่มมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ ดังนี้ ๑.ขอให้พิจารณาสั่งปิดสถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก ขนส่งมวลชน บริษัทออกาไนเซอร์อย่างเป็นทางการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงมาตรการต่างๆ ของรัฐและมาตรการของประกันสังคมที่ภาครัฐเข้ามาดูแลได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้อง ๒. ลูกจ้างและผู้ประกอบการที่ส่งเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคม มาตรา ๓๓ ควรได้รับการขยายขอบเขตความช่วยเหลือมากกว่ามาตรการที่ออกมา ซึ่งไม่ใช่ครอบคลุมเฉพาะลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่สถานประกอบการถูกสั่งปิด และลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบด้วยเหตุสุดวิสัยเท่านั้น ดังนั้น หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จึงขอให้พิจารณาการสั่งปิดสถานประกอบการ และการเสนอเพิ่มมาตรการ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ 

ต่อมาทางจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๓ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกหนังสือคำสั่งเรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดต่ออันตราย โดยตามมติที่ประชุมครั้งที่ ๑๗/๒๕๒๓ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๓ ออกคําสั่งไว้ ดังต่อไปนี้ ๑.ให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

๑.๑ โรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ ทุกประเภท กรณีโรงแรมมีผู้เข้าพักอยู่ก่อน จะมีคําสั่ง ให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าพักต่อไปได้จนกว่าผู้เข้าพักจะแจ้งออกจากห้องพักจนหมด แล้วให้ปิดทันที โดยไม่ให้มีการรับผู้เข้าพักเพิ่มอีก และเพื่อประโยชน์ใน การตรวจคัดกรองโรค ให้โรงแรมที่ยังมีนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางเข้าพักอยู่ แจ้งจำนวนและรายชื่อผู้เข้าพัก พร้อมทั้งวันที่ครบกำหนดที่ต้องออกจากห้องพักให้อำเภอทราบ หากผู้เข้าพักคนใดมีอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง การติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด ๑๙ (COVD-19) จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการ

เว้นแต่โรงแรมใดประสงค์จะเปิดดำเนินกิจการตามความจําเป็น ให้ทําแผนการปฏิบัติ พร้อมมาตรการเฝ้าระวังควบคุมป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด ๑๙ (COVD-19) ตามมาตรการข้อ ๑๑ แห่งข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๓ แล้วเสนอผ่านนายอำเภอในพื้นที่ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมามีมติอนุญาตเสียก่อน จึงให้เปิดดำเนินกิจการตามแผนได้

๒.โรงแรมที่ได้รับยกเว้นให้เปิดบริการได้ตามข้อ ๑ จะต้องมีมาตรการป้องกันโรค ดังนี้ ๒.๑ ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่บุคคลที่อยู่ในโรงแรมต้องสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และกําจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ๒.๒ ให้เจ้าหน้าที่ และผู้เข้าพักสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ๒.๓ ให้มีแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคประจำในห้องพักทุกห้องตลอดระยะเวลาที่มีผู้เข้าพัก ๒.๔ ให้มีการวัดไข้และมีบริการแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับล้างมือ สำหรับบุคคลทุกคนก่อนเข้าภายในอาคารโรงแรม ๒.๕ ให้มีแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณทางเข้าอาคารโรงแรม ห้องน้ำ จุดให้บริการของเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ ๒.๖ ให้เจ้าหน้าที่ในโรงแรมเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย ๒.๓ ห้ามมีการชุมนุมกันในโรงแรมเกินกว่า ๒ คน ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๓ เป็นต้นไป

ทั้งนี้ “โคราชคนอีสาน” สอบถามไปยังนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีจำนวนโรงแรมที่สั่งปิด โดยนายวิเชียรแนะให้สอบถามไปยังปลัดจังหวัดจังหวัดนครราชสีมา โดยนายวิสูตร ชัชวาลวงศ์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “โรงแรมที่มีใบอนุญาตตามประกาศของจังหวัดได้สั่งปิดทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีประมาณ ๓๒๐ แห่งทั้งจังหวัด รวมทั้งโรงแรมใหญ่ๆ อาทิ โรงแรมแคนทารี โคราช, โรงแรมสีมาธานี และโรงแรมดิอิมพิเรียล โคราช ปิดเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากโรงแรมใดที่มีมาตรการในการป้องกัน สามารถทำหนังสือเสนอมายังนายอำเภอของแต่ละพื้นที่ให้พิจารณาได้ เมื่อตรวจสอบแล้วก็สามารถเปิดบริการต่อได้ แต่ที่สั่งปิดในขณะนี้ เนื่องจากคุมสถานการณ์ไม่ได้ และปัญหาก็เกิดจากคนเดินทาง คนในพื้นที่ไม่เป็นไร แต่คนที่เดินทางจากต่างถิ่น เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงต้องสั่งปิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากโรงแรมใดมีมาตรการที่เข้มงวดก็มาเสนอเพื่อขอเป็นข้อยกเว้นได้หมด หากเห็นว่าเดือดร้อน และโรงแรมมีมาตรการที่ดีตามหลักสาธารณสุข” 

ดิ อิมพีเรียล’ยังจ่ายค่าแรงเท่าเดิม

ในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดนครราชสีมา “โคราชคนอีสาน” สอบถามนายวาทิต ไรกระโทก ผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรม ดิ อิมพีเรียล โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช ซึ่งเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ส่งผลกระทบต่อโรงแรม ๑๐๐% ซึ่งยอดผู้เข้าพักเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม และขณะนี้โรงแรมไม่มีผู้เข้าพักแล้ว ล่าสุดทางจังหวัดมีหนังสือสั่งปิดโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งโรงแรมดิ อิมพีเรียล โคราช ก็ได้ดำเนินการตามคำสั่งแล้ว และคาดว่า สถานการณ์นี้อาจจะอยู่นานไปอีก ๑-๒ เดือน

“ปกติแล้วเรามีมาตรการสำหรับพนักงาน มีการตั้งจุดคัดกรอง เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ อุปกรณ์รับประทานอาหารพนักงานต้องนำมาเอง ทั้งนี้ในส่วนของรายได้พนักงานยังไม่มีการปรับลด เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งมาจากส่วนกลาง” ผู้ช่วยผู้จัดการ โรงแรม ดิ อิมพีเรียล กล่าว

กระทบตั้งแต่มีนาคม

ทางด้านนายธนาพล วงศ์ศักดา (เบส) ผู้ก่อตั้ง Triple B Sleep & Relax เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า กลุ่มลูกค้าในโคราช ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เดินทางมาทำงาน ส่วนกลุ่มที่เดินทางมาท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาในช่วงวันหยุดหรือวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ซึ่งผลกระทบในช่วงแรกก็ยังไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่ต่อมานายกรัฐมนตรีได้ประกาศล็อกดาวน์บางพื้นที่ ทำให้ลูกค้าเริ่มยกเลิกห้อง กลายเป็นผลกระทบเรื่อยมาตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยยอดจองลดลงถึง ๔๐% จากนั้นวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้ว่าฯ ได้ส่งหนังสือสั่งปิดโรงแรมทุกแห่งในจังหวัด ในส่วนของตนก็ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการ เช่น บางรายต้องเดินทางมาเพื่อพาพ่อมารักษาในห้อง ICU แต่ด้วยกฎหมายที่ออกมาจึงทำให้เราไม่สามารถเปิดโรงแรมให้บริการได้ ดังนั้น จึงต้องทำหนังสือยื่นไปที่อำเภอ เพื่อขออนุญาตเปิดให้บริการโรงแรมตามความเหมาะสม แต่สำหรับลูกค้าที่เข้าพักก่อนจะมีการประกาศปิด ก็ยังสามารถพักต่อได้จนถึงวันที่เช็คเอ้าท์ โดยเราจะส่งข้อมูลผู้เข้าพักให้ทางจังหวัด

ยื่นหนังสือขอให้อำเภอพิจารณา

“พนักงานในโรงแรมส่วนหนึ่งที่เขาไม่ได้ส่งประกันสังคม เขาก็ได้รับผลกระทบโดยตรง จากนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเยียวยาเงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท แบ่งเป็นเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น ทางพนักงานก็แจ้งมาว่า ยังไม่มีการตอบกลับว่าจะได้เงินส่วนนั้นหรือไม่ ทางโรงแรมจึงมีมาตรการออกมาว่า เราจะเยียวยาพนักงานของเราเอง เช่น การลดวันมาทำงาน ให้เขามาทำงานน้อยลง เพื่อจะได้มีรายได้ส่วนหนึ่ง สำหรับมาตรการที่จังหวัดมีออกมา จากการที่เราไปขอเปิดให้บริการอีกครั้ง ซึ่งกำหนดไว้ว่า จะต้องมีการฆ่าเชื้ออยู่ตลอด ต้องมีเจลล้างมือวางไว้ทุกห้อง และพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เช่น จุดเช็คอิน รวมทั้งต้องมีการคัดกรองผู้เข้าพักทุกคน ด้วยการวัดไข้ โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้ ทางอำเภอแจ้งมาว่า จะต้องส่งเอกสารต่อให้กับกรมควบคุมโรค แต่ไม่รู้ว่าระยะเวลาจะนานเท่าไหร่ แต่เราก็ต้องการให้ดำเนินการเร็วที่สุด” นายธนาพล กล่าว

หวังประกันสังคมเยียวยา

ต่อข้อถามว่า ที่มีโรงแรมขนาดใหญ่ไปยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯ สั่งปิด เป็นเพราะต้องแบกภาระจำนวนมากนั้น นายธนาพล กล่าวว่า “ส่วนหนึ่งก็อาจจะมีส่วน เนื่องจากว่า ถ้าโรงแรมนั้นสั่งปิดเอง โดยที่ภาครัฐไม่ได้สั่งปิด ประกันสังคมจะไม่เยียวยาลูกจ้างหรือพนักงาน จึงต้องให้ภาครัฐเป็นคนสั่งปิด เพื่อให้ประกันสังคมเข้ามาเยียวยา ซึ่งผลกระทบตรงนี้ โดนกันทั่วประเทศ บางโรงแรมที่ภาครัฐไม่สั่งปิด ค่าใช้จ่ายก็อาจจะมีมาก แต่จำนวนการเข้าพักการจองนั้นลดลง ทำให้รายได้ไม่มากพอที่จะหมุนเวียนในโรงแรม ทำให้โรงแรมมีผลกระทบโดยตรง หากโรงแรมสั่งปิดเอง เขาก็ต้องเยียวยาพนักงานเองด้วย”

‘แคนทารี’ประชุมรับมือ

อย่างไรก็ตาม “โคราชคนอีสาน” ได้ติดต่อไปยังนายมกริน พรหมโยธี ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแคนทารี โคราช แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในช่วงนี้ เพราะกำลังอยู่ระหว่างประชุมกับผู้บริหารถึงวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งหากผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปแล้วจะให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดีเหมือนที่ผ่านมา 

โดยก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งจากผู้ว่าฯ ปิดโรงแรมนั้น ทางโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี มีมาตรการเพิ่มความปลอดภัยและห่วงใยลูกค้า ซึ่งได้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคอยู่เป็นประจำทุกวัน โดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก ขอให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรการของโรงแรมในการป้องกันความเสี่ยง และสามารถใช้บริการทุกส่วนของโรงแรมได้ตามปกติ พร้อมทั้งจัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ที่มีความเข้มข้นสูง ๗๐% ไว้ที่ห้องอาหาร หน้าลิฟท์ทุกชั้น และบริเวณพื้นที่สาธารณะภายในโรงแรม มีการตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าทุกคนก่อนการเข้าพัก และตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานทุกคน ก่อนให้บริการลูกค้า รวมถึง ทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัส หรือจุดสุ่มเสี่ยง ทุกๆ ๓ ชั่วโมง เช่น ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น โดยทำตารางความสะอาดไว้อย่างชัดเจน มีการใช้ผลิตภัณฑ์ สำหรับทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัส บริเวณโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น ทีวี รีโมทคอนโทล และจุดสุ่มเสี่ยง ทุกครั้งหลังลูกค้า Check out พร้อมทั้งเติม Chlorine ในสระว่ายน้ำ ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ในส่วนของยิม (GYM) มีการทำความสะอาด อุปกรณ์ และเครื่องออกกำลังกาย ทุกครั้งหลังลูกค้าใช้งานเสร็จสิ้น และเปิดหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ให้แสงแดดส่องผ่าน

ปรับตัวผลิตอาหารส่งถึงที่

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีโรงแรมหลายแห่งที่มีการปรับตัวในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น โรงแรมดิ อิมพีเรียล โคราช มีการทำอาหารและเครื่องดื่มแบบฟู้ดเดลิเวอรี่ โดยสามารถโทรศัพท์สั่งอาหารและมีบริการจัดส่งถึงที่ รวมทั้งผลิตหน้ากากผ้าจำหน่ายอีกด้วย ในขณะที่โรงแรมโครานารี ก็ได้ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่กำลังขาดแคลน พร้อมทั้งเปิดให้สั่งอาหารจากครัวเลอ อินถวา แล้วมีบริการจัดส่งถึงที่ด้วยช่นกัน ซึ่งมีการอัพเดทรายการอาหารแบบวันต่อวัน รวมทั้งโรงแรมสีมาธานี ก็เปิดบริการให้สั่งอาหารและจัดส่งถึงที่เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ ที่เปิดให้บริการสั่งอาหารแบบ Drive Thru เพื่อช่วยลูกค้าลดความเสี่ยง โดยสามารถสั่งอาหารอร่อยๆ จากโรงแรมได้ในราคาเริ่มต้นเพียง ๖๕ บาท โดยมีรายการอาหารให้เลือกจำนวนมาก เป็นต้น

 


348 7937