13thAugust

13thAugust

13thAugust

 

April 30,2020

ห้างโคราชพร้อมเปิดแล้ว วางมาตรการเข้มงวด วอนปชช.ให้ความร่วมมือ

วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ หลัง เปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดูแลพนักงาน สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และทำความสะอาดตลอดเวลา ลดการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ต่างๆ แพทย์ย้ำ ทุกมาตรการจะสำเร็จ ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ

นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และ พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลมหาราชฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ “จริงหรือหลอกหมอบอกให้” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ‘โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา’ โดยมีนายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา นายปรีชา ลิ้มอั่ว กรรมการผู้จัดการศูนย์กายภาพบำบัดชีวาศุข ที่ปรึกษาเดอะมอลล์โคราช และนายมารุต ชุ่มขุนทด เจ้าของ Class Cafe ร่วมเสวนาในหัวข้อ มาตรการป้องกันหลังเปิดห้าง เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓

พนักงานต้องปลอดเชื้อ

โดยตั้งคำถามประเด็นแรกว่า “ก่อนคลายล็อกมาตรการต่างๆ ในฐานะผู้ประกอบการ จะมีมาตรการอย่างไรในการดูแลพนักงาน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับลูกค้า” นายมารุต ชุ่มขุนทด กล่าวว่า “ในวิกฤตนี้ต้องแยกออกเป็น ๒ เรื่องคือ ปัจจัยที่ควบคุมได้ และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ในส่วนของพนักงาน ผมมองว่า เป็นส่วนที่สามารถควบคุมได้มากที่สุด ผมพอจะรู้ว่าพนักงานแต่ละคนมีการใช้ชีวิตแบบไหน ในช่วงที่มีโรคระบาดผมก็มีคำแนะนำอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกาย การทำความสะอาดอุปกรณ์ ห้ามดื่มสุรา ผมรับรู้และควบคุมได้มากที่สุด เพราะรู้ถึงการใช้ชีวิตของทุกคน แต่ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ แต่ทุกคนก็จะทำให้ดีที่สุด ในส่วนของอุปกรณ์ภายในร้าน เราก็ดูแลอย่างดี มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เงินที่รับมาจากลูกค้า เราก็จะไม่สัมผัสโดยตรง ประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มไว้ เมื่อมาถึงก็รับกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องสัมผัส เรื่องพวกนี้ทำให้การทำงานในร้านปลอดภัยยิ่งขึ้น”

นายปรีชา ลิ้มอั่ว กล่าวว่า “ผมเคยมีลูกน้องอยู่ ๔,๐๐๐ ชีวิต ผมเชื่อว่า ทุกคนรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไร และต้องระวังอะไรบ้าง แต่ความเสี่ยงที่เราจะได้พบ จะมาจากภายนอก คือ ลูกค้า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นห้างฯ ใดก็ตาม เรามีมาตรการป้องกันแน่นอน แต่บางคนก็จะถามว่า มีมาตรการแล้วยังปลอดภัยไหม ซึ่งคำถามนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัย หากไม่ให้ความร่วมมือ หมายความว่า นอกจากจะมีมาตรการความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมแล้ว เราก็ต้องมีมาตรการที่ตรวจสอบได้ เช่น แม่บ้านทำความสะอาดปุ่มกดลิฟท์ รถเข็น และราวบันไดเลื่อน ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่ทำไว้ดีแล้ว แต่การจะให้ปลอดภัย เราต้องทำให้เป็นรูปธรรม”

นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ กล่าวว่า “จากที่มีการทำหนังสือถึงคู่ค้าของเซ็นทรัล เนื่องจากว่า เราต้องการเรียกพนักงานมาตรวจสอบ จากวันที่มีการล็อกดาวน์ กระทั่งวันนี้ก็ ๑ เดือนแล้ว แต่ใน ๑๔ วันที่ผ่านมา พนักงานไปไหนมาบ้างเราไม่ทราบ ดังนั้น จึงเรียกพนักงานทุกคนที่อยู่ในศูนย์การค้าฯ จำนวน ๑,๐๐๐ คน มาทำแบบสอบถามว่า ภายใน ๑๔ วันไปไหนมาบ้าง สถานที่นั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้าที่จะมาใช้บริการ เพราะฉะนั้นที่ผมเรียกมา เพื่อให้มาทำแบบสอบถาม และเตรียมความพร้อม ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จำเป็น และเป็นสิ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เราดูแลพนักงานเช่นเดียวกับที่เราดูแลลูกค้า”

พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากมาตรการที่กล่าวมา นอกจากจะตรวจสอบด้วยการวัดไข้ สอบถามประวัติการเดินทาง และล้างมือให้สะอาดแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า กลุ่มเปราะบาง คือ กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย จึงต้องการสอบถามว่า คนกลุ่มนี้ที่เป็นพนักงานของแต่ละแห่ง ผู้ประกอบการจะมีมาตรการดูแลอย่างไร เพราะคนกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น แต่พวกเขายังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกด้วย”

นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ กล่าวว่า “ก่อนที่จะเรียกพนักงานกลับมา ผมให้พนักงานทุกคนโหลดแอปพลิเคชัน ‘หมอชนะ’ โดยแอปฯ นี้จะคอยเตือนว่า สถานที่ที่ไปนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ และมีแบบประเมินต่างๆ ซึ่งพนักงานทุกคนจะต้องส่งมาให้ทุกวัน แต่ละคนก็จะมีสถานะบอกว่า ใครเสี่ยงมาก-เสี่ยงน้อย เมื่อเขากลับมา เราก็จะมีเอกสารให้กรอกว่า คุณมีโรคประจำตัวหรือไม่ และใน ๑๔ วัน เดินทางไปไหนมาบ้าง ขณะนี้ เรามีมาตรการใหม่เพิ่มเข้ามา หลังจากที่เปิดห้างฯ แล้ว พนักงานทุกคนจะต้องวัดอุณหภูมิทุกๆ ๓ ชั่วโมง”

สภาพแวดล้อมต้องดี

ประเด็นต่อมา “ในแต่ละแห่ง จะมีมาตรการในการจัดการกับสภาพแวดล้อมอย่างไร” ซึ่งนายมารุต ชุ่มขุนทด ตอบว่า ในการดูแลสภาพแวดล้อม เราจะต้องทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ซึ่งขณะนี้เรียกว่า เป็นช่วงกลางของโควิด ก่อนหน้านี้ลำบากมาก แต่ขณะนี้ก็พร้อมทุกด้านแล้ว โดยที่คลาสคาเฟ่ทุกวันนี้ เรามีเครื่องพ่นยาไว้ใช้เอง มีการติดสติกเกอร์บอกระยะบนพื้น เพื่อให้ลูกค้าเว้นระยะในการยืน ในส่วนของความพร้อมของคลาสคาเฟ่ เรียกได้ว่า มีอะไรที่จะป้องกันได้ก็จะทำ และสิ่งไหนที่เราขาด เราก็จะเรียนรู้และนำไปปรับใช้ต่อไป”

นายปรีชา ลิ้มอั่ว กล่าวว่า “สำหรับเดอะมอลล์โคราช มีการดูแลเครื่องปรับอากาศ เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่จะต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งระบบปรับอากาศภายในห้างฯ เป็นระบบใหญ่มาก การควบคุมการหมุนเวียนของอากาศจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จะเช็ดทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศไม่ได้ แต่ระบบการกรองนั้นมีอยู่ ต้องมาศึกษาว่า ในด้านเทคนิคจะทำอย่างไรให้อากาศที่ปล่อยออกมานั้นปราศจากเชื้อโรค แต่ทั้งนี้ ที่เราพูดกันไปว่า กลุ่มเสี่ยงผู้มีโรคประจำตัวหรือผู้สูงวัย อย่าเพิ่งมาได้หรือไม่ เพราะเราก็ไม่อยากไปติดใคร และใครก็ไม่อยากมาติดเรา เพื่อให้เกิดความกังวลในสังคมลดน้อยลง มาตรการที่เป็นรูปธรรมทุกที่เราทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม หรือความร่วมมือ คนไทยเราน่ารักอยู่แล้ว เพราะเมื่อเขารับรู้แล้ว เขาก็จะช่วยเหลือกัน ให้ความร่วมมือกัน”

นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ กล่าวว่า “สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เราเรียกกันว่า เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เมื่อก่อนอาจจะเดินเข้าห้างฯ แบบปกติ แต่ทุกวันนี้จะต้องมีการตรวจวัดไข้ แม่บ้านในห้างฯ ที่เมื่อก่อนทำความสะอาดแค่ที่พื้น แต่ทุกวันนี้ต้องทำความสะอาดทุกที่ ที่คิดว่าเป็นจุดเสี่ยงและจุดสัมผัส โดยเฉพาะในลิฟท์และราวบันไดเลื่อน ในส่วนของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งปกติอากาศมีการถ่ายเทอยู่แล้ว แต่ที่ต้องเพิ่มเข้ามาคือ การฟอกอากาศ เพราะการที่เครื่องปรับอากาศดูดอากาศเข้าไป หากผ่านกระบวนการฟอกอากาศ ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อทุกคน ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องทำอย่างแน่นอน”

จะดูแลเด็กๆ อย่างไร

ส่วนในประเด็นที่ว่า “แต่ละแห่งจะมีการดูแลเด็กๆ ที่มาใช้บริการอย่างไร เนื่องจากเด็กจะมีความซน อาจจะไปสัมผัสพื้นผิวต่างๆ ได้ง่ายกว่า” ซึ่งนายปรีชา ลิ้มอั่ว ตอบว่า ตามห้างฯ ต่างๆ จะมีพื้นที่ให้เด็กๆ เช่น สวนน้ำ สวนสนุก เป็นต้น ซึ่งสวนน้ำ ผมมองว่า แม้จะมีมาตรการคลายล็อก แต่ก็ควรจะเลื่อนไปก่อน จริงๆ แล้วสวนน้ำมีความเสี่ยงน้อยกว่า มีพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี แต่สวนน้ำเด็กจะต้องอยู่ในน้ำ มีการสัมผัสพื้นผิวต่างๆ ง่าย มีความใกล้ชิดกับผู้อื่นมาก ส่วนสวนสนุก ก็ควรจะเลื่อนเปิดไปก่อนเช่นกัน ดังนั้น เราควรดูแลตัวเองก่อน ดีกว่าที่จะต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาล”

นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ กล่าวว่า “น้ำคือสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เพราะเชื้อโรคต่างๆ สิ่งต่างๆ อาจจะปะปนอยู่ในน้ำ กว่าสิ่งสกปรกเหล่านี้จะถูกทำลายไปก็ค่อนข้างนาน ในส่วนของสวนสนุก ผมว่าถ้าเปิด ก็ต้องจำกัดการเข้าใช้บริการ ถ้ามีปริมาณเด็กมาก ก็ยากต่อการควบคุม และทุกครั้งหลังการใช้บริการ จะต้องทำความสะอาดทุกครั้ง นอกจากนี้ ในส่วนของห้องเรียนพิเศษ ก็ต้องจัดการใหม่ทั้งหมด รวมถึงโรงภาพยนตร์เช่นกัน ถ้าเปิดให้บริการก็ต้องนั่งเว้นที่ ต่อไปเราจะต้องมีวิถีชีวิตใหม่ทั้งหมด”
นายมารุต ชุ่มขุนทด กล่าวว่า “ในส่วนของร้านอาหาร คาเฟ่ เป็นพื้นที่เล็ก สามารถควบคุมได้ง่ายกว่า ซึ่งเด็กๆ ที่มาผู้ปกครองต้องดูแลอยู่ตลอด และที่ร้านยังมีคำแนะนำอยู่ลอด หาทำให้เกิดความเสี่ยง พนักงานก็สามารถเดินเข้าไปบอกกับผู้ปกครองได้”

ดูแลพื้นที่เสี่ยงในห้าง

พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ก่อนหน้านี้ทางการแพทย์มีความเป็นห่วงว่า ห้างร้านต่างๆ จะมีความเข้าใจเช่นเดียวกับแพทย์หรือไม่ แต่เมื่อได้ฟังจากทุกท่านแล้ว ก็รู้สึกปลื้มใจที่เราเข้าใจเช่นเดียวกันเรื่องความเสี่ยงกับความจำเป็น บางเรื่องอาจจะมีความเสี่ยงมาก แต่มีความจำเป็นน้อย ก็อาจจะเลือกเปิดให้บริการเป็นแห่งๆ ไป และบางเรื่องที่มีความเสี่ยงน้อย แต่มีความจำเป็นมาก ทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะเปิดให้บริการ ทั้งนี้ ก็ยังมีสิ่งที่จำเป็นมากและเสี่ยงมาก ตรงนี้จะต้องดูว่า ๑.พื้นที่ตรงนั้นมีความแออัดหรือไม่ ๒.กลุ่มคนที่เข้าไปใช้บริการมีความเสี่ยงหรือไม่ หากดูแล้วความเสี่ยงลดลงก็สามารถเปิดได้ แต่ถ้ามีความเสี่ยงอยู่ก็คงไม่ได้”

นายปรีชา ลิ้มอั่ว กล่าวว่า “จากที่คุณหมอพูดมา สำหรับห้างฯ แล้ว พื้นที่เสี่ยงจะเป็นพื้นที่ของซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งจะมีคนมาใช้บริการจำนวนมาก สำหรับพื้นที่อื่นๆ ก็ยังสามารถควบคุมได้ แต่ในพื้นที่ปิดอย่างโรงภาพยนตร์ ที่บอกว่า จะต้องนั่งเว้นที่นั้น ซึ่งก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ ต้องมาคุยกันว่าจะเปิดให้บริการได้หรือไม่ ดังนั้นในห้างฯ พื้นที่เสี่ยงที่เรียกว่า เสี่ยงสูงจะไม่ค่อยมีแล้ว เพราะทุกที่มีมาตรการรองรับ แม้จะเว้นระยะต่างๆ แต่วิถีชีวิตของคนในขณะนี้ ทำให้คนมีระยะห่างกันอยู่แล้ว คนออกมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ก็จะลดความเสี่ยงลงไป ทุกอย่างมีระยะห่างแล้ว ผมเชื่อว่า อย่างไรก็ตาม คนเรายังตระหนักถึงการป้องกันเชื้ออยู่ ยังมีความกลัวอยู่ ไม่ใช่ว่า เมื่อคลายล็อกวันนี้ คนก็แห่มาห้างฯ จำนวนมากเลย ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน ส่วนคำถามที่หลายคนเป็นห่วงว่า ห้างฯ ถูกขับเคลื่อนด้วยกิจกรรม มีดารานักร้องมา คนก็จะมารวมตัวกันจำนวนมากนั้น ผมว่า หลังจากนี้เราจะต้องมาเพื่อซื้อของก่อนเท่านั้น”

นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ กล่าวว่า “การที่ทุกคนมาเดินห้างฯ แล้วเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยนอยู่แล้ว ผมว่า ก็คือพื้นที่ปลอดภัยแล้ว แม้จะคลายล็อกแล้ว แต่ก็ยังต้องทำสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะเรายังไม่ปลดล็อก เรายังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ ส่วนพื้นที่แออัด เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต เราจะมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ส่วนพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดอย่าง พื้นที่กิจกรรม ที่จะมีคนจำนวนมากมารวมตัว เราอาจจะต้องงดไปก่อน”

ความร่วมมือสำคัญที่สุด

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ กล่าวสรุปว่า “จากประเด็นคำถามที่ถามไป ไม่ว่าจะเป็นมาตรการดูแลพนักงาน ห้างฯ ทุกแห่งก็มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว อย่างเซ็นทรัลฯ มีกระทั่งแอปพลิเคชันที่คอยเช็คพนักงาน สำหรับผมแล้วนี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดและเข้มงวด ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อมภายในห้างฯ หรือร้านค้า จากมาตรการดูแลต่างๆ เช่น การเช็ดพื้นผิวต่างๆ ผมเชื่อว่า วันนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว แต่เรื่องเครื่องปรับอากาศและเครื่องกรองอากาศ ยังเป็นปัญหาอยู่ จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดู และในประเด็นการดูแลลูกค้าที่มา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือพื้นที่แออัด ผมเชื่อว่า ทุกคนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะการจัดกิจกรรม ที่จะทำให้คนมารวมตัวกันจำนวนมาก ผมว่า ควรงดไว้ก่อน จาก ๓ องค์ประกอบที่สำคัญอย่าง ผู้มาใช้บริการ สภาพแวดล้อม และพื้นที่เสี่ยง ยังมีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเราเอง เราต้องทราบตัวเองว่าควรจะออกไปเสี่ยงหรือไม่ มีการให้ความร่วมมืออะไรหรือไม่ หากเราไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย ทั้งมาตรการต่างๆ ที่ทำมาก็ไม่สำคัญ ฉะนั้น เราทุกคนต้องดูแลตัวเองและให้ความร่วมมือกับคนอื่น จะได้ช่วยลดป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ต่อไป”

 

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๒๕ วันพุธที่ ๒๙ เมษายน - วันอังคารที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 

 


329 7978