29thOctober

29thOctober

29thOctober

 

May 07,2020

โคราชชนะโควิดแล้ว ๑๕ ราย การ์ดกลับมาเหนียวอีกครั้ง

โคราชชนะโควิดเพิ่มอีก ๒ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๔ ราย ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ออกคำสั่งด่วน กำหนด ๑๐ จังหวัดเสี่ยง เดินทางเข้าโคราชต้องกักตัวให้ครบ ๑๔ วัน เร่งหามาตรการเยียวยาภาคธุรกิจ 

 

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดให้มีการแถลงข่าวสถานการณ์การป้องกันและเฝ้าระวัง โควิด ๑๙ ในเวลา ๑๐.๐๐ น. ของทุกวัน ซึ่งระหว่างวันที่ ๑๘ มีนาคม-๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้งหมด ๑๙ ราย ได้แก่ รายที่ ๑ หญิง อายุ ๒๒ ปี เป็นนักศึกษา มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอวังน้ำเขียว รายที่ ๒ หญิง อายุ ๓๐ ปี เดินทางมาจากปอยเปต (กัมพูชา) รายที่ ๓ ชาย อายุ ๕๗ ปี เป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่ที่อำเภอพิมาย รายที่ ๔ ชายอายุ ๔๒ ปี มีประวัติเดินทางไปเชียร์มวยเขตปริมณฑล รายที่ ๕ อายุ ๓๘ ปี มีประวัติเชียร์มวยที่สนามมวยลุมพินี รายที่ ๖ ชาย อายุ ๓๘ ปี เป็นพนักงานขนส่งทรัพย์สินที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา รายที่ ๗ หญิง อายุ ๔๗ ปี ภูมิลำเนา ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย เป็นพนักงานในผับแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ รายที่ ๘ เป็นลูกของผู้ติดเชื้อรายที่ ๗ (อ.โชคชัย) อายุ ๓๐ ปี รายที่ ๙ เกี่ยวข้องกับรายที่ ๗ เช่นกัน ซึ่งเป็นหลาน อายุ ๑ ขวบ ๒ เดือน

รายที่ ๑๐ เด็กอายุ ๙ ปี เดินทางตามมารดา (มารดาทำงานและรักษาตัวในกรุงเทพฯ) ไปที่ อ.สัตหีบ (จ.ชลบุรี) จ.ระยอง และเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ รายที่ ๑๑ ชาย อายุ ๓๖ ปี มีประวัติเดินทาง วันที่ ๖-๗ มีนาคม สนามมวย ลุมพินี และวันที่ ๑๑ มีนาคม สนามมวยราชดำเนิน รายที่ ๑๒ หญิง อายุ ๒๕ ปี ภูมิลำเนาอยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา รายที่ ๑๓ หญิง อายุ ๒๓ ปี เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเป็นเพื่อนกับรายที่ ๑๒ (เดินทางกลับจากปอยเปต) รายที่ ๑๔ เพศหญิง อายุ ๖๖ ปี มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยรายที่ ๗, ๘ และ ๙ รายที่ ๑๕ หญิง อายุ ๔๒ ปี ทำงานนวดสปาที่ประเทศนิวซีแลนด์ กลับมาจังหวัดนครราชสีมาปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนชาวเนเธอร์แลนด์ว่า ติดเชื้อโควิด-๑๙ รายที่ ๑๖ เป็นหญิง อายุ ๓๗ ปี ชาวตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน ทำงานที่เรือสำราญ รัฐไมอามี สหรัฐอเมริกา รายที่ ๑๗ เพศหญิง อายุ ๕๑ ปี ทำงานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับถึงประเทศไทยวันที่ ๒๔ มีนาคม และเดินทางมาที่โคราชถึงเวลา ๒๑.๐๐ น. โดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมเพื่อนอีก ๖ คน รวม ๗ คน พักที่บ้านพักตากอากาศ อ.ปากช่อง รายที่ ๑๘ เพศหญิง อายุ ๔๑ ปี เป็นเพื่อนที่พารายที่ ๑๗ มาตรวจ เดินทางกลับจากกรุงลอนดอนพร้อมกัน และรายที่ ๑๙ กลับจากเยี่ยมมารดาที่จังหวัดชุมพร 

ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้ง ๑๘ ราย ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๓ ศูนย์โควิดโคราชแถลงหายป่วยแล้ว ๑๓ ราย ได้แก่ ๑.รายที่ ๔ หายป่วยเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๓ ๒.รายที่ ๓ หายป่วยเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓ ๓.รายที่ ๕ หายป่วยเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓ ๔.รายที่ ๙ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๓ ๕.รายที่ ๑๕ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๓ ๖.รายที่ ๖ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓ ๗.รายที่ ๑๑ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓ ๘.รายที่ ๑๒ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓ ๙.รายที่ ๑๓ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓ ๑๐.รายที่ ๑ หายป่วยเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๓ ๑๑.รายที่ ๑๐ หายป่วยเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ๑๒.รายที่ ๒ หายป่วยเมื่อวันที่ ๒๒เมษายน ๒๕๖๓ และ ๑๓. รายที่ ๑๘ หายป่วยเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๓

เดือนใหม่การ์ดไม่ตก

จากนั้นเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า สถานการณ์ COVID-19 จังหวัดนครราชสีมา ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑๙ ราย รักษาหายแล้ว ๑๓ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๖ ราย จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๘๙,๐๔๒ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนสะสม ๘๐๕ ราย ไม่พบเชื้อ ๗๘๒ ราย และรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๔ ราย

ต่อมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกหนังสือคำสั่ง  มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ (COVID-19) สําหรับผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงวันหยุดยาว โดยผู้ที่เดินทางจาก ๑๐ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, นนทบุรี, ยะลา, สมุทรปราการ, ชลบุรี, ปัตตานี, สงขลา, เชียงใหม่ และปทุมธานี ทําการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ ณ ที่พัก (Home Quarantine) เป็นเวลา ๑๔ วัน หากพบว่ามีผู้ต้องกักตัว ไม่ปฏิบัติตามคําแนะนํา ให้ดําเนินคดีตามกฎหมายทันที

วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า สถานการณ์ COVID-19 จังหวัดนครราชสีมา ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑๙ ราย รักษาหายแล้ว ๑๓ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๖ ราย อาการดีขึ้นทั้ง ๖ ราย ไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๙๐,๐๖๗ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนสะสม ๘๑๘ ราย ไม่พบเชื้อ ๗๙๕ ราย และรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจำนวน ๔ ราย

รองรับประชาชนกลับจาก กทม.

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่า เปิดเผยถึงมาตรการรองรับสำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุดยาวว่า “จังหวัดมีมาตรการรองรับประชาชนที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ อยู่แล้วตั้งแต่ที่มีประกาศล็อกดาวน์ และช่วงสงกรานต์ ซึ่งมาตรการก็ยังเป็นคงเดิม แต่จะมีการดำเนินการที่เข้มงวด เน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า ควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ รวมถึงไม่แวะในสถานที่ที่ไม่จำเป็น”

“นอกจากนี้ อาจจะโทรบอกญาติให้แจ้งผู้นำชุมชนล่วงหน้า เมื่อมาถึงก็ไปรายงานตัวเพื่อคัดกรอง โดยมาตรการที่กำหนดไว้ให้เข้มงวดขึ้น คือ ต้องกักตัวให้ครบ ๑๔ วัน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจาก ๑๐ จังหวัดที่ผู้ว่าฯ ประกาศก่อนหน้านี้ จะต้องกักตัวอย่างเข้มข้น เหมือนกรณีผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ” นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าว

ตรวจกิจการที่ผ่อนปรน

ต่อมา วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นพ.สุผล ตติยนันทพร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า สถานการณ์ COVID-19 จังหวัดนครราชสีมา ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑๙ ราย รักษาหายแล้ว ๑๓ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๖ ราย อาการดีขึ้นทั้ง ๖ ราย หายใจในอากาศได้ปกติ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๙๐,๖๙๗ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนสะสม ๘๒๔ ราย ไม่พบเชื้อ ๘๐๕ ราย และไม่มีผู้รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภายหลังแถลงสถานการณ์โควิด-๑๙ ประจำวันแล้ว นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางตรวจตลาดสำเพ็ง และตรวจโฮมโปร สาขาบายพาส ภายหลังมีมาตรการผ่อนปรนให้เปิดได้ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป โดยนายวิเชียร กล่าวว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการผ่อนปรนตามมาตรการของ ศบค. ดังนั้นจังหวัด และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจึงนัดหมายกันมาตรวจสอบตลาดสำเพ็ง จังหวัดนครราชสีมาเพื่อดูการจัดระบบ และให้คำแนะนำในการดำเนินการ ซึ่งผู้ประกอบการทุกร้านดำเนินตามมาตรการของสาธารณสุข แต่อาจจะแนะนำในเรื่องของจัดระบบการเดินเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ประชาชนเดินสวนกัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันแรก ประชาชนที่มาใช้บริการยังไม่มาก แต่ต่อไป อาจจะต้องมีประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เพื่อคอยเตือนไม่ให้ประชาชนรวมกลุ่ม หรือเฝ้าระวังตนเองให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการ

หายเพิ่ม ๒ ราย

ต่อมา วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นพ.สุผล ตติยนันทพร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า สถานการณ์ COVID-19 จังหวัดนครราชสีมา ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑๙ ราย รักษาหายแล้ว ๑๕ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๔ ราย จากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๙๑,๔๒๖ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนสะสม ๘๒๘ ราย ไม่พบเชื้อ ๘๐๗ ราย และรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ๒ ราย

โดยผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มเติมคือ รายที่ ๑๗ หญิงอายุ ๕๑ ปี ทำงานที่กรุงลอนดอน ผลตรวจตั้งแต่เมื่อวาน (๓ พ.ค. ๒๕๖๓) ไม่พบเชื้อ ขณะนี้ไปพักตัวต่อที่โรงแรมปัญจดารา และได้รับรายงานจาก รพ.โชคชัยในช่วงเช้าว่า ผู้ป่วยรายที่ ๗ อายุ ๔๗ ปี อ.โชคชัย ไม่พบเชื้อ โดยกลับบ้านในวันนี้ (๔ พ.ค. ๒๕๖๓) แล้ว ในส่วนของผู้ป่วยที่กำลังรักษาอีก ๔ ราย (รพ.มหาราช ๒ ราย, รพ.โชคชัย ๑ ราย และ รพ.สูงเนิน ๑ ราย) ขณะนี้อาการทั่วไปดีขึ้น หายใจในอากาศได้ปกติ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก นอกจากนี้ด้านสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีภาวะเครียด

ช่วยเหลือภาคธุรกิจ

นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นภาคที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด และได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ในการช่วยเหลือ ตนและพาณิชย์จังหวัด รวมถึงคลังจังหวัด ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯ เพื่อพูดคุยกับภาคธุรกิจหลักๆ ของจังหวัด ซึ่งได้ข้อสรุปในเบื้องต้น จำนวน ๖ ด้าน ได้แก่ ๑.เงินทุน โดยที่สำคัญคือ การผ่อนคลายชำระหนี้ในส่วนที่เป็นเงินต้นและดอกเบี้ยต่างๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง นอกจากเรื่องเงินทุนแล้ว ก็เป็นเรื่องการตลาด การปิดสถานประกอบการหลายส่วน ทำให้ยอดจำหน่ายต่างๆ ลดน้อยลง อนาคตการจัดกิจกรรม อีเว้นท์ต่างๆ มีการวางแผนไว้ แม้ว่าระยะเวลาอันใกล้ยังเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็ยังไม่การวางแผน และคาดการณ์ว่าหลังเดือนสิงหาคม สถานการณ์โควิดน่าจะดีขึ้น ก็จะมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ

“เรื่องการเยียวยา เนื่องจากภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป จึงคิดว่าควรได้รับการเยียวยาจากทางรัฐบาลด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงรายละเอียดโดยสรุป แต่จะเสนอไปยังผู้ว่าฯ ลงนามเพื่อเสนอไปยังปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงประธานหอการค้า และประธานสภาอุตสาหกรรม พิจารณาต่อไป” นายอภินันท์ กล่าว
ตัวเลขติดเชื้อคงที่

ล่าสุดวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นพ. นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา แถลงว่า สถานการณ์ COVID-19 จังหวัดนครราชสีมา ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑๙ ราย รักษาหายแล้ว ๑๕ ราย อยู่ระหว่างรักษา ๔ ราย อาการทั่วไปดี รอตรวจจนกว่าไม่พบเชื้อ ถึงจะให้กลับได้ ทั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๙๑,๙๕๑ ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ ๓ มกราคม-๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓) มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนสะสม ๘๓๔ ราย ไม่พบเชื้อ ๘๑๐ ราย และรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ๕ ราย

สุ่มตรวจร้านประกอบการ

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการลงพื้นที่ติดตามภายหลังผ่อนปรนกิจการบางประเภทว่า ผู้ว่าฯ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยหลังจากผ่อนปรน ๖ ประเภท ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประชุมเพื่อแบ่งทีมตรวจออกเป็น ๖ ทีม โดยปฏิบัติในวันราชการช่วงเย็น และวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงบ่าย โดยจะไม่บอกว่าจะลงไปตรวจในพื้นที่ใด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน และจะบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้สำหรับการตรวจหาเชื้อแบบเชิงลึก จะเริ่มดำเนินการวันที่ ๗ พฤษภาคมนี้ โดยจะเน้นผู้ที่มีเสี่ยงสูง อาทิ แพทย์ เนื่องจากมีความใกล้ชิดผู้ป่วย พนักงานส่งของ รวมถึงผู้ประกอบการ และประชาชนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง สำหรับกิจกรรมในช่วงวันวิสาขบูชา แนะนำให้ทำพิธีสวดมนต์อยู่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัว สำหรับบุคคลที่นับถือศาสนาคริสต์ หากมีความจำเป็นต้องประกอบพิธีต่างๆ ในโบสถ์ แนะนำให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับพุทธศาสนิกชน

เคอร์ฟิวโคราช

ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงผลการดำเนินงานเคอร์ฟิวจังหวัดนครราชสีมาว่า ผลการตรวจสอบและประชาชนเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการผ่อนผันให้ออกนอกเคหะสถาน ของวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ตรวจสอบยานพาหนะทั้งหมด ๘๑๐ คัน คนที่ได้รับการยกเว้น ๑,๐๖๑ คน ๓ อันดับแรก เป็นการขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามลำดับ ผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วงคืนวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จับกุม ๑๐ ราย ยอดสะสมปัจจุบัน ๔๖๓ ราย ผู้ต้องหา ๔๘๑ คน ยังอยู่ระหว่างดำเนินคดี ๘๒ คดี

ทั้งนี้ ผู้แทน ผบก.ภ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่า ไม่ต้องการให้มีการกระทำความผิด อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีความประสงค์จะจับกุมประชาชน อย่างไรก็ตาม เหตุการทำผิดมีอยู่หลักๆ คือ การบังคับใช้กฎหมาย โดยประชาชนบางคนเข้าใจว่า ขับขี่ไปตามพื้นที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นเวลาดึกแล้ว แต่เรามีทีมเคลื่อนที่เร็ว สามารถติดตามได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจิตใจและจิตใต้สำนึกของผู้กระทำผิด บางรายอาจมีปัญหาทางครอบครัว ปัญหาต่างๆ จึงทำให้กระทำผิดได้ สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของแต่ละคน

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๒๖ วันพุธที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓​

 

 


351 7906