22ndSeptember

22ndSeptember

22ndSeptember

 

June 27,2020

เหยื่อถูกเต็นท์รถโกง ๒๒ ล. บุกโรงพักจี้ตำรวจเร่งรัดคดี

ผู้เสียหายทั้งรายเก่า-ใหม่จากหลายจังหวัด ที่ถูกเต็นท์รถมือสองรายใหญ่ใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ฉ้อโกงซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนรถ ถือป้ายขอความเป็นธรรมบุกโรงพัก จี้ตำรวจเร่งรัดคดีหวั่นไม่คืบ ด้านตำรวจระบุ นัดนำสำนวนและผู้ต้องหาส่งอัยการแล้ว แต่ผู้ต้องหาขอเลื่อนอ้างป่วย

 

เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ ผู้เสียหายจากหลายพื้นที่จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ และนครราชสีมา ที่ถูกเต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ฉ้อโกงในการซื้อขายเปลี่ยนรถทั้งรายเก่าและรายใหม่กว่า ๒๐ ราย จากจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดกว่า ๑๓๐ ราย มูลค่าความเสียหายกว่า ๒๒ ล้านบาท ได้รวมตัวกันถือป้ายที่มีข้อความว่า “พวกเรากลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน คดีความไม่คืบหน้าและไม่ได้รับความเป็นธรรม จากคดีเต็นท์รถรายใหญ่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์” ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรสตึก พร้อมมอบกระเช้าเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดีและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมเต็นท์รถดังกล่าว พร้อมทำการอายัดรถกว่า ๒๐๐ คัน จับกุมผู้ต้องหา ๔ ราย ยึดทรัพย์กว่า ๒๐๐ ล้านบาท และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เดินทางมาแถลงข่าวการจับกุมด้วยตัวเอง แต่ถึงขณะนี้คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งยังมีผู้เสียหายรายใหม่ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่บางรายก็ถูกทางเต็นท์รถฟ้องกลับทั้งที่ตัวเองเป็นผู้เสียหาย จึงได้พากันมาเร่งรัดติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย ทั้งนี้ตัวแทนผู้เสียหายกลุ่มดังกล่าวก็จะพากันเดินทางไปยื่นหนังสือที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ นครราชสีมาเพื่อให้ช่วยเหลือในอีกทางหนึ่งด้วย 

นางวัลลิกา ลุนแดง อายุ ๔๕ ปี หนึ่งในผู้เสียหายรายเก่าที่เคยแจ้งความร้องทุกข์ไว้ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้เสียหายในคดีถูกเต็นท์รถฉ้อโกง นอกจากจะไม่ได้รับความเป็นธรรมสูญทั้งเงินทั้งรถแล้ว ยังถูกเต็นท์รถฟ้องกลับอีก รวมทั้งครอบครัวต้องมาเดือดร้อนด้วยที่เซ็นเอกสารค้ำให้เพราะเล่ห์กลโกงของเต็นท์ ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก จึงพากันมาร้องขอความเป็นธรรมและเร่งรัดให้ตำรวจเร่งทำคดีด้วย  เพราะนอกจากรายเก่าที่คดีจะไม่คืบหน้าแล้ว ยังมีประชาชนรายใหม่ที่ไม่รู้เล่ห์กลโกงของเต็นท์ตกเป็นเหยื่ออีกเป็นจำนวนมาก   

นายมงคล ศิรินนท์ อายุ ๓๗ ปี ผู้เสียหายรายใหม่ บอกว่า ตนเองไม่เคยรู้ประวัติของเต็นท์แห่งนี้ แต่มีตัวแทนมาติดต่อซื้อขายรถให้ จนสุดท้ายก็ถูกโกงสูญทั้งเงินและรถที่มาติดต่อซื้อขาย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งรัดทำคดีให้ด้วย เพราะอยากได้เงินที่สูญไปคืน และไม่อยากให้ใครต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกเต็นท์ดังกล่าวหลอกอีก  

ด้าน พ.ต.ท.ยศวัฒน์ มณีวงษ์ชัยกิจ รองผู้กำกับการ สภ.สตึก ให้ข้อมูลว่า คดีดังกล่าวมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้กว่า ๑๓๐ ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ ๒๒ ล้านบาท หลังจากที่มีการนำหมายศาลเข้าจับกุมเจ้าของเต็นท์พร้อมพวกรวม ๔ คน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ก็มีการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายไปแล้วประมาณ ๙๐ ราย เป็นเงินกว่า ๑๐ ล้านบาท แต่ยังมีผู้เสียหายบางรายที่อาจจะยังไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว จึงมาร้องเรียนอีก ยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากผู้เสียหายมีเป็นจำนวนมากก็ต้องใช้เวลาสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ก็รวบรวมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำหนดจะนำสำนวนพร้อมผู้ต้องหาทั้ง ๔ คนส่งพนักงานอัยการวันนี้ แต่หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างว่าป่วยจึงขอเลื่อนออกไปก่อน

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๓๓ วันพุธที่ ๒๔ - วันอังคารที่ ๓๐ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

 


185 8001