12thAugust

12thAugust

12thAugust

 

July 11,2020

บุกค้านเวที SEA โปแตซ โวยปิดกั้นประชาชนไม่ให้ร่วม

กลุ่มอนุรักษ์อุดรธานี และนักศึกษาขอนแก่น บุกค้านเวทีระดมความคิดเห็น “แผนบริหารจัดการทรัพยากรแร่โปแตซเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” แต่ถูกสกัดไม่ให้เข้าร่วม ย้ำประชาชนในพื้นที่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ไม่ได้เข้าร่วม ยืนยันค้านเหมืองโปแตซมากกว่า ๒๐ ปี แต่รัฐกับเอกชนกลับร่วมมือกัน

 

เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี จำนวนกว่า ๗๐ คน เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านการจัดเวทีประชุมระดมความคิดเห็น เรื่อง “แผนบริหารจัดการทรัพยากรแร่โปแตซเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในโครงการศึกษาและประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) เพื่อบริหารจัดการแร่โปแตซ ที่โรงแรมมณฑาทิพย์ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งจัดโดยบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจีเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลุ่มชาวบ้านมาถึง มีเจ้าหน้าที่ อส.และตำรวจ ประมาณ ๓๐ นาย กันให้อยู่ทางด้านหน้าประตูโรงแรม และอ้างว่าต้องปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-๑๙ ถ้าชาวบ้านจะเข้าร่วมเวทีจะต้องลงทะเบียนและปฏิบัติตามมาตรฐานที่ทางหน่วยงานผู้จัดวางไว้อย่างเคร่งครัด

กลุ่มชาวบ้านจึงไม่พอใจ ได้แสดงออกโดยการถือป้ายผ้า ชูป้ายกระดาษขนาด เอ ๔ มีข้อความคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตซ และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA และ SEA พร้อมทั้งใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก (โทรโข่ง) สลับกันพูดโจมตีการจัดเวทีที่ปิดกั้นไม่ใช้ชาวบ้านเข้าร่วม กระทั่งเวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น. นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ออกมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากกลุ่มชาวบ้าน

นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต กล่าวกับ ชาวบ้านว่า ถ้าชาวบ้านมีหนังสือที่จะยื่นก็ยื่นมาได้ ทางเราจะดำเนินการให้ ส่วนในเรื่องขอประทานบัตร ที่ชาวบ้านคัดค้านมีปัญหาอยู่ มันก้าวข้ามผ่านมาแล้ว คือเวลาชาวบ้านมีปัญหา กฎหมายฉบับใหม่นั้นจะคุ้มครองทุกคน ถ้ามีปัญหาผลกระทบ ภาครัฐจะเข้าไปแก้ไขไกล่เกลี่ยระหว่างชาวบ้านและเอกชน 

ด้านนางพิกุลทอง โทธุโย ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า เวทีในวันนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร ถ้าไม่ต้องการให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเราค้านเหมืองโปแตซมาเป็นเวลา ๒๐ ปี จะเห็นได้ว่า ข้าราชการกับบริษัทรวมหัวกันผลักดันโครงการมาตลอด โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงมีความขัดแย้งมาถึงทุกวันนี้

“เป็นที่สังเกตว่า การจัดเวที SEA ครั้งนี้ ดำเนินการอย่างเร่งรัด กล่าวคือ ออกหนังสือเชิญลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ และให้ส่งแบบตอบรับภายในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ และไม่ได้เชิญชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียให้เข้าร่วมด้วย” นางพิกุลทอง กล่าว

พร้อมกันนี้กลุ่มชาวบ้านได้อ่านหนังสือก่อนจะยื่นต่อรองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี โดยในหนังสือได้ระบุข้อเรียกร้องว่า “เนื่องจากโครงการศึกษาและประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) เพื่อบริหารจดัการแรโปแตซ จะต้องดำเนินการเป็นขั้นตอนแรก ก่อนการดำเนินการ จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม Environmental Impact Assessment Report (EIA) ของโครงการย่อยในระดับพื้นที่ แต่ในกรณีโครงการเหมืองแร่โปแตซ จังหวัดอุดรธานี ได้มีการจัดทำ EIA แล้วเสร็จไปแล้ว และปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการผลักดันให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประทานบัตรการทำเหมืองแร่โปแตซดังนั้น ด้วยขั้นตอนที่รวบรัดและข้ามกระบวนการเช่นนี้ จึงมิชอบ และกลุ่มฯ ขอเรียกร้อง ให้ยกเลิก EIA ของโครงการเหมืองแร่โปแตซ จังหวัดอุดรธานีก่อนทำกระบวนการ SEA” 

เมื่อกลุ่มชาวบ้าน ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องเสร็จ จึงเดินทางกลับโดยไม่ได้เข้าร่วมเวทีดังกล่าวแต่อย่างใด 

ต่อมาในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐น. มีการประชุมระดมความคิดเห็น เรื่อง “แผนบริหารจัดการทรัพยากรแร่โปแตซเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในโครงการศึกษาและประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) เพื่อบริหารจัดการแร่โปแตซ ซึ่งเป็นเวทีครั้งที่ ๒ จัดขึ้นที่โรงแรมกรีนโฮเทล อำเภอเมืองขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓๐ คน

เวทีดำเนินไปได้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็มีกลุ่มที่เรียกตนเองว่า กลุ่มประชาธิปไตยไทบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษา ประมาณ ๑๐ คน บุกขึ้นไปบนเวทีพร้อมถือป้ายผ้ามีข้อความว่า “SEA ต้องฟังเสียงไทบ้าน” และได้แสดงเชิงสัญลักษณ์บนเวทีเป็นเวลานานกว่า ๑ ชั่วโมง เวทีไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ผู้เข้าร่วมเดินออกจากห้องประชุม และทำให้เวทีปิดลงโดยปริยาย

นายปวริศ แย้มยิ่ง ผู้ประสานงานกลุ่มประชาธิปไตยไทบ้าน กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการจัดการแร่โปแตซ ซึ่งไม่มีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  เราไม่เห็นด้วย และเราแสดงจุดยืนและแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดเวที SEA ไม่เชิญไทบ้าน SEA ไม่มีส่วนร่วม SEA ต้องฟังเสียงไทบ้าน

ด้านนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า ฝ่ายรัฐใช้ประเด็นจากสถานการณ์โควิด กีดกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าร่วม ซึ่งแท้จริงการเข้าร่วมเวทีต้องเป็นสิทธิของชาวบ้าน และทางกรมทรัพยากรธรณีต้องเตรียมการ จากการที่มีเจ้าหน้าที่ อส. และตำรวจมาคุ้มกันประตู ไม่ให้ชาวบ้านเข้า ทำให้เห็นชัดถึงการที่ฝ่ายรัฐ มองประชาชนเป็นฝ่ายข้าม ทั้งที่ชาวบ้านไม่ได้มีอาวุธ และรวมตัวกันโดยปราศจากความรุนแรง

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๓๕ วันพุธที่ ๘ - วันอังคารที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 


131 8062