27thSeptember

27thSeptember

27thSeptember

 

August 11,2020

“สุวัจน์”แนะวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ย้ำ ชาติพัฒน์ ยินดีช่วย ครม.ใหม่

“สุวัจน์” เปรียบเศรษฐกิจไทยลอยเคว้งกลางทะเล คาดใช้เวลา ๔ ปีฟื้นฟู มั่นใจ ครม.และทีมเศรษฐกิจชุดใหม่แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ พร้อมแนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ ชี้ ชาติพัฒนายินดีสนับสนุนเต็มที่ แม้ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรี ย้ำประชาชนต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด

เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์โคราช นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเปิดงานมหกรรมการเงินโคราชครั้งที่ ๑๔ “Money Expo Korat”

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า “ขณะนี้ภาคธุรกิจประสบปัญหาอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ กิจการหลายแห่งต้องปิดตัวลง ส่งผลให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเยียวยาเร็วที่สุด จากการคาดการณ์ หากเศรษฐกิจทรุดตัวลงหลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด-๑๙ ทุกประเทศจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ประเทศไทยมีประชาชนเดือดร้อน ๖-๗ ล้านคน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นแบบเฉพาะหน้า ต้องจัดกิจกรรมให้เกิดการกระตุ้นกิจการต่างๆ กลับมาเดินเครื่องทำงานต่อ โรงงานอุตสาหกรรมสามารถผลิตสินค้าได้ ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่น ให้ภาคธุรกิจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกลับมาติดเครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง หากธุรกิจสามารถเปิดกิจการต่อได้ สิ่งที่ตามมาคือการจ้างงาน”

 “ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยกัน เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดสุญญากาศใน ครม.ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ถือเป็นบุคคลนอกที่มีประสบการณ์ความสามารถตรงกับกระทรวงที่รับผิดชอบ แต่ละบุคคลมีความสามารถอยู่ในระดับยอมรับได้ ทุกภาคส่วนไว้วางใจ ต่อจากนี้ต้องรอความชัดเจนของนโยบาย หากทีมเศรษฐกิจประกาศนโยบายแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน เช่น ปัญหาว่างงาน รับฟังปัญหาความต้องการของผู้ประกอบการทุกระดับและนำไปสู่ความร่วมมือกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา เกิดเป็นนโยบายการบริหารประเทศแบบ New Normal ที่ทรงพลังและมีมาตรการที่ชัดเจน จะเป็นบรรยากาศทางการเมืองที่ดี ประชาชนรู้สึกโล่งใจ ช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในระยะ ๒-๓ ปี สามารถดำรงอยู่ได้” นายสุวัจน์ กล่าว

อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า “ดังนั้น ปัญหาเฉพาะหน้านี้ ทีมเศรษฐกิจต้องรับมือ แม้การล็อกดาวน์ได้คลี่คลายลงแล้ว แต่เศรษฐกิจมิได้ฟื้นตัวทันที เนื่องจากทุกฝ่ายประสบปัญหากันถ้วนหน้า ผู้ประกอบการต้องดำเนินกิจการแบบ New Normal ปรับลดแรงงานลง ต้องมีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนควบคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมารัฐบาลได้เตรียมงบช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน ๕ แสนล้านบาท แต่เงื่อนไขในการกู้เงินและรับการช่วยเหลือมีความซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้เม็ดเงินที่จะเข้าไปช่วยเหลือมีความล่าช้า ฉะนั้นต้องปรับปรุงอัตราเร่งของเม็ดเงินที่ลงไปสู่ผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างรวดเร็ว รวมทั้งคำนึงถึงจำนวนเงิน มีความเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือความเป็นทีมเวิร์ก การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ ครม.ชุดนี้ มีความต่างพรรคการเมืองกันหรือเป็นรัฐบาลผสม แต่เมื่อเกิดวิกฤตความเดือดร้อนขึ้นมา รัฐบาลก็สามารถร่วมมือสร้างกลไกการทำงานของทีมเศรษฐกิจให้เป็นทีมเดียวกัน เป็นการพายเรือไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่าวิกฤตไปให้ได้ หลายท่านมิใช่นักการเมืองอาชีพ เป็นผู้มีสถานะด้านการเงินที่ดีอยู่แล้ว การทำงานครั้งนี้ถือเป็นการเสียสละเข้าสู่วงการการเมืองเพื่อเข้ามาแก้ไขวิกฤตของประเทศ เป็นสาเหตุที่ต้องให้กำลังใจกัน ขอให้ประสบความสำเร็จลุล่วงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ”

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า “รมว.คลัง คนใหม่ มีพื้นฐานความรู้การทำงานที่เกี่ยวข้องในระบบการเงิน การคลัง หรือธนาคาร รวมทั้งเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจมาโดยตลอดถือเป็นเรื่องที่ดีที่สามารถนำประสบการณ์ในฐานะประธานสมาคมธนาคารมาใช้แก้ไขปัญหา ทุกคนฝากความหวังไว้ ต่อจากนี้ไปต้องติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง”

“พรรคชาติพัฒนามีความยินดีที่จะเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง เราถอยเพื่อชาติ ให้นายกรัฐมนตรีมีตำแหน่งเพียงพอในการปรับ ครม. ช่วยให้บรรยากาศการปรับ ครม.ไม่กระเพื่อม ไม่เกิดความแตกแยก เป็นไปได้ด้วยดี ชาติพัฒนายินดีให้ข้อคิดเห็น รวมทั้งสนับสนุนอย่างเต็มที่ แม้ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีก็ตาม แต่เรายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สนับสนุนเสถียรภาพหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาแก้ไขเศรษฐกิจ ที่เราดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการช่วยกันคิดช่วยกันทำกู้วิกฤตเศรษฐกิจประเทศ”

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า “สำหรับกรอบเวลาการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มดำเนินการทันที เนื่องจากไม่สามารถรอให้ปัญหาวิกฤตทวีความรุนแรงกว่าเดิม เวลา ๑ วินาที หรือ ๑ ชั่วโมงต่อจากนี้ ล้วนมีความหมาย เชื่อว่า ครม.ทีมใหม่ ได้เตรียมแผนงานไว้แล้ว เพียงต้องผ่านกระบวนการของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูออกมาโดยเร็ว ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมี ๒ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ ระยะฟื้นตัว ฟื้นฟูสภาพคาดการณ์ GDP อาจติดลบ ๑๐ ใช้เวลานานประมาณ ๓-๔ ปี เปรียบเสมือนเรากำลังลอยอยู่กลางทะเล เมื่อเจอขอนไม้ ต้องคว้าไว้ไม่ให้ทุกคนจมน้ำ กระทั่งลอยกลับถึงฝั่งแล้วจึงดำเนินการต่อ ส่วนระยะที่ ๒ การดำเนินกิจการแบบ New Normal สิ่งที่ต้องติดตามสังเกตการณ์ คือการบริหารงานในแพลตฟอร์มใหม่ของระบบเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ให้ประเทศไทยสามารถรักษาบรรยากาศเศรษฐกิจที่ดีเอาไว้ ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น เราควรนำจุดแข็งทางด้านเศรษฐกิจของไทยในแพลตฟอร์มใหม่ของระบบเศรษฐกิจมาเสนอ คือความเป็นประเทศน่าอยู่และน่าลงทุน เพราะมีความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ระบบสาธารณสุขที่ดี ต้องใช้โอกาสจุดนี้ให้เป็นประโยชน์ ดึงดูดจูงใจนักลงทุน นักธุรกิจจากทุกมุมโลก เข้ามาในประเทศไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมการส่งออกอาหาร สินค้าเกษตรของไทยแสดงจุดยืนเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เมืองแห่งอาหารของโลกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาให้มีคุณภาพกว่าเดิม ขอให้ประชาชนมีกำลังใจ ประคับประคองกันไป ต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม มีระบบการเมืองที่ต่อเนื่อง เพื่อให้การผลักดันโครงการต่างๆ ในการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง”

“อย่างไรก็ตาม พรรคชาติพัฒนาจะสนับสนุนผลักดันให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ มีเสียงการผลักดันกฎหมาย และงบประมาณ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ศึกษาแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขแล้ว โดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคฯ ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ เป็นเรื่องน่ายินดีที่บรรยากาศของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการตกผลึกขั้นต้นแล้วในสภาฯ มีการตั้งแต่กรรมาธิการเสนอแนวทางแก้ไข เป็นการเริ่มต้นที่ดี เมื่อมีความคิดเห็นตรงกันแล้วจะเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือความต้องการแก้ไขในประเด็นอะไรบ้าง เรื่องที่เป็นประโยชน์และปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข เช่น กระบวนการยุติธรรม ต้องมีการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนหรือไม่ เพราะกระบวนการยุติธรรม เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญส่วนหนึ่งของประเทศในการที่จะก่อให้เกิดความเชื่อมั่น หากสามารถทำให้กระบวนการยุติธรรมเข้มแข็งได้ ชาวต่างชาติก็มีความต้องการเข้ามาลงทุน ท่องเที่ยว และเข้ามาอยู่อาศัย รวมทั้งการแก้ไขโครงสร้าง เงื่อนไขของกฎหมายในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สมควรมีการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ เพื่อให้เศรษฐกิจของไทยเติบโต เข้มแข็ง สามารถต่อสู้กับวิกฤตโควิด-๑๙ ได้” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวท้ายสุดว่า “การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการเมือง การเลือกตั้ง และการคำนวณคะแนนเสียง ที่สำคัญประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร สุดท้ายต้องนำกลับมาให้ประชาชนพิจารณา หากแก้ไขไม่ตรงใจประชาชน ในลำดับต่อไปจะยากลำบาก เนื่องจากบทบัญญัติหรืออำนาจหน้าที่กำหนดไว้เกี่ยวโยงกับหลายภาคส่วน หากทุกฝ่ายเสียสละ ยอมให้ความร่วมมือกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ตรงใจประชาชน ตรงกับปัญหาของประเทศ เป็นความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคชาติพัฒนายินดีสนับสนุนกลไกต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี”


71 8166