27thSeptember

27thSeptember

27thSeptember

 

September 11,2020

เตรียมมอบ ๓ รางวัลใหญ่ให้ภาคธุรกิจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน เน้นลงพื้นที่พบธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ เตรียมมอบ ๓ รางวัลใหญ่ ให้ธุรกิจแฟรนไชส์ ธรรมาภิบาลธุรกิจ และสมาคมการค้าดีเด่น หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ย้ำเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง สั่งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งต่อเนื่องเน้นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น

 

 
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่เศรษฐกิจโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกสอง ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบบริหารจัดการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดฯ ที่ดีเยี่ยม โดยหลังจากที่โรคโควิด-๑๙ ในไทยเริ่มทุเลาเบาบางลง ทุกภาคส่วนผนึกกำลังเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเต็มที่ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของประเทศ ได้เร่งดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รวมทั้ง กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล

ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่ภาคธุรกิจ ๓ งานใหญ่ ประกอบด้วย ๑) รางวัล Thailand Franchise Award ๒๐๒๐ ๒) รางวัลมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ และ ๓) รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ๒๕๖๓ (Together is Power ๒๐๒๐) ทั้ง ๓ รางวัลเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับหน่วยงานพันธมิตรที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ภาคธุรกิจมีระบบบริหารจัดการธุรกิจที่ดี มี ธรรมาภิบาลธุรกิจ มีศักยภาพและมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้ง ทำให้ภาคธุรกิจของไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยทั้ง ๓ รางวัลได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเข้มข้น และคัดเลือกภาคธุรกิจที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์มาตรฐานและผ่านการประเมินเข้ารับรางวัลฯ โดยจะมีการมอบรางวัลให้แก่ภาคธุรกิจจำนวนรวม ๑๓๑ รางวัล แบ่งเป็นรายธุรกิจ และรายบุคคล ประกอบด้วย

๑.รางวัล Thailand Franchise Award ๒๐๒๐ เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ธุรกิจแฟรนไชส์ ในประเทศที่มีภาพลักษณ์ที่ดี มีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภค รางวัลแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท ๑๓ รางวัล โดยกำหนดมอบรางวัลวันอังคารที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์

๒.รางวัลมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ เพื่อสานต่อธุรกิจโปร่งใส สู่ความยั่งยืน ประจำปี ๒๕๖๓ เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีความซื่อสัตย์ เป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้ง ยึดหลักธรรมาภิบาล ในการประกอบธุรกิจ จำนวน ๖๕ รางวัล แบ่งออกเป็น โล่ธรรมาภิบาลธุรกิจยอดเยี่ยม ๙ รางวัล และหนังสือรับรองมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ ๕๖ รางวัล กำหนดมอบรางวัลวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ กระทรวงพาณิชย์

และ ๓.รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ๒๕๖๓ หรืองาน Together is Power ๒๐๒๐ เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่สมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ประกอบกับกระตุ้นให้สมาคมการค้าพัฒนาองค์กรและบทบาทในการพัฒนาธุรกิจของประเทศ พร้อมผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตตามมาตรฐานธุรกิจสากล โดยนำหลัก Balanced Scorecard: BSC มาใช้ในการประเมินศักยภาพสมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการเป็นเลิศ แบ่งรางวัลออกเป็น รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน ๔๕ รางวัล และรางวัลผู้บริหารสมาคมการค้าดีเด่น ที่มีคุณลักษณะของผู้บริหาร ๕ ด้าน จำนวน ๘ รางวัล กำหนดมอบรางวัลวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับการมอบรางวัลฯ ดังกล่าว จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐที่มุ่งสร้างระบบบริหารจัดการภาคธุรกิจให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล มีธรรมาภิบาลธุรกิจ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจไทย โดยภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปของการส่งเสริม สนับสนุน บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจ โดยจะเน้นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเป็นหลัก

“อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ทำให้เกิดการหลั่งไหลของคนเมืองกลับสู่ภูมิลำเนาจำนวนมาก เป็นโอกาสดีที่มีคนวัยแรงงานกลับไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น เนื่องจากแรงงานมีความรู้ด้านเทคโนโลยี สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทดแทนทักษะและกำลังแรงงานวัยสูงอายุ โดยแรงงานส่วนหนึ่งหันมาเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ดีอีกทางหนึ่ง ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจท้องถิ่นทั้งรายใหม่และรายเดิมจะทำให้กระทรวงพาณิชย์สามารถวางแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น นับแต่นี้ไป จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น ก่อนนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป” รมช.พาณิชย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

นสพ.โคราชคนอีสานฉบับพิเศษครบรอบ 46 ปี ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๔๔ วันพุธที่ ๙ - วันอังคารที่ ๑๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 


36 163