28thOctober

28thOctober

28thOctober

 

September 26,2020

‘สุรวุฒิ’พร้อมพลิกถนนเทศบาล ๗๐ ล้านครอบคลุมทั้งเมือง เชื่อมั่นโคราชจะสวยขึ้น

“สุรวุฒิ เชิดชัย” ยืนยันพร้อมพลิกโฉมถนนใหม่ทั่วเมือง เผยตั้งงบล็อตละ ๖-๗ ล้านบาท รวมประมาณ ๗๐ ล้านบาท ชี้ ๒๕ กันยายนนี้ ประเดิมเส้นแรกหน้าย่าโม พร้อมปรับปรุงเสาไฟส่องสว่าง ทางเท้า และปลูกต้นสาธร เพิ่มทัศนียภาพเมือง ส่วนปัญหาน้ำท่วม น้ำประปาขุ่น และคูเมือง พร้อมแก้ไข

 

เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๑.๕๐ น. ที่สำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ “โคราชคนอีสาน” กรณีถนนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีสภาพชำรุดจากการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเมืองใหญ่ระยะที่ ๑ (คพญ.๑) หรือการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำสายไฟลงใต้ดินเสร็จสิ้นในล็อตที่ ๑ ถนนราชดำเนินและถนนชุมพล (แยกคลังพลาซ่าจอมสุรางค์-แยกตลาดแม่กิมเฮง) โดยจะมีพิธีล้มเสาในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๓

โคราช ๑ ใน ๕ เมืองใหญ่

นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราช สีมา เปิดเผยว่า “ต้องขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เลือกโคราชเป็น ๑ ใน ๕ เมืองหลักของประเทศไทย โดยใช้งบประมาณ ๒,๔๓๓ ล้านบาท เพื่อนำสายไฟลงใต้ดิน สำหรับในเขตเทศบาลนครฯ มีทั้งหมด ๗ สัญญา ทำคู่ขนานกับการนำสายสัญญาณสื่อสารลงใต้ดินเช่นกัน ส่วนสำนักการประปาเทศบาลฯ มีการวางท่อใหม่ เป็นท่อ HDPE ซึ่งเทศบาลนครฯ ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ขณะนี้การไฟฟ้าและการสื่อสารสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นในล็อตที่ ๑ ช่วงหน้าลานย่าโม ซึ่งเทศบาล นครฯ ก็ดำเนินการควบคู่กัน โดยในวันที่ ๒๕ กันยายนนี้ จะมีพิธีล้มเสาไฟฟ้า (ถอนเสาไฟฟ้า) ออกจากหน้าย่าโม หลังจากนั้นเทศบาลฯ จะติดตั้งไฟสาธารณะใหม่ ซึ่งสายไฟจะลอดจากทางเท้าขึ้นเสาไฟแทน ดังนั้น หน้าลานย่าโมในช่วงปลายเดือนนี้ ฝั่งซ้ายของลานย่าโม (คลังใหม่-แยกตลาดแม่กิมเฮง) ประชาชนก็จะเห็นว่าไม่มีเสาไฟฟ้าแล้ว พร้อมทั้งอยู่ในช่วงการติดตั้งไฟสาธารณะ ปลูกต้นไม้ และแก้ไขผิวถนนระยะสั้น เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพในเบื้องต้นว่า หน้าตาของเมืองจะเป็นอย่างไร จะทำให้เห็นถึงภาพรวมของเมืองโคราช และมีการปลูกต้นสาธรรอบคูเมือง” 

“ประมาณต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๔ บริเวณรอบย่าโมจะทำการแก้ไขและปรับปรุงทางเท้า พร้อมทั้งปรับปรุงไฟส่องสว่างและเสาไฟสาธารณะใหม่ หลังจากนั้นจะติดตามผลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการสื่อสาร โดยการไฟฟ้า การสื่อสาร และสำนักการประปาเทศบาลฯ จะทำงานควบคู่กันทั้งหมด ในอนาคตจะปรับปรุงทางเท้าใหม่ควบคู่ไปกับการแก้ไขผิวถนน ส่วนทางเท้าในส่วนของฝาท่อระบายน้ำจะเป็นแบบเหล็ก มีอายุการใช้งานยาวนาน การเปิดฝาท่อน้ำทิ้งก็สะดวกมากขึ้น” นายสุรวุฒิ กล่าว

๗๐ ล้านบาทครอบคลุมทั้งเมือง

นายสุรวุฒิ เชิดชัย กล่าวอีกว่า “ส่วนงบประมาณในการปรับปรุงผิวถนน เทศบาลฯ จะวางงบประมาณแยกแต่ละล็อต ล็อตละ ๕-๖ ล้านบาท โดยครอบคลุมทั้งเมืองประมาณ ๖๐-๗๐ ล้านบาท ซึ่งมีทั้งหมด ๓ ส่วน คือ ปรับปรุงผิวถนน ปรับปรุงทางเท้า และติดตั้งไฟส่องสว่าง หลังจากที่นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินหมดแล้วนั้น เสาไฟก็จะต้องตั้งใหม่ เนื่องจากไม่สามารถใช้ไฟสาธารณะร่วมกับการไฟฟ้าได้ การตั้งงบประมาณจะตั้งตามการไฟฟ้า หากการไฟฟ้านำเสาไฟลงใต้ดินเสร็จ เทศบาลฯ ก็จะดำเนินการเข้าปรับปรุงพื้นที่ทันที”

มั่นใจโคราชน่าอยู่

“โคราชคนอีสาน” ถามว่า “เนื่องจากประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับถนนที่ชำรุด ทำให้สัญจรไม่สะดวกนั้น เทศบาลฯ ได้ร่วมพูดคุยกับการไฟฟ้าและผู้รับเหมาถึงข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากการก่อสร้างหรือไม่” นายสุรวุฒิ ชี้แจงว่า “ทางการไฟฟ้าฯ มีการพูดคุยกับผู้รับเหมาตลอด ซึ่งขณะนี้ปัญหาที่พบ คือ เรื่องผิวถนนไม่เรียบร้อย แต่สิ่งคำนึงมากกว่าคือ การเร่งคืนผิวถนนให้รวดเร็ว อาจจะไม่เรียบร้อยมากนัก พร้อมทั้งได้คุยกับการไฟฟ้าเพิ่มเติม ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการครบเฟส ทำให้มองเห็นภาพว่าผิวถนนจะเป็นอย่างไร เนื่องจากโคราชเป็น ๑ ใน ๕ เมืองหลักเท่านั้นที่ได้งบประมาณมาดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนการปรับปรุงถนนนั้น มองเป็นความเดือดร้อนของประชาชน แต่ทั้งนี้ก็พยายามประสานงานกับการไฟฟ้าตลอดเวลา เพื่อคืนผิวจราจรให้ดีขึ้น แต่หลังจากที่ดำเนินการเสร็จสิ้น ผมมั่นใจว่าโคราชจะน่าอยู่มากขึ้น” 

คืนผิวถนนครั้งเดียวจบ

เมื่อถามอีกว่า “สภาพถนนในเขตเทศบาลนครฯ ก่อนที่จะมีโครงการนำสายไฟลงใต้ดินก็ไม่ราบเรียบอยู่แล้ว เทศบาลฯ มีนโยบายที่จะปรับปรุงถนนอยู่แล้วหรือไม่” นายสุรวุฒิ เชิดชัย ตอบว่า “ผมมีโอกาสได้คุยกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อนำสายไฟลงใต้ดินโดยตลอดอยู่แล้ว และทราบว่าการไฟฟ้ามีโครงการเช่นนี้อยู่ ซึ่งโคราชมีโอกาสได้ถูกเลือกเป็น ๑ ใน ๕ เมืองหลัก ทั้งนี้เมื่อช่วง ๑-๒ ปีที่ผ่านมาได้มีการเดินประปาใหม่ในเขตเมืองเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าหากมองคู่ขนานกันนั้น เรื่องสายไฟฟ้าหากได้รับเลือกก็ต้องมาปรับปรุงถนน นำสายไฟลงดิน ดังนั้น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ จึงให้นำสายไฟลงก่อน ตามด้วยสายสื่อสาร และตามด้วยระบบประปา ทั้งนี้มีการวางแผนปรับปรุงทางเท้า และบริเวณโดยรอบอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้จะสามารถร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน หากมองว่า เมื่อทำให้เรียบร้อยแล้วโครงการสายไฟฟ้าลงดินมาก็จะต้องมาขุดใหม่ ผมมองว่า งบประมาณทุกอย่างหากนำมาทำจนเสร็จสิ้น และปรับปรุงถนนในขั้นตอนเดียว ก็จะทำให้ได้ถนนที่ดี และไม่มีการรื้อถอนซ้ำ นี่คือสิ่งที่ผมมอง ผมเข้าใจว่า ประชาชนต้องการเห็นถนนที่เรียบ ผมก็ต้องการเห็นเช่นกัน แต่สิ่งที่เห็นคู่กันคือ งบประมาณ เราไม่ต้องการนำงบประมาณไปทำซ้ำ” 

ปรับภูมิทัศน์ต้องสัมพันธ์กับงบประมาณ

ต่อข้อถามที่ว่า “ปัจจุบันสภาพในเขตเทศบาล นครฯ ไม่สะอาดและเรียบร้อย มองแล้วไม่สวยงามสบายตา เทศบาลฯ มีนโยบายที่จะปรับปรุงหรือไม่” ซึ่งในประเด็นนี้ นายกเทศมนตรีฯ เปิดเผยว่า “ขอน้อมรับและยินดีที่จะปรับปรุง เช่นในอดีตเคยพูดถึงการปรับปรุงคูเมืองข้าง อบจ. หลังจากที่คุยกับอบจ.เสร็จ ก็ดำเนินการปรับปรุง ขณะนี้คูเมืองข้าง อบจ.นั้น มีน้ำใสและสามารถปลูกบัวได้ กระบวนการจะทำให้น้ำในคูคลองสะอาดนั้น ต้องใช้งบประมาณสูง แต่หลังจากที่ศึกษาจึงได้ข้อสรุปที่ดำเนินการโดยใช้งบประมาณลดลง คูเมืองข้างอบจ.ถือเป็นตัวอย่างที่จะนำมาดำเนินการ ต่อไป โดยเทศบาลฯ จะเริ่มในแต่ละส่วน ซึ่งสิ่งที่ดำเนินการได้ ต้องสัมพันธ์กับงบประมาณที่มี และค่าบำรุงรักษาต้องไม่สูงเกินจากที่เทศบาลฯ สามารถบริหารจัดการในระยะยาวได้ ส่วนคูคลองที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วก็จะรอประชาชนแสดงความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป ผมไม่ต้องการรีบใช้งบประมาณดำเนินการแล้วไม่ถูกใจประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้เสียงบประมาณถึง ๒ ครั้ง” 

น้ำท่วมลดลงแต่ไม่ ๑๐๐%

สำหรับปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครฯ ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไม่เบ็ดเสร็จนั้น นายสุรวุฒิ ชี้แจงว่า “กรณีแก้ไม่เบ็ดเสร็จ เช่นบริเวณหน้าไอที ครั้งนี้แทบจะไม่พบฝนคงค้างเลย หรือวัดบูรพ์ที่ล้ำเข้ามาถนนจอมพลก็ไม่พบเช่นกัน ด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ครั้งนี้ก็ไม่พบ ยังเหลืออีก ๒-๓ จุดที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คงต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป เช่น เซฟวัน ฝนตกครั้งนี้ น้ำท่วมประมาณ ๑๓๐ มิลลิเมตร แต่เช้ามาก็ไม่พบน้ำท่วมขัง สามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ ต้องขอบคุณหลายหน่วยงาน ทั้งจังหวัด แขวงการทางที่ ๑ และ ๒ ซึ่งหลายจุดต้องประสานความร่วมมือและได้รับความร่วมมืออย่างดี ทั้งนี้จะดำเนินการปรับปรุง แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ ๑๐๐%” 

ยืนยันน้ำประปาเพียงพอ

ในกรณีน้ำประปาไม่ไหลหรือไหลอ่อนและต้องสำรองน้ำนั้น นายสุรวุฒิ เชิดชัย ชี้แจงว่า “ต้องขออภัยด้วย เนื่องจากขุดถนนทำใหม่ เช่น ถนน ๑๑๒๐ ทั้งหน้าและหลังโรงเรียนสุรนารีวิทยา ๒ และถนนในเมืองที่มีการดำเนินการนำสายไฟลงใต้ดิน มีสายสื่อสาร อาจจะมีผลกระทบบ้างกรณีขุดแล้วพบว่าท่อประปาแตก ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงก่อสร้าง ไม่ใช่ปัญหาในระยะยาว เป็นปัญหาในระยะสั้น ซึ่งหากได้รับการเข้าไปแก้ไขโดยเร็ว เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ยืนยันน้ำประปาเทศบาลฯ สามารถผลิตเพียงพอต่อความต้องการในเขตเมืองได้เป็นอย่างดี” 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๔๖ วันพุธที่ ๒๓ - วันอังคารที่ ๒๙ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

28 7937