3rdDecember

3rdDecember

3rdDecember

 

October 23,2020

‘ลุงตู่’เตรียมหาทุ่งรับน้ำ เร่งงบเยียวยาประชาชน

“ลุงตู่” ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมโคราช เสนอใช้ “อยุธยาโมเดล” จัดหาทุ่งรับน้ำ ชี้ต้องอยู่กับน้ำให้ได้ ทั้งน้ำแล้ง-น้ำท่วม

เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๓๐ น. ที่สำนักงานเทศบาลเมืองปักธงชัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ในจุดต่างๆ เช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า จ.นครราชสีมา แก้ไขปัญหาน้ำท่วม อำเภอปักธงชัย โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เขต ๑๑ รวมทั้งนายวีรศักดิ์ (กำนันป้อ) หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และภริยา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา ไปร่วมต้อนรับด้วย โดยมีประชาชนถือป้ายข้อความว่า “รัก...ลุงตู่” และ “ท่านนายกสู้ๆ” พร้อมกับส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงานว่า “จังหวัดฯ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน สมาคม และมูลนิธิต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัย ๑๑ อำเภอ ๕๖ ตำบล ๑ เทศบาลนคร ๑ เทศบาลเมือง ๑๙๙ หมู่บ้าน ๑๓ ชุมชน ได้แก่ อำเภอปากช่อง ปักธงชัย โชคชัย สูงเนิน โนนสูง โนนไทย เมืองนครราชสีมา พิมาย สีคิ้ว ขามทะเลสอ และเสิงสาง บ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวน ๓,๙๐๒ หลัง ถนน ๔๐ สาย สะพาน ๑๔ แห่ง วัด ๑๒ แห่ง รีสอร์ต ๔ แห่ง ฝายทดน้ำ ๑๕ แห่ง คอกสัตว์ ๑๐ แห่ง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ๒๒,๔๑๙ ครัวเรือน หรือ ๔๙,๑๙๑ คน ความเสียหายของพื้นที่การเกษตรในเบื้องต้นประมาณ ๕๒,๕๘๓ ไร่ ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยพื้นที่อำเภอปักธงชัยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จำนวน ๑๔ ตำบล ๘๑ หมู่บ้าน ๒,๐๑๓ ครัวเรือน มีประชาชนได้รับผลกระทบ ๖,๓๓๘ คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย ๒๑,๒๓๐ ไร่ ส่วนพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ๒ อำเภอ ได้แก่ อำเภอสีคิ้ว และอำเภอโนนไทย”

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผมติดตามรายงานทุกวันและทราบดีว่า ทุกคนทำงานอย่างหนัก จึงตั้งใจมาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานอื่นๆ ทราบว่า จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมและคลี่คลายแล้วเหลือเพียง ๑๑ จังหวัดจาก ๒๘ จังหวัด สาเหตุมาจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัย ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้าตามภาระหน้าที่หลายอย่าง ทั้งการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย การควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-๑๙ ที่ยังคงมีอยู่รอบประเทศ รวมทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้นด้วยมาตรการผ่อนปรนต่างๆ 

“แม้วันนี้อ่างเก็บน้ำจะมีน้ำมากขึ้น แต่จำเป็นต้องมีการพร่องน้ำในบางแห่งที่มีปริมาณมากเกินความจุ ซึ่งการระบายน้ำ และการพร่องน้ำ จะต้องไม่กระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือสถานที่สำคัญ อาทิ ชุมชน หมู่บ้าน โรงพยาบาล พร้อมเสนอแนะให้พื้นที่จัดหาทุ่งรับน้ำ เช่นเดียวกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรืออยุธยาโมเดล ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ และในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ทรงห่วงใยและรับสั่งว่า เราบังคับธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องอยู่กับน้ำให้ได้ ทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม รัฐบาลจึงมีนโยบายสร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสม เช่นเดียวกับเบ้าขนมครก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ทั้งการสำรวจเส้นทางระบายน้ำ ดูแลการจราจรไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของประชาชน การแจกจ่ายเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับประชาชน รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เพื่อการสื่อสารให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ เช่น เครือข่ายวิทยุ” 

พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า “ถึงเวลาที่จะเร่งสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน ในการ เตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งความปลอดภัยจากน้ำ จากไฟ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดสรรงบประมาณในการเยียวยา ช่วยเหลือประชนและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคได้ทันที ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานตามที่วางยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ ขณะนี้ไทยอยู่ในระดับประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ที่ผ่านมาไม่มีอะไรเสียหาย และมั่นใจว่าไทยจะดีขึ้น แม้รัฐบาลต้องเผชิญสถานการณ์โควิด-๑๙ น้ำท่วม วิกฤตเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้สามารถแก้ไขผ่านกลไกรัฐสภา ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อตนเอง ฝากให้ทุกคนช่วยกันคิด ร่วมกันเดินหน้าเพืื่อพัฒนาบ้านเมือง”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางต่อไปที่บริเวณพื้นที่น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองปักธงชัย เพื่อมอบอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้แก่ประชาชน พร้อมทักทายให้กำลังใจประชาชนก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครหลังเสร็จภารกิจ

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๕๐ วันพุธที่ ๒๑ - วันอังคารที่ ๒๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

33 7929