3rdDecember

3rdDecember

3rdDecember

 

November 21,2020

ส.พระปกเกล้าจับมือราชภัฏชัยภูมิ เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัคร‘นายก อบจ.’

ผู้สมัครนายก อบจ.ชัยภูมิ ร่วมเวทีการเมืองท้องถิ่นสมานฉันท์ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง แสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย  ขอเป็นตัวเลือกแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาจังหวัด “อร่ามะ’ ชูการกระจายอำนาจ ด้าน “สรวิศ” หวังพัฒนาเมืองแห่งความสุข “ปาริชาติ” ขอสานต่องานที่ค้างคา “สุชีพ” เล็งแก้ไขโครงสร้างพื้นฐาน

 

เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ นายภูมิสิทธิ์ วังศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ จัดเวทีการเมืองท้องถิ่นสมานฉันท์ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญการเมืองท้องถิ่น ที่จะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ.และ ส.อบจ. ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ พร้อมกันในทั่วประเทศ

สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านการเมือง และคุณภาพชีวิตของคนทั้งระบบ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพประชาธิปไตย ผ่านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยที่ผ่านมาเมื่อมีการเลือกตั้งขึ้นครั้งใด การแข่งขันกันเพื่อหาเสียงระหว่างผู้สมัคร จะมีการแข่งขันรุนแรง และเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายขึ้น จนนำไปสู่ความแตกแยกของผู้ให้การสนับสนุนผู้สมัครของแต่ละฝ่าย ดังนั้น การจัดเวทีการเมืองท้องถิ่นสมานฉันท์ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียงครั้งนี้ขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการพูดคุยกันเกี่ยวกับการสร้างการเมืองท้องถิ่นสมานฉันท์ ผ่านการส่งเสริมการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรมในการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับ โดยการจัดการเลือกตั้งทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ. ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ในส่วนของจังหวัดชัยภูมิ มีผู้สมัครรับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ชัยภูมิ จำนวน ๔ คน และมีผู้สมัคร สมาชิก อบจ. ทั้ง ๑๖ อำเภอ ใน ๓๖ เขตเลือกตั้ง จำนวน ๑๕๒ คน

ผู้สมัครรับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ชัยภูมิ มีทั้งหมด ๔ คน ได้แก่ หมายเลข ๑ นายอร่าม โล่ห์วีระ อายุ ๗๐ ปี อดีต ส.ส.หลายสมัย อดีต รมช.คมนาคม และ ส.ส.พรรคความหวังใหม่ หมายเลข ๒ พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ อายุ ๖๑ ปี ผู้สมัครหน้าใหม่ อดีตตำรวจกองปราบปรามมือดี และกองสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ขอมาลงสมัครในนามผู้สมัครอิสระก้าวใหม่เพื่อชาวชัยภูมิ พร้อมประกาศนำทีม ส.อบจ.อีกไม่น้อยที่ให้การสนับสนุน หมายเลข ๓ ดร.ปาริชาติ ชาลีเครือ อายุ ๖๔ ปี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยและเพื่อไทย หลายสมัย และลงสมัครในนามพรรครักผืนป่าฯ เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันมาลงสมัครรักษาฐานเสียง เพื่อชิงตำแหน่งนายก อบจ.ชัยภูมิ แทนน้องชาย คือนายมนตรี ชาลีเครือ อดีต นายก อบจ.ชัยภูมิคนล่าสุด และหมายเลข ๔ นายสุชีพ เศวตกมล อายุ ๕๘ ปี อดีต ส.อบจ.อำเภอเมืองชัยภูมิ ที่ครั้งนี้มีฐานเสียงจากสายพรรคเพื่อไทยอีกกลุ่ม แตกคอออกมาบางส่วนสนับสนุนให้ลงชิง นายก อบจ.ครั้งนี้

กิจกรรมครั้งนี้เปิดให้ผู้สมัครนายก อบจ.ชัยภูมิ แสดงวิสัยทัศน์แนวทางการพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งแต่ละคนได้ชูนโยบายหาเสียงที่จะไปพัฒนาจังหวัดชัยภูมิที่แตกต่างกัน โดยหมายเลข ๑ นายอร่าม โล่ห์วีระ ชูประเด็นการกระจายอำนาจบริหารงานท้องถิ่นลงไปถึงการมีส่วนร่วมในทุกหมู่บ้านชุมชน ขณะที่หมายเลข ๒ พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ชูประเด็นนำการพัฒนาเพื่อให้เมืองชัยภูมิเป็นเมืองแห่งความสุข ๕ ประการการพัฒนาแหล่งน้ำคือชีวิต การเกษตร กีฬา การท่องเที่ยว อนุรักษ์วัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม ยกระดับการศึกษาเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับชาวชัยภูมิไปสู่เมืองแห่งความสุข ส่วนหมายเลข ๓ ดร.ปาริชาติ ชาลีเครือ ชูประเด็นสร้างงานเก่าต่องานใหม่ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นหลังจากที่เคยเป็นรองนายก อบจ.ชัยภูมิสมัยที่ผ่านมา และหมายเลข ๔ นายสุชีพ เศวตกมล ชูประเด็นการแก้ไขพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทาง แหล่งน้ำ และการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๕๔ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

14 7942