3rdDecember

3rdDecember

3rdDecember

 

November 21,2020

ของบเพิ่มยกระดับสีคิ้ว-โคราช ‘ทุบสะพานสีมาธานี’รอปีหน้า

รถไฟทางคู่ผ่านเมืองโคราชต้องขยับ ที่ปรึกษาโครงการฯ ชี้แจง เพราะขณะนี้กำลังขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อยกระดับเส้นทางบริเวณอำเภอสีคิ้วและเขตเมืองโคราช พร้อมแก้ผลรายงาน EIA จึงทำให้งานมีความล่าช้า เผยการทุบสะพานสีมาธานีเลื่อนไปเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๔

 

สืบเนื่องจาก ครม.อนุมัติให้มีการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา (ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย)-ชุมทางถนนจิระ (นครราชสีมา) ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร รวมทั้งสิ้น ๓ สัญญา ซึ่งสัญญาที่ ๒ ช่วงคลองขนานจิตร (ต.จันทึก อ.ปากช่อง)-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง ๖๙ กิโลเมตร มีประเด็นการถกเถียงกรณีทุบหรือไม่ทุบสะพานสีมาธานี มาโดยตลอด

จากนั้น ในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ มีการประชุมพิจารณาเสนอแนะรูปแบบการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ช่วงผ่านเมืองนครราชสีมา บริเวณสะพานข้ามทางรถไฟโรงแรมสีมาธานี ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ทุบสะพานสีมาธานีแล้วก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด

ต่อมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จัดให้มีการประชุมชี้แจงรูปแบบรายละเอียดก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ และแนวทางการบริหารจัดการจราจรในช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ จากคณะที่ปรึกษาโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และเจ้าหน้าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ซึ่งในที่ประชุมมีการชี้แจงว่า ระยะเวลาในการทุบสะพานสีมาธานีและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดนั้น คาดว่าประมาณ ๓ ปี และจะเริ่มดำเนินการภายในปี ๒๕๖๓ โดยประชาชนที่ร่วมรับฟังต่างมีความเป็นห่วงว่า อาจจะล่าช้าและใช้เวลามากเกินไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ยังไม่มีการดำเนินการทุบสะพานสีมาธานีและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด “โคราชคนอีสาน” จึงติดต่อไปยังสำนักงานโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา (ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย)-ชุมทางถนนจิระ (นครราชสีมา) สัญญาที่ ๒ ช่วงคลองขนานจิตร (ต.จันทึก อ.ปากช่อง)-ชุมทางถนนจิระ โดยได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ว่า

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติงบเพิ่มเติมจากกระทรวงคมนาคม เพื่อแก้ไขเส้นทางบริเวณอำเภอสีคิ้วและเขตเมืองนครราชสีมา เนื่องจากมีการร้องขอจากประชาชนให้ยกระดับขึ้น โดยงบประมาณที่เพิ่มขึ้น หากตัดเรื่องทางลอดอันเดอร์พาสและการทุบสะพานสีมาธานีออกไป น่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท และต้องมีการเปลี่ยนแปลงผลรายงาน EIA ด้วย ส่วนการทุบสะพานสีมาธานี ผมทราบมาว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงคมนาคม มีความเห็นพร้องกันว่า ควรจะให้กรมทางหลวงรับผิดชอบในการทุบสะพานสีมาธานีและการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ซึ่งขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่กระทรวงฯ

เมื่อถามว่า “โครงการจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด” ก็ได้รับคำตอบว่า “ล่าสุดผู้ว่าการรถไฟฯ ทำหนังสือแจ้งมายังบริษัทที่ปรึกษาว่า น่าจะประมาณเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๔”

ขณะเดียวกัน “โคราชคนอีสาน” ติดต่อสัมภาษณ์ นายพรชัย ศิลารมย์ รองผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง อดีตผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๒ เพื่อสัมภาษณ์กรณีที่กรมทางหลวงจะเป็นผู้ดำเนินการทุบสะพานสีมาธานีและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ซึ่งเปิดเผยว่า “ในการทุบสะพานสีมาธานีนั้น เป็นความต้องการจากประชาชน ซึ่งกรมทางหลวงยินดีและไม่ติดขัดอะไร หากต้องทุบสะพานสีมาธานี เพื่อยกระดับทางรถไฟ ซึ่งกรณีที่จะให้กรมทางหลวงจัดการงานทุบสะพานสีมาธานีและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีแจ้งเข้ามา และตามเดิมงานนี้อยู่ในแพคเกจงานของโครงการรถไฟทางคู่ฯ ซึ่งขณะนี้กำลังรอเรื่องเข้า ครม. แล้วการรถไฟฯ จะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผมทราบล่าสุดอย่างเป็นทางการเพียงเท่านี้ โดยกรมทางทำหน้าที่ช่วยพิจารณารูปแบบอุโมงค์ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งเข้ามาว่าจะให้เราเป็นผู้รับผิดชอบ ยังถือว่าเป็นงานของโครงการรถไฟทางคู่ฯ อยู่ และประเด็นสะพานหัวทะเล ก็ขึ้นอยู่กับการรถไฟฯ ว่าต้องการยกระดับหรือไม่”

ทั้งนี้ โครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร แบ่งออกเป็น ๓ สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ ๑ ช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร ระยะทาง ๕๘ กิโลเมตร, สัญญาที่ ๒ ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ (โคราช) ระยะทาง ๖๙ กิโลเมตร อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการก่อสร้าง (ปัญหาทุบ-ไม่ทุบสะพานสีมาธานี) ในช่วงผ่านเมืองโคราช จะยกระดับระยะทางรวม ๕.๔๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณเพิ่มจากเดิมคือ ๗,๗๒๑ บาท เป็น ๑๑,๕๑๘ ล้านบาท และสัญญาที่ ๓ งานอุโมงค์ ระยะทาง ๘ กิโลเมตร วงเงิน ๙,๓๙๙ ล้านบาท

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๕๔ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

17 7952