3rdDecember

3rdDecember

3rdDecember

 

November 21,2020

พท.หนุน‘แหยง’นายก อบจ. เชื่อ‘โฉมใหม่หน่อย’รวยไม่โกง

สนามเลือกตั้ง อบจ.โคราชเข้มขึ้น เมื่อผู้สมัคร  ส.อบจ.จากพรรคเพื่อไทยจับมือสนับสนุน “หมอแหยง” ให้เป็นนายกฯ หลังถูก ภท.หักหลัง อ้างมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกัน ด้านกลุ่ม “โคราชโฉมใหม่” ยืนยันไม่หนักใจ และมั่นใจว่าเมีย รมช. “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” รวยแล้วไม่เข้าไปหาผลประโยชน์แน่นอน

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ ๒-๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ สำหรับจังหวัดนครราชสีมา มีผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา จำนวน ๕ คน ได้แก่ หมายเลข ๑ นายสาธิต ปิติวรา หัวหน้ากลุ่มคณะก้าวหน้า (อนาคตใหม่), หมายเลข ๒ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หัวหน้ากลุ่มโคราชโฉมใหม่ ภริยาของนายวีรศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทย และเป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮง, หมายเลข ๓ นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก กลุ่มรักษ์โคราช อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๕ และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (ในโควตาพรรคภูมิใจไทย), หมายเลข ๔ นายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ อดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมา ๘ สมัย และนายก อบจ.นครราชสีมา ๓ สมัย เจ้าของกิจกรรม “โคราชด๊ะดาดของดี” และหมายเลข ๕ นายตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา (พ.ศ.๒๕๓๕) พรรคชาติไทย

กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ๑ ราย

สำหรับผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.นครราช สีมา จากทั้งหมด ๓๒ อำเภอ รวม ๔๘ เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัครทั้งหมด ๑๗๓ คน แต่กกต.ประกาศรับสมัครเพียง ๑๗๒ คน ส่วนอีก ๑ คนไม่รับสมัคร ได้แก่ นายกมลพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ผู้สมัคร ส.อบจ.อำเภอพิมาย เขต ๒ หมายเลข ๒ ทั้งนี้ เป็นไปตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๑) ระบุว่า “เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง” โดยนายกมลพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา เป็นลูกชายของนายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน และครั้งล่าสุดลงสมัคร ส.ส.ในสังกัดพรรคเสรีรวมไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ 

อายุมากสุด ๘๔ ปี 

ในจำนวนผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมาครั้งนี้พบว่า ผู้สมัครอายุต่ำสุดคือ ๒๕ ปี จำนวน ๔ คน ได้แก่ อำเภอเมือง เขต ๖ เบอร์ ๑ นายอิทธิเดช ดีหนองโดน, เบอร์ ๒ นายธีรวีร์ มิตรสูงเนิน กลุ่มโคราชชาติพัฒนา, อำเภอเมือง เขต ๘ เบอร์ ๒ นายสรรชัย กาญจนวัฒนา กลุ่มโคราชชาติพัฒนา และอำเภอด่านขุนทด เขต ๒ นายอภิรักษ์ ด่านกุล กลุ่มเพื่อไทย ส่วนผู้สมัครที่มีอายุมากที่สุดคือนายเชิด ศรีสันเทียะ อายุ ๘๔ ปี ผู้สมัครหมายเลข ๓ อำเภอขามทะเลสอ ซึ่งมาสมัครในวันสุดท้าย (๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓)

จับตา “ด่านขุนทด”

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีเขตเลือกตั้งที่น่าสนใจและมีการแข่งขันกันสูงคืออำเภอด่านขุนทด ทั้ง ๒ เขตเลือกตั้ง โดยในเขต ๑ มีผู้สมัคร ๕ คนได้แก่ หมายเลข ๑ นายเจษฎา พิทยาภรณ์ อายุ ๓๔ ปีอาชีพทนายความ ลูกชายคนโตของนายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคภูมิใจไทย, หมายเลข ๒ นายไกรฤกษ์ เสียนขุนทด อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.กลุ่มรักษ์โคราช, หมายเลข ๓ นางวรรณศิริ (บี) ศิริพูล ผู้สมัครกลุ่มเพื่อไทย ลูกชายนายรักษ์ ด่านกุล (เสียชีวิต) อดีต ส.ส.โคราช และเป็นน้องสาวนายรชฎ (เอ) ด่านกุล อดีต ส.อบจ.เขตนี้ (เสียชีวิต) ซึ่งมีน้องชายคือนายรชตะ (ซี) ด่านกุล อดีต ส.อบจ.และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุน, หมายเลข ๔ นายวุฒิ์ธิระ ครุฑขุนทด อายุ ๓๔ ปี ลูกชายนายบุญเลิศ ครุฑขุนทด อดีต ส.ส.นครราชสีมา และหลานชายนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัย ซึ่งสมัยที่ผ่านมานายจำลองลงสมัครส.ส.   ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และหมายเลข ๕ นายจำลอง บุญเอก 

สำหรับอำเภอด่านขุนทด เขตเลือกตั้งที่ ๒ มีผู้สมัคร ๔ คนได้แก่ หมายเลข ๑ นายอภิรักษ์ (เอิร์ท) ด่านกุล ลูกชายนายรถฎ ด่านกุล อดีต ส.อบจ.เขต ๑ อำเภอด่านขุนทด สมัยที่ผ่านมา, หมายเลข ๒ นายธวัฒน์ ศิริปริญญานันต์ ส.อบจ.หลายสมัย ครั้งนี้อยู่ในสังกัดกลุ่มโคราชโฉมใหม่ของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล, หมายเลข ๓ นายสมาน เกาสันเทียะ อายุ ๖๗ ปี และหมายเลข ๔ นายอาชวิน ครุฑขุนทด อายุ ๒๙ ปี ลูกชายนายวิโรจน์ ครุฑขุนทด อดีตส.อบจ. (น้องชายนายจำลอง-นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด) 

ด่านกุล’หนุนหมอแหยง

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตระกูล “ด่านกุล” ภายใต้การนำของนายรชตะ (ซี) ด่านกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งครั้งนี้ช่วยพี่สาวคือนางวรรณศิริ (บี) ศิริพูล และหลานชายคือนายอภิรักษ์ (เอิร์ท) ด่านกุล ในการหาเสียงในนามกลุ่มเพื่อไทย (พท.) โคราช โดยโพสต์ภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘รชตะ ซี ด่านกุล’ เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นภาพจับมือกับหมอแหยง ผู้สมัครนายก อบจ.หมายเลข ๓ พร้อมข้อความว่า “ด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย ความศรัทธา นำพาให้เรามาเจอกัน การเมืองที่บริสุทธิ์คือ การรักษาคำพูดและไม่หักหลังกัน ผมพร้อมร่วมพัฒนาโคราชของเรา ร่วมกับคุณหมอแหยงครับ รชตะ ด่านกุล” นอกจากนี้ยังโพสต์อีกครั้งในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสมัครส.อบจ.วันแรก คือภาพที่นางวรรณศิริ (บี) ศิริพูล จับมือกับหมอแหยง โดยมีนายรชตะ และนายอภิรักษ์ ยืนอยู่ด้วย ส่วนข้อความเป็นข้อความเดียวกับที่โพสต์เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

นอกจากนี้ ในการประชาสัมพันธ์หาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ของนางวรรณศิริ ศิริพูล ผู้สมัคร ส.อบจ.อำเภอด่านขุนทด เขต ๑ ยังระบุชัดเจนว่า “มาร่วมกันสร้างด่านขุนทดแบบใหม่ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส สู่ท้องถิ่น เลือก #บีเบอร์ ๓ ผู้สมัคร สจ.ด่านขุนทด เขต ๑ #๒๐ ธันวาคม ๖๓ เข้าคูหากาเบอร์ ๓ #สจเบอร์ ๓ #นายกอบจเบอร์๓ #ทีมหมอแหยง” ส่วนนายอภิรักษ์ ด่านกุลก็เช่นกัน ระบุว่า “เอิร์ธเบอร์ ๑ ผู้สมัคร สจ.ด่านขุนทดเขต ๒ ขอโอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนาอำเภอด่านขุนทดด้วยครับ #ถึงเวลาเปลี่ยน #จริงจัง #จริงใจ #เข้าถึง #ทีมหมอแหยง”

หมอแหยง’อกหักจาก ภท.

“โคราชคนอีสาน” สัมภาษณ์นายอภิรักษ์ (เอิร์ท) ด่านกุล ผู้สมัคร ส.อบจ.ด่านขุนทด เขต ๒ ถึงเรื่องนี้ โดยเปิดเผยว่า การลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ว่า มีการทำหนังสือขออนุญาตจากทางพรรคอย่างถูกต้อง โดยในป้ายหาเสียงจะมีระบุว่า เป็นสมาชิกพรรคลำดับที่เท่าไหร่ และหนังสืออนุญาตเลขที่เท่าไหร่ ซึ่งในส่วนของกลุ่มตนมีขอไป ๓ คน ๓ เขต ได้แก่ ด่านขุนทดทั้ง ๒ เขต และเขตอำเภอเทพารักษ์ ผู้สมัครหมายเลข ๓ นายสมพงษ์ เทียบขุนทด เท่านั้น

ส่วนกรณีที่ให้การสนับสนุน “หมอแหยง” เป็นนายก อบจ.นั้น นายอภิรักษ์เปิดเผยว่า “เพราะมีแนวคิดทางประชาธิปไตยเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมา หมอแหยงเคยทำงานกับพรรคภูมิใจไทย แต่ตอนนี้หมอแหยงเป็นอิสระ ออกมาจากตรงนั้นแล้ว ซึ่งหมอแหยงก็น่าจะอกหักเหมือนกัน เพราะก่อนนี้ก็เคยช่วยงานภูมิใจไทย แต่มาถึงตอนนี้พรรคก็ส่งอีกคนลงสมัคร จึงมาจับมือกัน มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน”

ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ยอมรับว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ อำเภอด่านขุนทดทั้ง ๒ เขต มีการแข่งขันกันสูง เรียกว่าน่าจะดุเดือด เพราะมีทั้ง ๓ ขั้วลงสนามแข่งกัน (เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ) ซึ่งในส่วนของตนนั้นก็ยึดแนวทางการทำงานตั้งแต่สมัยคุณปู่ (รักษ์ ด่านกุล) คือเดินหาทุกบ้าน รวมทั้งมีความจริงจัง จริงใจ และพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอำเภอด่านขุนทด อยากให้ด่านขุนทดมีการพัฒนามากกว่านี้ และอยากเปลี่ยนการเมืองด่านขุนทดให้เป็นการเมืองสีขาว ซึ่งที่ผ่านๆ มาก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ จึงขอโอกาสคนรุ่นใหม่ที่มีความจริงจังจริงใจเข้ามาพัฒนาด่านขุนทด 

ส.จ.เก่ามั่นใจ ‘หน่อย’ ไม่โกง

ทางด้านนายธวัฒน์ ศิริปริญญานันต์ อดีต ส.อบจ.หลายสมัย และลงสมัครครั้งนี้ในสังกัด “กลุ่มโคราชโฉมใหม่” ของนางยลดา (หน่อย) หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา เบอร์ ๒ เปิดเผยถึงการลงสนามเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า “ไม่หนักใจในการเลือกตั้ง อีกทั้งเมื่ออยู่ในกลุ่มโคราชโฉมใหม่ ซึ่งผมมั่นใจในตัวผู้สมัครนายก อบจ.คือนางยลดามาก มีความพร้อมในเรื่องของการที่จะบริหารงบประมาณ เพราะในเรื่องฐานะความเป็นอยู่ก็มีความพร้อมอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเข้ามาบริหารเพราะคิดถึงเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แต่น่าจะมองในเรื่องของการพัฒนาและร่วมสร้างโคราช” 

เมื่อถามว่า นางยลดาเป็นนักธุรกิจที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการเมือง และด้วยความที่เป็นผู้หญิงจะทำให้เป็นข้อด้อยกว่าผู้สมัครคนอื่นหรือไม่? นายธวัฒน์ตอบว่า “ไม่มีข้อด้อย และน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ซึ่งในยุคนี้ผู้นำทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีผู้หญิงเข้ามานั่งบริหารจำนวนมาก ได้รับการยอมรับจากสังคมมาก รวมทั้งในส่วนของจิตอาสาสาธารณสุข ส่วนใหญ่ประมาณ ๗๐-๘๐% มีแต่ผู้หญิง” 

พร้อมกันนี้ นายธวัฒน์ยังกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า “ไม่หวั่นใจ ไม่หนักใจ และไม่น่ามีปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้”

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๕๔ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๓

 

13 7944