22ndJanuary

22ndJanuary

22ndJanuary

 

January 07,2021

‘บางจาก’ตั้งเป้าปี ๒๕๖๔ แคล่วคล่อง ว่องไว ธุรกิจสีเขียวเติบโตต่อเนื่อง

แถลงแผนยุทธศาสตร์ปี ๒๕๖๔ พร้อมปรับตัวรองรับสถานการณ์ความเสี่ยงจากโควิด-๑๙ และอุตสาหกรรมน้ำมันที่ผันผวน ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างคล่องตัว ปรับได้ตามสถานการณ์ ปรับโรงกลั่นเป็น Niche Products Refinery ขยายสู่ตลาดใหม่ๆ เช่นเคมีภัณฑ์ และเติบโตต่อเนื่องผ่านธุรกิจสีเขียว

 

 

หน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-๑๙ และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๓ สู่ปี ๒๕๖๔ ทำให้บางจากฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานที่กระชับ คล่องตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ พร้อมปรับองค์กรเพื่อความยั่งยืนผ่านแนวคิด 3Rs – Refocus: การเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Restructure: การปรับองค์กรเพื่อสร้างช่องทางในการเข้าถึงตลาดและลูกค้า และ Reimagine: การใช้โอกาสและเครื่องมือในการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 

โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและค้าน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งสองมากที่สุด ได้มีการปรับโรงกลั่นเป็น niche products refinery นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด จากเดิมที่ผลิตน้ำมันประเภทต่างๆ บริษัทได้ขยายเป็นผู้ผลิต UCO (Unconverted Oil) รายเดียวในประเทศไทย และในปีนี้ได้ขยายและปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้ความหลากหลายเพิ่มขึ้นอีก เช่น สารทำละลาย (solvent) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการทำละลายและเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมสี ทินเนอร์ การผลิตเรซิน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสาร ทำละลายภายใต้ชื่อ BCP White Spirit 2040 และยังวางแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์หลากหลายในอนาคตอันใกล้ เช่นนำน้ำมันเตาเกรดพิเศษใช้เป็นสารตั้งต้นของการผลิต wax เพื่อนำไปผลิตเทียนไข น้ำยาขัดเงา สารเคลือบภาชนะกระดาษ เป็นต้น

สำหรับกลุ่มธุรกิจการตลาด สถานีบริการน้ำมันบางจากสามารถครองความนิยมเป็นลำดับที่ ๑ ในใจของผู้ใช้บริการจากดัชนีวัดความพึงพอใจของลูกค้าตามผลประเมิน Net Promoter Score (NPS) ต่อเนื่อง ๒ ปีซ้อน ก็มีแผนรักษาความ พึงพอใจของลูกค้า ด้วยการทำให้สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็น “greenovative destination” พร้อมหาทางขยายธุรกิจ ทั้งในส่วนของสถานีบริการและธุรกิจ non-oil อย่างต่อเนื่อง

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจผลิตไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน มีแผนขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และได้เพิ่มทุนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งบางจากฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ใช้สิทธิ ซื้อหุ้นเพิ่มทุนเต็มสัดส่วนเพื่อเสริมฐานะทางการเงินของบีซีพีจีให้มีความแข็งแกร่ง รองรับแผนขยายธุรกิจในอนาคต ในขณะที่บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ก็ได้ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศด้วย bio economy ผ่านการลงทุนใน Manus Bio Inc. ผู้นำธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลก

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจผ่านนวัตกรรมพลังงานสีเขียวอื่นๆ เช่น การบริหารจัดการจักรยานยนต์และสามล้อไฟฟ้า และการแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่ (battery swapping) โดยตั้งเป้าหมายขยาย Winnonie สตาร์ทอัพให้เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในกลุ่มบางจากฯ เป็น ๑๐,๐๐๐ คันในปี ๒๕๖๖ และได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคในการขยายจุดชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า EV Charger ในสถานีบริการน้ำมันบางจากไม่น้อยกว่า ๑๕๐ สาขาทั่วประเทศ ภายในปี ๒๕๖๔ การควบคุมค่าใช้จ่ายนับเป็นเรื่องสำคัญในการบริหารธุรกิจในภาวะวิกฤติ ในปี ๒๕๖๓ บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ ๙๐๐ ล้านบาท และมีการปรับโครงสร้างการลงทุน ใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการลงทุน สำหรับปี ๒๕๖๔ ได้จัดทำงบประมาณ ๓ ชุด คือกรณีฐาน (base case) กรณีที่เป็นไปได้ (likely case) และกรณีที่เลวร้ายที่สุด (worst case) เพื่อเลือกใช้ตามสถานการณ์

“ปี ๒๕๖๓ ที่กำลังจะผ่านพ้นไปเปรียบเสมือนกับการกดปุ่ม “reset” ตั้งต้นใหม่ในหลายๆ ด้านเพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานที่กระชับ คล่องตัว พร้อมรับสถานการณ์จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๔ ทั้งนี้ กลุ่มบางจากฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มรายได้ธุรกิจสีเขียวเป็น ๔๐-๕๐% ในปี ๒๕๖๗ และตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนเป็น ๐ ในปี ๒๕๗๓” นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๑ วันพุธที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๒ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔


9 8027