11thApril

11thApril

11thApril

 

January 11,2021

โคราชยังไม่พบระบาดรุนแรง สสจ.ย้ำยังไม่ล็อกดาวน์ ประชาชนต้องรอด-ปลอดภัย

โคราชแถลงพบผู้ติดเชื้อสะสม ๙ ราย สสจ.ย้ำยังไม่ล็อกดาวน์ เพราะยังไม่ระบาดรุนแรง ควบคุมได้ ให้ความสำคัญสุขภาพประชาชน ย้ำต้องรอดและปลอดภัย พร้อมลงดาบดำเนินคดีผู้ติดเชื้อ-ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน ด้านนักศึกษาฝึกงาน ๔๑ คนกลับจากพื้นที่เสี่ยง ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด กักตัวที่ทับแก้ว

สืบเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยระลอกใหม่ โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) จังหวัดนครราชสีมา มีการแถลงข่าวสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-๑๙ สะสม ๗ ราย ได้แก่ รายที่ ๑ ชายไทย อายุ ๕๗ ปี อำเภอพิมาย ค้าขายอาหารทะเล รายที่ ๒ หญิงไทย อายุ ๔๗ ปี อำเภอสีคิ้ว ค้าขายอาหารทะเล รายที่ ๓ ชายไทย อายุ ๔๓ ปี อำเภอบัวใหญ่ อาชีพรับราชการ อบต.ดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ รายที่ ๔ ชายไทย อายุ ๒๔ ปี อำเภอเมือง นักศึกษาและค้าขายอาหารทะเล รายที่ ๕ ชายไทย อายุ ๕๒ ปี อำเภอบัวใหญ่ ทำงานที่ อบต.ดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ (สัมผัสผู้ติดเชื้อรายที่ ๓) รายที่ ๖ หญิงไทย อายุ ๔๖ ปี อำเภอบัวใหญ่ ทำงานที่ อบต.ดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ (สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อรายที่ ๓) และรายที่ ๗ ราย ชายไทย อายุ ๕๕ ปี จังหวัดตราด ขับรถรับ-ส่งอาหารทะเล 

จากนั้น เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโรทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา พร้อม นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าฯ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา และนพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ รอง ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา แถลงพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ๒ ราย ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๙ ราย รักษาหายแล้ว ๓ ราย โดยดำเนินงานคัดกรองประชาชนจำนวน ๑๖,๘๙๖ ราย คัดกรองใหม่ ๑,๘๑๘ ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนรายใหม่ ๖๐๑ ราย สะสม ๒,๙๔๙ ราย ไม่พบเชื้อ ๒,๘๗๘ ราย เฝ้าระวังการ/ค้นหาเชิงรุกรายใหม่ ๔๓ ราย สะสม ๑,๒๘๖ ราย รอผล ๐ ราย ไม่พบเชื้อ ๑,๒๘๔ ราย ผู้เดินทางมาจาก ๒๘ จังหวัด (ควบคุมสูงสุด) รายใหม่ ๑๔๖ ราย สะสม ๒,๑๖๐ ราย เฝ้าระวัง ๑,๗๕๙ ราย พ้นระยะ ๔๐๑ ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิต

รักษาหาย ๒ ราย

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ กล่าวว่า “จากการตรวจแล็บ RT-PCR พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม ๒ ราย รวมผู้ป่วยสะสม ๙ ราย ข่าวดีรักษาหายแล้ว ๒ ราย ซึ่งได้รับการยืนยันจาก รพ.มหาราชนครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว ขอแก้ไขผู้ป่วยจากเดิมที่ทำให้สับสนว่า ๗ ราย หรือ ๘ ราย ขอยืนยันว่า ๗ ราย ซึ่งรายที่ ๘ ชายไทย อายุ ๕๙ ปี อาชีพข้าราชการบำนาญ มีบ้านพักอยู่ในเขตบ้านสระครก ต.จอหอ อ.เมือง วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ เดินทางไปพบญาติที่ จ.นครสวรรค์ และอยู่พบปะกับครอบครัวพี่ชายที่มีภูมิลำเนาใน จ.สมุทรสาคร วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของพ่อที่ จ.พิจิตร และอยู่ร่วมฉลองปีใหม่กับญาติ  วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๔ เดินทางกลับ จ.นครราชสีมา วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๔ ได้รับแจ้งว่าพี่ชายติดเชื้อโควิด-๑๙ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๗.๓๐ น. จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อกับภรรยา ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ ๙ ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ผลยืนยันทั้ง ๒ ราย ติดเชื้อโควิด-๑๙” 

“รายที่ ๙ หญิงไทย อายุ ๕๕ ปี อาชีพข้าราชการ (ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ป่วยรายที่ ๘) ไทม์ไลน์เป็นลักษณะเดียวกันกับผู้ป่วยรายที่ ๘ ยกเว้น ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ ผู้ป่วยรายที่ ๙ ไปทำงานที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ใช้เวลาที่ทำงานวันละ ๒ ชั่วโมง มีเพื่อนร่วมงานรวม ๗ คน หลังจากกลับจากที่ทำงานเดินทางเข้าบ้านทันที สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำอยู่ระหว่างการดำเนินการค้นหาเพิ่มเติม” นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าว

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “จังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อและผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน ได้ดูตัวเลขและข้อมูลอยู่ตลอดเวลา จังหวัดได้แบ่งการควบคุมออกเป็นระดับ ๑, ๒ และ ๓ ในตอนนี้เรายังอยู่ในระดับเบื้องต้น (๑) ถ้าพื้นที่จังหวัดไม่ได้ติดกับเขตจังหวัดเสี่ยงสูง เราจะอยู่ในพื้นที่ควบคุมสีเหลือง ไม่ใช่สีส้มซึ่งใกล้กับสีแดง หากดูตามจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อเราควรจะเป็นสีเหลือง จังหวัดเราเป็นพื้นที่ควบคุมเพราะอยู่ในเขตที่ใกล้จังหวัดพื้นที่สีแดง ส่วนผู้ติดเชื้อทั้ง ๗ ราย ขณะนี้อาการปกติ ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ๗ รายแรก ได้ตรวจผลและใกล้ครบกำหนดแล้ว และบางส่วนครบกำหนดไปแล้ว แม้ว่าวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อ ๙ ราย แต่ ๗ รายที่ผ่านมาอาการดีขึ้น ซึ่งจะเป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข”

ส่งชุดออกตรวจลดกลุ่มเสี่ยง

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า “สำหรับการป้องกัน ทางจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานหลายชุดออกไปตรวจ ไม่ว่าจะตลาดทั้งเอกชนและภาครัฐ สถานบริการ โดยตรวจอย่างเข้มข้น มีชุดออกตรวจเป็นประจำ บ่อนการพนัน บ่อนไก่ สนามมวย อนุญาตไปตั้งแต่ก่อนช่วงปีใหม่แล้ว ตำรวจและฝ่ายปกครองทุกภาคส่วนดูแลไม่ให้มีในพื้นที่ ซึ่งมีการรายงานทั้งความลับและประชุมติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตรการของรัฐ ทางจังหวัดได้นำมาพิจารณาว่า มาตรการใดจะเหมาะสมกับพื้นที่ของเรา จะดูเป็นรายๆ ไป หลายส่วนที่เป็นงานราชการ การประชุมสัมมนาต่างๆ เราไม่ให้จัด กิจกรรมวันเด็ก วันครู ทุกภาคส่วนงดไปแล้ว ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง เรามีมาตรการอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร อสม.และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ จะมีแค่เพียงบางรายที่เดินทางเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงกลับมาแล้วไม่แจ้ง จะมีปัญหาในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท เมื่อมายังพื้นที่แล้วเข้าบ้านเลย ไม่บอกใคร ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหา วันนี้เราประชุมวันเว้นวัน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นต้องประชุมทุกๆ วัน เหมือนอย่างรอบที่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องให้ประชาชนได้ทำมาหากิน และต้องอยู่รอดปลอดภัยด้วย” 

สุขภาพและเศรษฐกิจต้องมาก่อน

นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าวว่า “สำหรับการยกระดับหรือไม่อย่างไร ประการแรกที่จะนำเสนอคือ เมื่อวานนี้ผู้ว่าฯ ได้ประกาศ การกักตัวสำหรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด เป็นเวลา ๑๔ วัน และจะขอตรวจ Rapid test Antigen (ชุดทดสอบรวดเร็ว) ในครั้งแรกที่เข้ามา ถ้าตรวจพบเชื้อก็นับเป็นผู้ป่วย หากไม่พบก็ต้องกักตัว ๑๔ วัน ประการที่สองของการยกระดับ เมื่อวานวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคเสนอแนะว่า อำเภอที่เป็นพื้นที่กันชน เช่น โคราชอยู่ในโซนสีส้ม ติดกับโซนสีแดง อำเภอที่เป็นกันชน กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ยกระดับให้เท่ากับโซนสีแดงหรือใกล้เคียง ซึ่งเป็นเพียงข้อเสนอ ทางคณะกรรมการจังหวัดฯ จะพิจารณาอย่างไร ทางกรมควบคุมโรคก็จะเสนอ ศบค.ด้วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งทุกอย่างต้องทำให้สอดคล้องกันทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ ยังไม่ต้องล็อกดาวน์ เมื่อครั้งที่แล้วเราได้เห็นแล้วว่า เมื่อมีการล็อกดาวน์ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนไปไม่ได้”

“ทั้งนี้ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในผู้ป่วยรายที่ ๘ คือภรรยา ซึ่งภรรยาก็ติดไปแล้ว ส่วนของภรรยามีผู้ที่ทำงานร่วมกัน ๗ คน ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เราค้นพบตอนนี้ และขณะนี้กำลังหาเพิ่มเติมว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอีกจำนวนเท่าไหร่” นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าว

รับเด็กฝึกงานกลับบ้าน

ด้าน ผศ.ดร.สวียา ปรารถนาดี ชาติวิวัฒนาการ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา หารือต่อที่ประชุมถึงกรณีรับนักศึกษา ๔๑ คน ที่ไปฝึกงานที่จังหวัดชลบุรีและระยอง กลับเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในเวลา ๑๕.๐๐ น. โดยรถทัวร์ ๒ คัน ว่า “มีนักศึกษามหาวิทยาลัยฯ ไปฝึกงานที่จังหวัดชลบุรีและระยอง ร่วม ๑๐๐ คน เป็นเวลากว่า ๑ เดือน ก่อนหน้านี้นักศึกษาได้เดินทางกลับมาแบบส่วนตัวแล้วประมาณ ๖๐ คน และมีการแจ้ง อสม.ในพื้นที่ บางคนเข้าตรวจ Swab (ตรวจหาเชื้อทางโพรงจมูกและคอ) ที่รพ.มหาราช ผลปรากฏเป็นลบ ไม่มีใครติดเชื้อ ขอปรึกษากรณีที่บ้านนักศึกษาไม่เอื้อต่อการกักตัวจะให้ดำเนินการอย่างไรบ้าง” 

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ กล่าวว่า “เมื่อวานจังหวัดประกาศมาตรการออกมาแล้ว นักศึกษาชุดนี้ต้องได้รับการตรวจทั้ง Swab และ Rapid test ต้องหาที่กักตัว ไปอยู่เป็นเดือนยิ่งมีความเสี่ยงสูง ถ้าปล่อยไปที่บ้านตอนนี้อาจจะไม่เจอเชื้อ แต่ถ้าเจอเชื้อจะนับเป็นผู้ป่วย ถ้าไม่เจอเชื้อต้องนำเข้าระบบ Quarantine ต้องหาที่กักตัว ถ้าปล่อยกลับบ้านจะลำบาก แหล่งที่เป็นไข่แดงส่วนใหญ่มักจะเจอเชื้อ ถึงไม่เจอเชื้อก็จะถืออยู่ในระยะฟักตัว ทำอย่างไรถึงจะกันไม่ให้คลุกคลีในชุมชน ผมไม่มั่นใจว่าเมื่อกลับไปบ้านแล้วจะควบคุมได้มากแค่ไหน” 

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “ในเมื่อขณะนี้มหาวิทยาลัยฯ ปิดแล้ว สามารถปรับเป็นที่พักนักศึกษาได้หรือไม่ ให้กับนักศึกษากลุ่มนี้ทั้ง ๑๐๐ คน น่าจะดีที่สุด คนที่ผู้ปกครองไปรับมาแล้วก็ต้องนำมาปรับตัว รวมถึงตัวผู้ปกครองด้วย เป็นสถานที่กักตัวจะควบคุมง่ายที่สุด ไม่ให้กระจายออกไปข้างนอก”

โคราชยังไม่เข้าสู่การล็อกดาวน์

นายวิเชียร จันทรโณทัย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า “สำหรับผู้ป่วยโควิด-๑๙ ในจังหวัดนครราชสีมา เดิมนิ่งอยู่ที่ ๗ ราย ในช่วงปีใหม่มีพี่น้องประชาชนเดินทางมาจากจังหวัดที่เป็นพื้นที่ระบาดเข้ามายังพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพบว่าตัวเองป่วยและตรวจพบเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่มขึ้นอีก ๒ ราย ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ตอนนี้ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดกำลังลงไปสอบสวนโรคทางไทม์ไลน์และก็นำผู้สัมผัสเสี่ยงไปตรวจโรคที่ รพ. ต่อไป เคสที่กลับมาจากต่างจังหวัดอาจทำให้ตัวเลขของโคราชเพิ่มสูงขึ้น สำหรับมาตรการเราพยายามเข้มอยู่แล้ว เราคิดว่าต้องมีการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนบอกตรงๆ เพราะว่า ในช่วงที่ผ่านมามีพี่น้องกลับมาจากทุกสารทิศ บางรายกลับมาแล้วก็กลับไป และอาจไปเกิดอาการที่ต่างจังหวัด ต้องเป็นตัวเลขของต่างจังหวัด แต่ที่พักอยู่กับเราจำเป็นต้องมีการกักตัวถึงวันที่ ๒๑ มกราคม เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะมาจากหลายที่และเจ้าตัวไม่ทราบ ไปร่วมรับประทานอาหารกับพี่น้องช่วงเทศกาลปีใหม่ และก็ไม่ทราบว่าพี่น้องตัวเองเดินทางไปไหนมาบ้างก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้น วันนี้เป็นช่วงที่ต้องเข้มงวด เราตามสถานการณ์ทุกวัน เราคาดว่าอาจจะมีเพิ่มขึ้นอีก แต่คิดว่าถ้าเพิ่มขึ้นลักษณะนี้ ๑-๒ ราย และทราบที่มาที่ไปก็พอยอมรับได้ หากเพิ่มทีเดียว ๕-๑๐ ราย โดยไม่มีสาเหตุและไม่ทราบที่มาที่ไป เราอาจจะต้องยกระดับการควบคุมให้มากกว่านั้น ให้เข้มสูงสุด ช่วงวันที่ ๒๑ มกราคม เราต้องควบคุมมาตรการที่เราได้ออกประกาศไป เช่น การละเมิดกฎหมายเรื่องบ่อน ตู้ การพนัน แหล่งมั่วสุม แม้กระทั่งร้านอินเทอร์เน็ตก็ตาม หรือสถานบริการที่สนุกสนานจนเกินเหตุ ร้านหมูกระทะที่ไม่ยอมเว้นระยะ เราต้องเข้มงวดในเรื่องนี้เพื่อบังคับให้ได้ โคราชยังไม่เข้าสู่การล็อกดาวน์ เราเป็นที่ยอมรับจาก ศบค.ที่เป็นผู้ประเมินและสื่อสารกับเราตลอดเวลา ตอนนี้ รมช.สาธารณสุข ประกาศล็อกดาวน์เพียง ๔-๕ จังหวัดเท่านั้น ส่วนจังหวัดอื่นๆ มีมาตรการเข้มข้นแต่ไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์”

จ่อดำเนินคดีผู้ป่วยทุกราย

นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า “ผมให้ดำเนินคดีทั้งหมด เราต้องดูพฤติกรรมด้วย นำเชื้อมาแล้วไม่ทราบเรื่องเลยอันนี้ก็อาจจะจำเป็น แต่ถ้ามาจากจังหวัดที่เราประกาศว่าเป็นจังหวัดที่คุณต้องกักตัว แล้วคุณไม่กักตัว และนำเชื้อไปแพร่เพ่นพร่าน ผมว่าต้องพ่วงคดีไปด้วยเพื่อให้เกิดการหลาบจำ จะดำเนินคดีด้วย กรณีนำเชื้อมาแล้วไม่ปฏิบัติตามประกาศของเรา เริ่มจาก ๒ รายที่เจอวันนี้เลย เพราะเกิดขึ้นหลังจากประกาศมาตรการเข้มข้นมาแล้ว ทางตำรวจต้องไปสอบสวนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศของเราหรือไม่อย่างไร”

เล็ง กองร้อย อสจ.เป็น รพ.สนาม

ส่วนโรงพยาบาลสนาม นายวิเชียรเปิดเผยว่า “ได้สำรวจมาแล้ว รพ.สนามมีหลายปัจจัย เช่น ต้องมีน้ำ ห้องน้ำ เตียงนอน ตอนนี้เลือกพื้นที่ชั่วคราวไว้ที่กองร้อย อสจ.นครราชสีมา (จอหอ) ก็ต้องเรียนพี่น้องในเขตนั้นว่า ในระบบของการดูแลเรามีระบบมาตรฐานเพียงพอ ถ้าถามว่าเราต้องไปกางเต้นท์อยู่เราจะมีปัญหาเรื่องการต่อน้ำต่อไฟหาเตียงและห้องน้ำต้องแยกกัน อะไรต่างๆ ยุ่งยากในภาวะปัจจุบัน วันนี้เราจึงขออนุญาตชี้เป้าหมายไปที่กองร้อย อสจ.ฯ ไว้ก่อน รับได้ประมาณ ๘๐ เตียง เฉพาะชั้นบนชั้นเดียว วางแผนไว้ว่าชั้นล่างจะเป็นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่พยายามหาพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสมเพิ่มขึ้น”

ผลตรวจนศ.เป็นลบทั้งหมด

ล่าสุด เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๔ ผศ.ดร.สวียา ปรารถนาดี ชาติวิวัฒนาการ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กับ ‘โคราชคนอีสาน’ ถึงกรณีรับนักศึกษาจากจังหวัดชลบุรี และระยอง กลับเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า “ขณะนี้นักศึกษาที่เดินทางเข้ามาทั้ง ๔๑ คน พักและกักตัวอยู่ภายในอาคารของมหาวิทยาลัยฯ (ทับแก้ว) โดย สสจ.และเทศบาลฯ ได้มาประชุมร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ จะไม่ให้เด็กออกไปข้างนอก จะมีอาหารให้เหมือนสถานกักตัวทั่วไป มีเก้าอี้วางไว้ข้างหน้าและมีอาหารวางให้ เรื่องขยะเทศบาลฯ จะมาดูแล มองว่าขยะก็อาจจะเสี่ยง เทศบาลฯ จะเข้ามาดูแลให้ ผลตรวจสวอป Swab เมื่อวานเป็นลบทั้ง ๔๑ คน และได้เรียกนักศึกษาอีก ๒ คน ที่กลับมาก่อนหน้านี้มาตรวจด้วย ไม่มีใครติดเชื้อ และยังให้กักตัวอยู่ต่อที่มหาวิทยาลัย ณ ตอนนี้สบายใจได้ในระดับหนึ่ง สวอปเทสค่อนข้างชัวร์ เพราะที่ รพ.ก็ใช้แบบนี้”

มหาลัยฯ ทำทุกอย่าง ทิ้งเด็กไม่ได้

“ส่วนนักศึกษาที่กลับมาเอง ทุกคนระวังตัวอยู่แล้ว ได้มีการติดต่อทั้งศูนย์แพทย์ ทั้ง อสม.มีแบบรายงานตัวกลับ เมื่อเราส่งถามเด็กบางคนก็แจ้งว่า อสม.มาดูที่บ้านแล้ว กักตัวอยู่ที่บ้านได้ เหมือนกับประชาชนทั่วไปที่กักตัว ๑๔ วัน ซึ่งในส่วนนี้เราก็ดูแลอย่างเต็มที่ เมื่อวานส่งรายชื่อนักศึกษา ๖๐ คน ให้สสจ.ครบหมดแล้ว และ สสจ. ได้มีการโทรติดตาม เราซื้อปรอทวัดไข้ให้ทุกคน แอลกอออล์ซื้อมาก็พ่นกระเป๋าของทุกคน เราทำทุกอย่าง มหาวิทยาลัยฯ ก็ปิด บุคลากรก็ให้กลับบ้าน โรงเรียนสาธิตฯ ก็ปิดแล้วจนถึงวันที่ ๑๒ มกราคม แต่ก็จะอัพเดตสถานการณ์ไปเรื่อยๆก่อนที่จะนำนักศึกษากลับมาเราได้มีการปรึกษาหารือทั้ง สสจ.ชลบุรี และ สสจ.นครราชสีมา แต่ได้รับคำตอบค่อนข้างโยนกันไปโยนกันมา แล้วเด็กที่กลับมาก่อนหน้านี้เราให้ได้ไปตรวจที่ รพ.มหาราชฯ ส่งตรวจ ๔ คน ได้รับการตรวจแค่ ๒ คน เด็กทำตามที่จังหวัดประกาศทุกอย่าง และทุกคนก็เป็นห่วงตัวเองอยู่แล้ว เราเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง และนักศึกษาเราก็พยายามดูแล เพราะองค์กรส่งตัวกลับแล้วเราจะทิ้งเด็กได้อย่างไร” ผศ.ดร.สวียา กล่าว 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๑ วันพุธที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๒ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔

 

88 8288