23rdSeptember

23rdSeptember

23rdSeptember

 

April 30,2021

หมอนวดแผนไทยระทม วอนผ่อนปรนมาตรการ ขอนวดเท้าหารายได้

ผู้ประกอบการนวดแผนไทย ยื่นหนังสือถึง “ผู้ว่าฯ” หลังมีคำสั่งปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ วอนผ่อนปรนเปิดกิจการและลดค่าเช่า ขอนวดเท้าหารายได้ ชี้ร้านเสริมสวยยังให้สระผมได้ ทั้งที่อยู่ใกล้ใบหน้า พร้อมเสนอมาตรการป้องกันเข้มข้นหากเปิดให้บริการ

ตามที่ จังหวัดนครรราชสีมา ประกาศหนังสือคำสั่ง เลขที่ นม ๐๐๓๒.๐๐๗.๑/ว เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๔ ประกาศลงนามโดยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เนื้อหาระบุส่วนหนึ่งว่า ให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นการชั่วคราว และกำหนดมาตรการป้องกันเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยข้อ ๑.๑๙ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า เป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่ถูกปิดโดยคำสั่งและแจ้งเป็นสถานที่เสี่ยง

ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๓๐ น. ชมรมผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายพิทยา ชินนอก รักษาการประธานชมรมฯ นายกฤตวัฒน์ พชรธนานนท์ แพทย์แผนไทย นางภารดี พจนาภิมล เจ้าของร้านสปาศิราศรม และผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ กว่า ๑๐ ราย ร่วมยื่นหนังสือ เรื่อง ขอให้มีการช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในขณะที่ไม่สามารถเปิดกิจการ และขอให้ผ่อนปรนมาตรการให้เปิดบริการนวดเท้า โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้รับมอบ

นางภารดี พจนาภิมล เจ้าของร้านสปาศิราศรม เปิดเผยว่า “ชมรมผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จังหวัดนครราชสีมา มีข้อร้องเรียนทั้งหมด ๒ ข้อ คือ ๑.ต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ช่วยออกมาตรการไปยังผู้ให้เช่าสถานที่ เนื่องจากผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพต้องปิดกิจการ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าอุปโภคบริโภค และเงินเดือนพนักงาน หรืออาจจะมาร่วมกันหาทางออก ซึ่งชมรมผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ ก็มีความรับผิดชอบต่อสังคมเรื่อยมา ให้ความร่วมมือกับคำสั่งเป็นอย่างดี จึงต้องการให้เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ และ ๒.ต้องการให้พิจารณาผ่อนปรนมาตรการที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ ให้สามารถเปิดนวดเท้าได้ ให้เกิดรายได้มาหล่อเลี้ยงในแต่ละวัน และเนื่องในคำสั่งนั้น ระบุว่า ร้านเสริมสวยยังสามารถเปิดให้บริการในส่วนของการสระผม ซึ่งการให้บริการสระผม มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อกว่าการนวดเท้า เพราะการสระผมอยู่ใกล้กับบริเวณใบหน้า ใกล้กับสารคัดหลั่งต่างๆ จึงคิดว่า น่าจะเป็นไปได้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จะผ่อนคลายให้กับเรา”

“การออกคำสั่งครั้งนี้มีระยะเวลา ๑๔ วัน แต่ก็ไม่รู้ว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายก็อาจจะมีการเพิ่มระยะเวลา ซึ่งรอบแรกเราก็ต้องปิดกิจการไปกว่า ๓ เดือน หากต้องปิดต่อไปก็ไม่รู้ว่า จะอยู่อย่างไร การเยียวยาที่ออกมาจากรัฐบาลก็ไม่ได้รับ เพราะเป็นผู้ประกอบการ แต่พนักงานยังโชคดีที่ได้เยียวยา นอกจากนี้ การนวดแผนไทยเป็นถึงมรดกโลก ได้การยอมรับระดับโลก จึงต้องการจะรักษาเอาไว้ แต่ขณะนี้จะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการและหมอนวดสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ บางคนก็อายุมากแล้ว ไม่สามารถไปทำงานอื่นได้ ต้องหาเช้ากินค่ำ แต่เมื่อต้องหยุดกิจการก็ไม่มีเงินหาเลี้ยงชีพ” นางภารดี กล่าว

นายพิทยา ชินนอก รักษาการประธานชมรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากการสำรวจผู้ประกอบการและหมอนวดในโคราช พบว่า ขณะนี้บางคนไม่มีเงินกินข้าวเที่ยง แต่ถ้าผู้ว่าฯ สามารถช่วยผ่อนปรนให้เราได้ ก็จะสามารถเยียวยาคนเหล่านั้นได้เช่นกัน เราไม่ต้องการหารายได้มากมาย เพียงต้องการมีเงินมาเลี้ยงชีพ”

นางภารดี พจนาภิมล เจ้าของร้านสปาศิราศรม กล่าวเสริมว่า “ธุรกิจนวดแผนไทย เป็นธุรกิจที่จดทะเบียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ และมีการควบคุมและดูแลอยู่ตลอด ซึ่งทุกร้านมีกฎและมาตรการป้องกันเชื้อโรค ถ้าเปรียบเทียบการนวดแผนไทยปลอดภัยกว่าร้านเสริมสวย โดยในจังหวัดนครราชสีมา มีหมอนวดทั้งหมดกว่า ๕,๐๐๐ คน มีร้านประกอบกิจการกว่า ๒๐๐ ร้าน ซึ่งเบื้องต้นมีร้านที่ได้รับผลกระทบและมีรายชื่อให้กับผู้ว่าฯ จำนวน ๗๒ ร้าน”

นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ขอชี้แจงทำความเข้าใจสาเหตุและเหตุผลของคำสั่งจังหวัดนครราชสีมามีการบังคับใช้อย่างเข้มข้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคค่อนข้างรุนแรง คำสั่งต่างๆ ที่ได้ประกาศออกมามิได้มุ่งหวังสร้างความเดือดร้อนและผลกระทบต่อผู้ประกอบการ จุดประสงค์เพื่อควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้สถานการณ์คลี่คลายรวดเร็วขึ้น ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นเลขสองหลักยอดสะสมกว่า ๕๐๐ ราย และจะเห็นว่า บางมาตรการ เช่น การควบคุมจำนวนคน ไม่ให้เกิน ๒๐ คน โคราชมีความเข้มงวดมากกว่าของ ศบค.ชุดใหญ่ เบื้องต้นผมขอรับข้อร้องเรียนไว้ ซึ่งจะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ โดยเร็ว”

ทั้งนี้ นายพิทยา ชินนอก รักษาการประธานชมรมฯ เปิดเผยว่า “ในหนังสือร้องเรียนได้ระบุมาตรการความปลอดภัยที่จะใช้รองรับหลังจากมีการผ่อนปรน คือ จะนัดลูกค้ามาเป็นรายๆ ไป ไม่ให้มีการนั่งรอภายในร้าน เมื่อลูกค้าเดินทางมาใช้บริการ จะมีการวัดอุณหภูมิ ตรวจดูความผิดปกติของร่างกาย ภายนอกร้าน หากมีอาการไม่ปกติ เช่น ตาแดง ไอ จาม มีน้ำมูก หน้าซีด และอาการของโรค ก็จะไม่ให้เข้ามาใช้บริการ ส่วนผู้ให้บริการจะใส่หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพตลอดเวลา และใส่ถุงมือในการให้บริการนวดเท้า จะไม่นวดที่บริเวณศีรษะ หากลูกค้าเข้ามาภายในร้านจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ต้องล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ให้ปลอดภัย เมื่อใช้บริการแล้ว จะมีการฆ่าเชื้อทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ และพื้นที่ผิวสัมผัสต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่จัดไว้สำหรับบุคคลทั่วไป จะเปลี่ยนทุกครั้งที่มีลูกค้าใหม่มาใช้บริการ และทางผู้ประกอบการยินดีให้สำนักงานสาธารณสุขมาตรวจสอบความพร้อมและมาตรการป้องกัน”

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๗๖ วันพุธที่ ๒๘ เดือนเมษายน - วันอังคารที่ ๔ เดือนพฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๖๔

 

678 773