23rdSeptember

23rdSeptember

23rdSeptember

 

July 29,2021

คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่น ๙๒๙ ราย ห้ามเจ้าหน้าที่กลับบ้านหวังสกัดเชื้อ ปชช.มอบฟ้าทะลายโจรรักษานักโทษ

คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่น ยอดผู้ป่วยทะลุ ๙๒๙ ราย เร่งระดมรถเอ็กซเรย์ตรวจปอดทุกราย สั่งห้ามเคลื่อนย้ายนักโทษออกจากเรือนจำ ห้ามเจ้าหน้าที่กลับบ้าน ป้องกันการระบาดของเชื้อ ผู้ใจบุญทยอยส่งมอบ ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ขมิ้นชัน เพื่อรักษาอาการป่วยของนักโทษอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากการพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-๑๙ ซึ่งเป็น กลุ่มนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำขอนแก่น กลายเป็นคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นในขณะนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ระดมทำการตรวจคัดกรองนักโทษ ๑,๖๒๐ คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จากผู้ต้องขังในเรือนจำกลางขอนแก่นทั้งหมด ๔,๔๕๘ คน และจากการตรวจเชิงลึกทั้ง ๑,๖๒๐ คน พบว่าติดเชื้อเพิ่มสะสมรวมล่าสุดอยู่ที่ ๙๒๙ คน ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ภายหลังจากที่มีตรวจพบนักโทษติดเชื้อโควิด-๑๙ และมีแผนจะย้ายนักโทษหญิงจากเรือนจำกลางขอนแก่นไปยังเรือนจำข้างเคียง โดยผลตรวจในกลุ่มนักโทษหญิงมีการตรวจพบว่าติดเชื้อช่นกัน จึงไม่มีการปรับแผนควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดทันที

 นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

“ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำกลางขอนแก่น ประกอบด้วย ส่วนที่ ๑ คือการทำบับเบิล แอนด์ ซีล ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คือเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด ๑๓๕ คน ที่จะต้องอยู่เวรยามและใช้ระบบ ๗๒๗ คืออยู่เวร ๗ วัน พัก ๒ วัน และอยู่เวรต่ออีก ๗ วัน เป็น ๒ ผลัด หลังจากนั้นจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ ๓ ให้กับบุคลากรของเรือนจำ สำหรับผู้ต้องขังที่ป่วย ๙๒๙ คน จะแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุและ ๗ กลุ่มโรคเรื้อรัง จะต้องถูกปรับย้ายไปอยู่แดนหอประชุมกลาง นอกเหนือจากกลุ่มนี้ จะจัดให้อยู่อีกจุด ที่เรือนจำกำหนด สำหรับผู้ต้องขังหญิงจากการคัดกรองพบว่า ผลเป็นบวก ๕ คน จะไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายใดๆ และจะใช้หอพักเรือนจำเป็นที่รักษา ส่วนนักโทษชาย-หญิงที่เหลืออีก ๒,๘๓๘ คน จะไม่มีการตรวจหาเชื้อแบบ Swab เพิ่ม แต่จะระดมรถเอ็กซเรย์ในเขตจังหวัดที่มีอยู่มาทำการเอ็กซเรย์ปอด หากเอ็กซเรย์แล้วปอดมีฝ้าจึงจะทำการ Swab ซ้ำ หากผลเป็นบวกจะทำการรักษาต่อไป แต่ถ้าผลเป็นลบจะแยกกักตัว เนื่องจากมีความเสี่ยง และวางแผนจะใช้หอเรือนนอนในการแยกกลุ่มเป็นที่พักรักษา และขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม”

นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ สสจ.ขอนแก่น ได้ประสานขอรับการสนับสนุนยาต้านไวรัสเพิ่มเติม และการสนับสนุนรถเอ็กซเรย์ในการช่วยตรวจ และจะมีการเชื่อมต่อระบบบริการของโรงพยาบาลขอนแก่น ในเบื้องต้นจะใช้กรณีศึกษาของเรือนจำ จัดทำเป็นโมเดล เพื่อให้เรือนจำดูแลผู้ป่วยในทุกระดับยกเว้นผู้ป่วยสีแดง หากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองจะเพิ่มเครื่องออกซิเจนเข้าไป ถ้าหากให้ผู้ต้องขังออกมาด้านนอกจะมีประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ต้องมีการกักตัว รวมถึงเตียงผู้ป่วยที่โรงพยาบาลขอนแก่นก็แน่นอยู่แล้ว แต่หากโรงพยาบาลฯ มีเตียงเพียงพอ ก็พร้อมที่จะรับผู้ป่วยในกลุ่มนักโทษมารักษาทันที ซึ่งยอมรับว่าคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้ขณะนี้ต้องมีการหารือในกลุ่มสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก หรือกลุ่มโรงงาน รวมทั้งกลุ่มที่มีคนอยู่จำนวนมาก ที่จะต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีกว่านี้

“ขณะนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่ามีการรับเชื้อมาจากไหน เพราะจากการวัดระดับค่าแล็บได้ค่าประมาณ ๓๘ ซึ่งหมายความว่ามีการติดเชื้อมาเป็นเวลาประมาณ ๒-๓ สัปดาห์แล้ว เมื่อมีการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ไม่ได้สัมผัสอะไร และจากผลการตรวจเชื้อจากผู้คุมผลเป็นลบทั้งหมด ขณะที่จากการตรวจสอบระบบของเรือนจำ พบว่าผู้ต้องขังรายใหม่นั้นมีการกักตัว ๒๑-๒๘ วัน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่กักตัวครบแต่ไม่ได้ตรวจซ้ำ” นายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น กล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสมมาตย์ สุราชผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น ร่วมรับมอบฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูล จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ เม็ด จากนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ, นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ และนายเจริญ แซ่เต็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมหน้ากากอนามัย  ๔,๐๐๐ ชิ้น เพื่อส่งมอบให้เรือนจำกลางขอนแก่นใช้ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-๑๙ ในเรือนจำ หลังพบนักโทษภายในเรือนจำกลางขอนแก่น ติดเชื้อโควิด-๑๙ จำนวน ๙๒๙ ราย 

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้แผนการบริหารจัดการและควบคุมสถานการณ์คลัสเตอร์เรือนจำกลางขอนแก่น เป็นไปตามที่กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยไม่มีการย้ายนักโทษออกจากเรือนจำแห่งนี้ และมีการบริหารจัดการพื้นที่แบบโรงพยาบาลสนาม ด้วยการจัดส่วนการดูแลพื้นที่ของตนเอง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งขณะนี้มีนักโทษที่อยู่ในการควบคุมของเรือนจำแห่งนี้ ๔,๔๕๘ คน ยืนยันติดเชื้อแล้ว ๙๒๙ คน และอยู่ในขั้นตอนของการตรวจคัดกรอง หรือ Swab อีกกว่า ๑,๖๒๐ คน ซึ่งจังหวัดได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถเอ็กซเรย์ปอดจากกระทรวงสาธารสุข ๒ คัน และกระทรวงยุติธรรม ๑ คันมาทำการตรวจคัดกรอง ซึ่งหากพบอาการผิดปกติตามที่แพทย์วินิจฉัย จะมีการจัดประเภทของนักโทษในกลุ่มผู้ป่วยต่างๆ ทันที 

“ขณะนี้สถานการณ์ในเรือนจำขอนแก่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ยังควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการในการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากตามแผนงานที่กำหนด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนที่มีคำสั่งห้ามกลับบ้านเด็ดขาด โดยจัดพื้นที่ด้านหน้าสำนักงานฯ ที่ติดกับถนนศรีจันทร์ เป็นจุดพักอาศัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อควบคุมพื้นที่และห้ามคนเข้าออกพื้นที่ต้องห้ามเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานจะกินอยู่หลับนอนในจุดที่กำหนด และปฎิบัติงานภายในเรือนจำร่วมกับทีมแพทย์ที่ทำการรักษาตามประเภทของกลุ่มผู้ป่วยอย่างเข้มงวดต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม แต่หากการเอ็กซเรย์ปอดพบว่ามีอาการติดเชื้อหรือพบสิ่งผิดปกติ ทีมแพทย์จะใช้สมุนไพรไทย คือฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และกระชายขาว ทำการรักษาทันที” 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรือนจำกลางขอนแกน ได้กำหนดพื้นที่ด้านนอกอาคารเรือนจำ เป็นจุดที่พักของเจ้าหน้าที่ที่ต้องกักตัว และทำงานร่วมกันกับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในเขตพื้นที่ชั้นในอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งยังมีการตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของ เวชภัณฑ์ยา อาหาร โดยเฉพาะสมุนไพรไทยในกลุ่มฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน กระชายขาว และพื้นสมุนไพรต้านไวรัสต่างๆ ตามที่แพทย์กำหนด ซึ่งมีผู้ทยอยนำมาบริจาคอย่างต่อเนื่อง

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๘๙ วันพุธที่ ๒๘ กรกฎาคม - วันอังคารที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔


684 771