23rdOctober

23rdOctober

23rdOctober

 

September 24,2021

ลุยตรวจเชิงรุกทุกตลาด ลั่นอย่าเห็นแก่ได้ไร้สำนึก

โคราชการ์ดตกหลังผ่อนคลายมาตรการ พบคลัสเตอร์ใหม่ต่อเนื่อง ย้ำทุกฝ่ายต้องเข้มงวดตามมาตรการจังหวัด ลั่นผู้ประกอบการอย่าเห็นแก่ได้และไร้สำนึก กำชับเทศบาลนครฯ ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับตลาดสุรนารี หลังพบผู้ติดเชื้อ ๔๔๗ ราย กระจายไป ๑๔ อำเภอ คนโคราชจับตาเป็นพิเศษ

สถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-๑๙ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการระบาดระลอกที่ ๔ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา และมีการระบาดรุนแรงในเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะการระบาดที่เกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่อื่น สำหรับเดือนกันยายน ยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการติดเชื้อในคลัสเตอร์ครอบครัว และคลัสเตอร์ตลาด ทำให้มีผู้ติดเชื้อในจังหวัดจำนวนมาก

ความคืบหน้าวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๒๔๕ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๒๑๒ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๓๓ ราย เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.สมบัติ วัฒนะ รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา

นางสาวทิพวรรณ ศรีทรมาศ นักระบาดวิทยา รายงานถึงคลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ว่า “คลัสเตอร์นี้เกิดจากการค้นหาเชิงรุกเมื่อวันที่ ๑๐-๑๑ กันยายน จำนวน ๑,๔๔๔ คน และเป็นคนจากนอกตลาด ๒๕๘ คน ตรวจ ATK พบผลบวก ๗๔ คน โดยผลตรวจ RT-PCR พบติดเชื้อ ๗๐ คน ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยตนเองเพิ่ม ๔๒ คน และวันนี้พบเพิ่มอีก ๕๕ คน จากการตรวจสอบพบว่า ใน ๕๕ คนนี้ มีรายชื่ออยู่ในตลาดเพียง ๑๐ คน ส่วนคนที่เหลือให้เหตุผลว่า เป็นคนที่ขายของอยู่ในตลาด เช่น กลุ่มคนขายผลไม้พร้อมทาน ในส่วนของวงที่ ๒ เป็นกลุ่มแม่ค้าที่เข้ามารับผักและผลไม้ไปขาย โดยวันนี้พบที่อำเภอปักธงชัย ๑ คน เมือง ๗ คน พิมาย ๑ คน วังน้ำเขียว ๑ คน สีคิ้ว ๒ คน หนองบุญมาก ๑ คน และโนนไทย ๑ คน รวมคลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อ ๒๗๐ คน โดยมีการเชื่อมโยงไปยังคลัสเตอร์บ้านคล้า หมู่ที่ ๘ ตำบลสมฤทธิ์ อำเภอพิมาย เป็นคลัสเตอร์ที่ค่อนข้างใหญ่ ยิ่งค้นหายิ่งพบผู้ติดเชื้อ โดยในวันนี้จะเร่งค้นหาเชิงรุกเพิ่มเติมอีก ซึ่งผู้ป่วยสะสมขณะนี้มี ๔๑ คนแล้ว และจากการตรตวจสอบพบความชื่อมโยงกระจายเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้หมู่บ้านถูกสั่งปิดเรียบร้อยแล้ว”

โคราชการ์ดตก

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “หลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการ จะทำให้เห็นผลกระทบหลังจากที่ผ่านไป ๒ สัปดาห์ หากเราไม่ระวังตัวก็จะทำให้มีการระบาดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็เห็นชัดเจนมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะการเกิดคลัสเตอร์ต่างๆ เป็นกลุ่มก้อน แนวโน้มขณะนี้มีตัวเลขสูงขึ้น โอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นก็ยังมีอยู่ ดังนั้น มาตรการทางสาธารณสุขจะต้องเข้มแข็งและต้องปฏิบัติอยู่ตลอด มาตรการครอบจักรวาลที่รัฐบาลทำออกมายังสำคัญอยู่ ต้องคำนึงเสมอว่า ตัวเราเองและคนที่ใกล้ชิดเรา มีโอกาสที่จะเป็นผู้ติดเชื้อ ทุกคนสามารถแพร่เชื้อให้กันได้ หากเราคำนึงเรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้เกิดการระวังตัวมากขึ้น ทุกคนจะต้องทำตามมาตรการ เพื่อทำให้เกิดวัฒนธรรมสังคมแบบ New normal อย่างชัดเจน”

“คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ติดเชื้อสะสม ๒๗๐ คน กระจายในหลายอำเภอ แต่ประเด็น คือ แม่ค้าบางคนตรวจพบเชื้อบอกว่า ขายของในตลาดแต่ไม่มีชื่อในบัญชี จึงบ่งบอกได้ว่า ตลาดให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะคนที่ไปขายของทุกวัน ต้องลงชื่อในบัญชี เพราะผมเชื่อว่า ตลาดจะต้องเก็บเงินคนที่เข้าไปขาย ไม่ว่าจะเป็นขาจรหรือขาประจำ จะเข้าไปในตลาดต้องลงทะเบียน ไม่ว่าจะลงผ่านไทยชนะก็ตาม แต่ปรากฏว่า ไม่มีการลงทะเบียนอะไร และตลาดก็ฝ่าฝืนระเบียบหลายข้อ ดังนั้นขอฝากให้เทศบาลนครฯ เร่งติดตามตรวจสอบข้อมูลที่เขาให้ ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ มีการลงทะเบียนตามที่ส่วนราชการกำหนดหรือไม่ และมาตรการหรือระเบียบอะไรที่ไม่ดำเนินการ ผิดข้อกฎหมายอะไร ให้เทศบาลฯ นำมารายงานในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งผมมองดูแล้วคลัสเตอร์ตลาดควบคุมยาก เมื่อระบาดแล้วก็จะกระจายอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับคลัสเตอร์โรงงาน ที่สามารถควบคุมคนไว้ได้ แต่คลัสเตอร์ตลาด หากข้อมูลไม่ชัดเจน การติดตามผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสเสี่ยง และผู้เกี่ยวข้อง ก็ทำได้อย่างยากลำบาก บางคนนำเชื้อกลับไปแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่เข้าระบบอีกมาก เพราะตลาดแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่อำเภอปากช่อง คนที่เข้ามาก็มาจากหลายพื้นที่ ขอฝากให้เทศบาลฯ ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพราะประชาชนมีความสนใจคลัสเตอร์นี้ การทำงานเกี่ยวกับโควิด-๑๙ สิ่งคำคัญ คือ ความโปร่งใสของข้อมูล เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาและการระวังตัวของประชาชนมีความชัดเจน และทำให้การควบคุมโรคบรรลุผล”

ตัวเลขไม่ลดลง

ต่อมา วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๒๒๗ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๑๙๘ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๒๙ ราย สรุปมีผู้ติดเชื้อสะสม ๒๓,๒๒๒ ราย รักษาหาย ๒๐,๒๗๒ ราย ยังรักษาอยู่ ๒,๗๘๗ ราย และมีผู้เสียชีวิต ๑ ราย สะสม ๑๖๓ ราย วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๑๙๙ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๑๖๙ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๓๐ ราย สรุปมีผู้ติดเชื้อสะสม ๒๓,๔๒๑ ราย รักษาหาย ๒๐,๔๑๕ ราย ยังรักษาอยู่ ๒,๘๔๒ ราย และมีผู้เสียชีวิต ๑ ราย สะสม ๑๖๔ ราย

คลายล็อกติดเชื้อเพิ่ม

จากนั้น วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๒๗๒ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๒๖๕ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๗ ราย เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “ในช่วงเดือนสิงหาคม มีการประกาศล็อกดาวน์จังหวัด ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อลดลง แต่ในเดือนกันยายน มีการผ่อนคลายมาตรการ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจังหวัดเพิ่มขึ้น ทุกภาคส่วนจึงต้องช่วยกัน ซึ่งส่วนราชการก็พยายามทำงานในเชิงรุก คือ การไปตรวจในสถานที่ต่างๆ โดยมีชุดตรวจระดับท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด เพื่อค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ที่คาดว่า มีความเสี่ยง แต่ผู้ประกอบการก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขและประกาศจังหวัด เรื่องวัคซีนก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เราต้องการเปิดประเทศโดยเร็ว แต่ยอดการฉีดวัคซีนยังไม่ถึงเป้าหมาย เพราะจะต้องฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมก่อน ถึงจะเปิดประเทศได้ แต่ขณะนี้หากจะเปิด อาจจะทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น เมื่อมีคนติดเชื้อก็จะมีคนเจ็บป่วยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน อาจจะทำให้มีอาการป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต”

ตรวจคนไม่ได้ตรวจรถ

นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวถึงคลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ว่า “เทศบาลฯ ได้ติดต่อขอข้อมูลแผงขายสินค้า โดยเฉพาะรถที่มาค้าขาย พบว่า ตลาดมีข้อมูลรถเฉลี่ยที่เข้ามา วันละ ๔๐๒ คัน หรือ ๑๒,๐๕๙ ต่อเดือน โดยแบ่งออกเป็นรถลงแผงหรือรถที่มาจากต่างจังหวัด เพื่อนำสินค้ามาส่งให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ๕,๙๒๒ คัน และรถเร่หรือรถที่ขายสินค้าไม่หมด และนำสินค้ามา ระบายในตลาด ๖,๑๓๗ คัน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ตลาดส่งมาให้ เช่น เลขทะเบียนรถ วันเวลาที่รถเข้ามาในตลาด เป็นต้น ส่วนรายชื่อของผู้ที่มาค้าขาย ปรากฏว่า ตลาดได้ทำระบบลงทะเบียนไทยชนะ แต่ไม่มีการกำกับดูแล จึงไม่มีคนมาสแกนในระบบไทยชนะ”

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวเสริมว่า “เราตรวจเชื้อกับคน ไม่ใช่ตรวจรถ ขอให้ฝ่ายกฎหมายดูเรื่องนี้ด้วย เพราะเราต้องการทราบข้อมูลผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อเชิงรุก ขอให้เทศบาลฯ ไปกำกับดูแล ทำอย่างไรจะได้ชื่อผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เพราะขณะนี้เชื้อกระจายไปเกือบ ๒ สัปดาห์แล้ว อำเภอต่างๆ จะได้เตรียมพร้อมรับมือ เพื่อจะได้นำไปประกาศให้คนที่เข้าไปตลาดมาตรวจหาเชื้อ เหมือนกับที่อำเภอจักราชทำ ขอให้ท้องถิ่นจังหวัด กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มงวดในมาตรการต่างๆ เมื่อเกิดการระบาดขึ้นจะได้ตามตัวคนได้ถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อเป็นการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อ ขณะนี้คลัสเตอร์ตลาดสุรนารีขยายไปวงที่ ๓ ต่อไปอาจจะมีวงที่ ๔ แต่จริงๆ ก็อาจจะมี เพียงแต่ว่า ยังค้นหาผู้ติดเชื้อไม่พบ ขณะนี้คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ติดเชื้อสะสม ๓๘๗ ราย แต่อาจจะเจอพบเพิ่มอีก และต้องควบคุมให้ได้

นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รายงานเพิ่มเติมว่า “จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นของคลัสเตอร์นี้ พบติดเชื้อในเขตเทศบาลฯ ๗๓ ราย รับรายงานจากชุมชนโดยตรง ๒๕ ราย จำนวนผู้ป่วยที่รับรายงานจาก สสจ. ๔๘ ราย มีกลุ่มเสี่ยงสูงที่ตรวจสอบได้ ๒๖๘ ราย อยู่ในเขตเทศบาลฯ ๒๒๓ ราย นอกเขต ๔๕ ราย มีผู้ที่ถูกกักตัวอยู่บ้าน ๑๘๘ ราย พบเชื้อในวันที่ ๗ ของการกักตัว ๑ ราย ผู้ที่กักตัวใน SQ จำนวน ๓๕ ราย ตรวจครั้งที่ ๒ พบเชื้อ ๓ ราย ส่วนพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลผู้สัมผัสเสี่ยงสูง”

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ไม่ควรออกไปขายของข้างนอก เพราะจะทำให้คนปกติมีความเสี่ยง ขณะนี้ก็ปิดตลาดมากว่าหนึ่งสัปดาห์ ของที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นผัก ขณะนี้น่าจะเน่าหมดแล้ว แต่ยังนำมาขายอยู่หมายความว่าอย่างไร หรือยังไม่หยุดรับของมาขายต่อ ซึ่งจุดผ่อนปรนบางจุดมีไว้เพื่อให้ระบายของเก่า เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่ใช่ว่าจะรับมาขายต่อไปเรื่อยๆ ฝากให้เทศบาลฯ ไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย และเมื่อวันก่อน ผมให้ฝ่ายกฎหมายเข้าไปตรวจสอบเรื่องการไม่ปฏิบัติตามมาตรการและคำสั่ง ขณะนี้มีความคืบหน้าหรือยัง”

ตลาดมีความผิด

นายจักรกฤษณ์ ศรีสุวรรณ นิติกรชำนาญการพิเศษ สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า “ในเชิงความผิดด้านกฎหมาย คงผิดตั้งแต่การไม่ดำเนินการตามคำสั่งจังหวัด รวมถึงข้อกำหนดของ ศบค. ที่กำหนดไว้ชัดเจนในเรื่องของการทำระบบลงทะเบียนไทยชนะ และการจัดระเบียบสุขาภิบาล ซึ่งมีกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่หลายประการ โดยเฉพาะการไม่จัดระบบลงทะเบียน ทั้งไทยชนะและสมุดลงทะเบียน”

อย่าเห็นแก่ได้และไร้สำนึก

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “หลายคนคงจะได้เห็นอินโฟกราฟิกของผู้ว่าราชการจังหวัด เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการต่างๆ ได้แก่ ๑.กฏหมาย เงื่อนไขระเบียบการไม่อนุญาตหรืออนุญาต เรื่องใดไม่ถูกต้อง ต้องหยุดแก้ไข และทำต่อตามขั้นตอนให้รอบคอบ ไม่เข้าใครออกใคร ๒.เรื่องของตลาดที่เป็นปัญหาในขณะนี้หรือตลาดอื่นๆ รัฐและท้องถิ่นต้องเข้มงวดและตรวจตราให้คำแนะนำ ตักเตือนหามาตรการควบคุมและป้องกันการเข้าออกที่ดี ผิดต้องดำเนินการตามระเบียบ ๓.ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ จัดระเบียบตลาด ทำทะเบียนผู้ค้า อย่าเห็นแก่ได้ ไร้สำนึก ๔.ผู้ค้าขายต้องตรวจหาเชื้อ ไม่หลบเลี่ยง ต้องทำตามเงื่อนไข ๕.ผู้ซื้อต้องเลือกตลาดหรือผู้ค้าที่สะอาดปลอดภัย และไว้ใจได้ และ ๖.สังคมต้องจับตาตรวจสอบและตักเตือน ผมนำบอกกล่าวครั้งนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จังหวัดจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในที่ประชุมก็มีการพูดตลอด แต่ตลาดไม่เหมือนโรงงาน เมื่อมีการระบาดก็กลายเป็นผึ้งแตกรัง และกระจายเชื้อไปพื้นที่ต่างๆ ควบคุมยาก แต่ถ้ามีทะเบียนรายชื่อที่ถูกต้องที่สุด การติดตามต่างๆ ก็จะง่ายขึ้นและรวดเร็ว”

วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๒๓๐ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๒๑๙ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๑๑ ราย สรุปมีผู้ติดเชื้อสะสม ๒๓,๙๒๓ราย รักษาหาย ๒๐,๗๗๐ ราย ยังรักษาอยู่ ๒,๙๘๗ ราย และมีผู้เสียชีวิต ๑ ราย สะสม ๑๖๖ ราย

คลัสเตอร์สำคัญ

ล่าสุด วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๔ พบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพิ่ม ๒๐๕ ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ๑๙๓ ราย และมาจากพื้นที่เสี่ยง ๑๒ ราย เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.สมบัติ วัฒนะ รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับความคืบหน้าของคลัสเตอร์ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา นางสาวทิพวรรณ ศรีทรมาศ รายงานว่า คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ อำเภอโชคชัย ทั้ง ๒ แห่ง ไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม โดยโรงงานที่ตำบลท่าเยี่ยม เหลือผู้ป่วยรักษาอยู่ ๕ ราย และโรงงานที่ตำบลกระโทก เหลือผู้ป่วยรักษาอยู่ ๘ ราย, คลัสเตอร์โรงงานแหลมทอง อำเภอสูงเนิน แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ โรงงานแหลมทองโปรตีน พบผู้ติดเชื้อ ๙ ราย โรงงานแหลมทองโพลทรี พบผู้ติดเชื้อ ๑๐๘ ราย และโรงงานแหลมทองอุตสาหกรรม พบผู้ติดเชื้อ ๑๓ ราย, คลัสเตอร์โรงงานไก่สหมิตรฟูดส์ อำเภอขามทะเลสอ วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ ๑๙ ราย รอผลตรวจ RT-PCR ๓๐ ราย มีพนักงานสัมผัสเสี่ยงสูง ๖๑๗ ราย รวมมีผู้ติดเชื้อ ๑๐๑ ราย, คลัสเตอร์ร้านก๋วยเตี๋ยว อำเภอบัวใหญ่ ยังมีการติดเชื้อต่อเนื่องในวงครอบครัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยผู้ติดเชื้อเพิ่ม ๔ ราย รวมมีผู้ติดเชื้อ ๕๑ ราย

คลัสเตอร์ตลาดระบาดหนัก

คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชฯ และโรงพยาบาลเทพรัตน์ฯ จำนวน ๔๓ ราย ในส่วนของวงที่ ๒ เป็นกลุ่มผู้ที่เดินทางเข้ามาในตลาดหรือมาซื้อสินค้า พบเพิ่ม ๑๔ ราย และวงที่ ๓ ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ยอดรวมผู้ป่วยในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ๒๙๘ ราย กลุ่มผู้เดินทางมาซื้อของ ๑๐๑ ราย และกลุ่มครอบครัวของพ่อค้าแม่ค้า ๔๘ ราย รวมคลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อ ๔๔๗ ราย กระจายในอำเภอต่างๆ ดังนี้ อำเภอเมือง สูงเนิน ปักธงชัย พิมาย ด่านขุนทด โนนสูง ห้วยแถลง ขามทะเลสอ วังน้ำเขียว พระทองคำ สีคิ้ว หนองบุญมาก เฉลิมพระเกียรติ และโนนไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสั่งปิดตลาด โดยเทศบาล นครฯ สสจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่ตลาดย่าโม เพื่อค้นหาเชิงรุก ส่วนตลาดอื่นๆ อยู่ระหว่างวางแผนในการดำเนินการ ซึ่งจะลงพื้นที่ภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดสดพิมายเมืองใหม่ โดยวันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ ๒ ราย ยอดสะสมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ๙๕ ราย อยู่ในกลุ่มครอบครัวและอื่นๆ ๑๒๐ ราย รวมคลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อ ๒๑๕ ราย

คลัสเตอร์ใหม่

คลัสเตอร์ใหม่วันนี้ คือ คลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า อำเภอเสิงสาง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเปลี่ยนคนงานชุดใหม่จึงทำให้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน รปภ.มีอาการเป็นไข้ ปวดศีรษะ จึงซื้อชุดตรวจ ATK พบผลบวก จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเสิงสาง วันที่ ๑๗ กันยายน ผลตรวจปรากฏว่า ติดเชื้อโควิด จากนั้นคนงานในแคมป์ ๔๗ คน จึงตรวจหาเชื้อเชิงรุก พบเชื้อ ๘ ราย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ๓๙ คน, คลัสเตอร์โรงงานเศรษฐีสาว (ในเครือปึงหงี่เชียง) ผู้ป่วยรายแรกมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ จึงไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลมหาราชฯ ผลปรากฏว่า พบเชื้อโควิด เจ้าของโรงงานจึงทำ ATK ให้พนักงานในโรงงาน ผลปรากฏว่า พบผลบวก ๑๐ ราย จากนั้นส่งไปตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาล ป.แพทย์ พบติดเชื้อทั้งหมด รวมคลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อ ๑๑ ราย และคลัสเตอร์มาร์สเพ็ทแคร์ ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง เริ่มต้นจากพนักงานหญิงรายหนึ่ง มีผลตรวจ RT-PCR พบว่า ติดเชื้อโควิด หลังจากนั้นโรงงานจึงค้นหาเชิงรุกพนักงาน ๒๙๔ คน พบผลตรวจ ATK เป็นบวก ๑๒ ราย ซึ่งขณะนี้กำลังรอผลตรวจ RT-PCR ของพนักงานกลุ่มนี้

ให้ดำเนินการตามกฏหมาย

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา กล่าวว่า “สำหรับโรงงานใหญ่ ๒ แห่งในอำเภอโชคชัย ถือเป็นข่าวดี สามารถควบคุมการระบาดได้ ส่วนคลัสเตอร์ตลาดสุรนารี แม่ค้าออกมาตรวจเองก็ยังพบเชื้อเรื่อยๆ แต่การปิดตลาดจะครบกำหนดในวันที่ ๒๖ กันยายนนี้ ถึงแม้เทศบาลฯ จะไม่อนุญาตให้ตั้งร้าน แต่เพื่อความไม่ประมาท เจ้าหน้าที่ต้องลงไปประเมินสถานการณ์ เพื่อในการประชุมครั้งต่อไปจะได้มีมติเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากยังไม่พร้อมอาจจะมีการขยายวันปิดตลาด แต่ถ้ามีความพร้อมก็จะให้ปิดถึงวันนั้น ต้องตรวจว่า พ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างไรมีการติดเชื้ออยู่หรือไม่ ซึ่งเราจะทำในนาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.สาธารณสุข แยกคนละกฎหมาย สำหรับกรณีที่มีแม่ค้ามาตรวจด้วยตนเอง พร้อมกับบอกว่าเป็นแม่ค้าจากตลาดสุรนารี ให้นำรายชื่อคนที่มาตรวจเองกับรายชื่อที่ตลาดให้มา เทียบกันดูว่า มีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด เทศบาลฯ ในฐานะกรรมการโรคติดต่อ ต้องดูข้อกฎหมาย หากเขาไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจน จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย คณะกรรมการฯ พยายามบอกตั้งแต่แรก และมีการตั้งข้อสังเกตโดยตลอด ตั้งแต่มีแม่ค้าไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชฯ แต่เมื่อนำรายชื่อมาดูกลับไม่ตรงกับที่ตลาดให้มา ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นเหมือนเดิม ถือว่า ตลาดให้ข้อมูลไม่ตรง เทศบาลฯ จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามหน้าที่ เพราะเรื่องนี้ประชาชนมีความสนใจ”

ให้สุ่มตรวจแม่ค้าทุกตลาด

นพ.ธีรวัฒน์ วิลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมโรคที่ ๙ (สคร.๙) กล่าวเสริมว่า “จากบทเรียนคลัสเตอร์ที่ผ่านมา ทุกสถานประกอบการจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น การวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจน จะทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้น สสอ.จะต้องจัดทีมเกี่ยวกับข้อมูล เพื่อเข้าไปคุยกับโรงงาน ตลาด และสถานประกอบการต่างๆ และใช้อำนาจของเจ้าพนักงานโรคติดต่อ เพื่อให้สถานประกอบการให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯ ทุกวัน เพื่อจะได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างลงลึกได้ ซึ่งการจัดการข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมากกับการควบคุมโรค นอกจากนี้ผมคิดว่า ต่อจากนี้ไปต้องเข้มข้นในการสุ่มตรวจแม่ค้าในตลาดที่ยังไม่เกิดโรคทุกพื้นที่ เจ้าของตลาดทุกแห่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ อาจจะสุ่มตรวจทุกสัปดาห์ก็ได้ เพราะถ้าปล่อยไว้ให้เกิดการติดเชื้อในตลาดหลายแห่งขึ้นพร้อมกัน จะทำให้การควบคุมโรคยากขึ้น”

ผู้ประกอบการต้องเข้มงวด

นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ กล่าวในช่วงท้ายว่า “จากการลงพื้นที่ทุกตลาดในเขตเทศบาลฯ ไม่ว่าโคราชจะมีมาตรการดีเพียงใด แต่ถ้าเจ้าของสถานที่ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ รวมทั้งประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในมาตรการ ก็จะไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน ตลาดหลายแห่งกำหนดให้มีการลงทะเบียนไทยชนะ แต่ไม่มีคนควบคุม ไม่มีการกระตุ้นเตือนประชาชนให้ลงทะเบียน ประกอบกับประชาชนก็ไม่ได้ลงทะเบียน เมื่อเกิดการติดเชื้อแล้วต้องการหากลุ่มเสี่ยงสูงหรือคนที่เข้าไปร่วมกิจกรรมหรือเข้าร่วมสถานที่ได้ยาก จึงขอให้ผู้ประกอบการทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างร้าน บริษัท และตลาด ที่มีการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ขอให้มีการลงทะเบียน และควบคุมอย่างเข้มงวดจริงๆ”

ตรวจเชิงรุกตลาดย่าโม

ต่อมาเมื่อเวลา ๑๔.๓๐ น. ที่ตลาดย่าโม เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา พร้อมนายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีฯ รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขร่วมค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่เชิงรุกระดมตรวจแบบ ATK หาเชื้อผู้ประกอบการค้าและผู้เกี่ยวข้องประมาณ ๑,๕๐๐ คน พร้อมประชาสัมพันธ์เสียงตามขอความร่วมมือให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นพบผลบวก ๗ ราย จึงมอบหมายให้เทศกิจทยอยนำตัวส่งไปตรวจด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงพยาบาลมหาราชฯ เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมามีผู้ติดเชื้อสะสม ๒๔,๑๒๘ ราย รักษาหาย ๒๐,๙๔๗ ราย ยังรักษาอยู่ ๓,๐๑๕ ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม ๑๖๖ ราย โดยผู้ติดเชื้อสะสมแยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้ อำเภอเมือง ๒,๕๗๐ ราย ปากช่อง ๔,๐๖๕ ราย พิมาย ๘๓๙ ราย บัวใหญ่ ๗๓๖ ราย ด่านขุนทด ๑,๐๘๐ ราย โชคชัย ๑,๙๑๑ ราย ครบุรี ๙๒๘ ราย ชุมพวง ๓๘๕ ราย สูงเนิน ๑,๐๕๓ ราย สีคิ้ว ๙๘๑ ราย ปักธงชัย ๙๑๓ ราย ประทาย ๗๓๘ ราย จักราช ๕๖๔ ราย โนนไทย ๕๗๙ ราย โนนสูง ๘๕๑ ราย โนนแดง ๒๙๓ ราย เสิงสาง ๗๖๔ ราย คง ๖๓๖ ราย ขามสะแกแสง ๓๐๓ ราย ขามทะเลสอ ๒๒๖ ราย แก้งสนามนาง ๔๔๒ ราย ห้วยแถลง ๗๐๑ ราย หนองบุญมาก ๕๑๕ ราย วังน้ำเขียว ๓๗๗ ราย บ้านเหลื่อม ๒๔๗ ราย พระทองคำ ๓๑๕ ราย ลำทะเมนชัย ๒๓๙ ราย เฉลิมพระเกียรติ ๑๕๐ ราย เมืองยาง ๑๕๑ ราย สีดา ๒๑๘ ราย บัวลาย ๑๘๖ ราย และเทพารักษ์ ๑๗๒ ราย

อนึ่ง ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ๒,๑๑๒,๓๘๑ คน ขนะนี้ฉีดวัคซีนเข็มที่ ๑ จำนวน ๙๒๑,๐๕๙ คน หรือร้อยละ ๔๓.๖๐ ฉีดเข็มที่ ๒ จำนวน ๔๘๐,๖๙๑ คน หรือร้อยละ ๒๒.๗๖ ฉีดเข็มที่ ๓ จำนวน ๒๖,๓๐๗ หรือร้อยละ ๑.๒๕ รวมใช้วัคซีนไปแล้ว ๑,๔๒๘,๐๕๗ โดส


นสพ.โคราชคนอีสาน  ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๖๙๗ วันพุธที่ ๒๒ - วันอังคารที่ ๒๘ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔


117 773