7thDecember

7thDecember

7thDecember

 

November 13,2021

รวบแก๊งดาวน์รถส่งขายตปท. หมุนเวียนกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ให้เหยื่อแจ้งรถหายหวังเงินประกัน

ตำรวจภาค ๓ รวบแก๊งดาวน์รถจักรยานยนต์แลกเงินส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ทำเป็นขบวนการ มีเงินหมุนเวียนกว่า ๑๐๐ ล้านบาท พฤติการณ์สุดแสบ ให้เหยื่อที่ต้องการเงินแจ้งรถหาย หวังได้เงินประกันรถ 

 

เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค ๓ จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค ๓ พร้อม พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รอง ผบช.ภาค ๓ และ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ร่วมแถลงผลการจับกุมแก๊งดาวน์รถจักรยานยนต์แลกเงินส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีผู้ต้องหา ๖ ราย ได้แก่ ๑.นายเสกสรรค์ พันธ์ดี อายุ ๓๙ ปี บ้านเลขที่ ๑๓ หมู่ที่ ๕ ต.คลองดำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี จ.ชลบุรี (ตัวแทนนายทุนต่างชาติ) ๒.นางสาวสรยา โต๊ะยีหวัง อายุ ๓๔ ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๒๙/๒ หมู่ที่ ๑๔ ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา (นายหน้า) ๓.นางสาวลำไพร มั่นคง อายุ ๔๕ ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๓๔๔ หมู่ที่ ๙ ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น (ผู้เช่าซื้อ) ๔.นางสาวศุภิสรา สอนเจริญ อายุ ๒๖ ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ ๑๗๘ หมู่ที่ ๑๒ ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว (ว่าจ้างและจัดหาทีมขน) ๕.นายสุทัศน์ สร้อยดั้น อายุ ๑๘ ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๑๗๘ หมู่ที่ ๑๒ ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว (หัวหน้าทีมขน) และ ๖.นายพงศ์พัทธ์ ศรีมาตร อายุ ๒๕ ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๑๔ หมู่ที่ ๘ ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว (ทีมขน) โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป,สมคบกันตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป กระทำความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งทรัพย์ อันได้มาโดยการกระทำความผิด อันเป็นความผิดฐานซ่องโจร, หรือร่วมกันรับของโจร”

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค ๓ เปิดเผยพฤติการณ์ว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก นโยบายของสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปราบปรามจับกุมการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และนโยบายของ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ให้กวดขันจับกุม รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นประจำทุกเดือนนั้น โดยเมื่อเวลา ๒๑.๐๐ น. วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนแสนสุข อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย สภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ๖ คัน ที่ริมถนนท้ายหมู่บ้านปรางค์ครบุรี ต.ครบุรี ไว้ทำการตรวจสอบ เบื้องต้นทราบเป็นรถถูกลำเลียงมาจาก จ.ชลบุรี จึงได้ร่วมสืบสวนขยายผลและสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้เพิ่มเติมในพื้นที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ๔ คัน และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ๔ คัน รวม ๑๔ คัน ทั้งหมดเป็นรถที่กำลังลำเลียงส่งยังประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมากระทั่งนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับ และเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน ๖ รายดังกล่าว

“โดยพบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะของขบวนการดาวน์รถแลกเงิน ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำดังนี้ ๑.นายทุนต่างชาติ (ประเทศเพื่อนบ้าน) แจ้งยี่ห้อ/รุ่น รถจักรยานยนต์ที่ต้องการ ๒.ตัวแทนนายทุนต่างชาติประกาศในสื่อสังคมออนไลน์ รับซื้อ/ดาวน์รถจักรยานยนต์มาแลกเงิน ๓.กลุ่มนายหน้าติดต่อกับผู้ที่ต้องการเงินให้มาดาวน์รถฯ (เช่าซื้อ) เพื่อแลกเงิน ๔.ผู้เช่าซื้อนำรถฯ ส่งมอบให้กับนายหน้าเพื่อแลกกับเงินที่ต้องการ ๕.นายหน้ารวบรวบรถส่งให้กับตัวแทนนายทุนต่างชาติ และ ๖.นายทุนต่างชาติ (ประเทศเพื่อนบ้าน) สั่งการให้ทีมขนดำเนินการนำรถที่รวบรวมมาได้ไปส่งมอบ ณ จุดนัดหมายเพื่อนำข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า ๑๐๐ ล้านบาท”

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค ๓ กล่าวท้ายสุดว่า “ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังอย่าหลงผิดเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว โดยไปดาวน์รถให้ผู้อื่นเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย แล้วมาแจ้งความว่ารถหายเพื่อเอาประกัน นอกจากจะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดแล้ว ยังถูกดำเนินคดี ข้อหาแจ้งความเท็จฯ อีกด้วย สำหรับบริษัทประกันภัย หรือผู้ให้บริการสินเชื่อ (ลิสซิ่ง/ไฟแนนซ์) หากพบว่าได้รับความเสียหายในลักษณะดังกล่าว ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๐๒ วันพุธที่ ๑๐ - วันอังคารที่ ๑๖ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔

 

81 796