20thJanuary

20thJanuary

20thJanuary

 

December 25,2021

โคราชต้องเจริญเหมือนบุรีรัมย์ ‘อนุทิน’ขอส.ส.ยกจังหวัด อ้างไม่แย่งพื้นที่ใคร

โคราชต้องเจริญเหมือนบุรีรัมย์ ‘อนุทิน’ ยกทัพภูมิใจไทย ประชุมใหญ่ที่โคราช ประกาศพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งทุกเวลา ชูนโยบายเอาใจประชาชนปักธงชิงโคราช หวังพัฒนาให้เจริญเหมือนบุรีรัมย์โมเดล ‘ศักดิ์สยาม’ ยืนยัน ‘อนุทิน’ เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ด้าน ‘สุรวุฒิ เชิดชัย’ โผล่ต้อนรับคว้าเสื้อไปสวมอีกพรรค

เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๒.๐๐ น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ ส.ส.นครราชสีมาในสังกัดพรรคภูมิใจไทย รวมถึงแกนนำและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมสักการะท้าวสุรนารี ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้มอบเสื้อพรรคภูมิใจไทย พิมพ์ข้อความว่า “พูดแล้วทำ” ให้นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และชูมือร่วมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.ด้วย

นายอนุทิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ผมมาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนโคราช ขอให้บ้านเมืองมีความสุข ร่มเย็น มีความปลอดภัย ส่วนการขอให้ได้ ส.ส.ยกทุกเขต เรื่องนี้ไม่ต้องขอ เพราะถ้าขอท่านแล้วเราไม่ขยันทำงาน อย่างไรก็ตามท่านคงไม่ให้ ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยต้องขยัน แม้ไม่ได้ขอพร แต่ท่านย่าโมให้พรอยู่แล้ว เพื่อคนโคราช เพราะย่าโมท่านรักคนโคราช หากลูกหลานขยันตั้งใจทำงานและมุ่งมั่นทำประโยชน์ให้คนโคราช”

ต่อข้อถามว่า “การมอบเสื้อพรรคภูมิใจไทยให้นายสุรวุฒิ คือการยืนยันว่าจะเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่” นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ก่อนเดินเข้ารถยนต์ ว่า “ต้องไปถามนายสุรวุฒิ”
ประชุมใหญ่ประจำปี

จากนั้น เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี ส.ส. คณะผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย เช่น นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมาตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ คนที่ ๑ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รองหัวหน้าพรรคฯ คนที่ ๒ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รองหัวหน้าพรรคฯ คนที่ ๓ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคฯ คนที่ ๔ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร (คนที่สอง) และนายสุนทร วิลาวัลย์ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคภูมิใจไทยจากทั่วประเทศประมาณ ๑,๕๐๐ คน ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๔ โดยผู้ร่วมประชุมทุกคนต้องมีผลตรวจ ATK อย่างน้อย ๗๒ ชั่วโมง และยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อโควิด-๑๙ และมีการฉีดวัคซีนครบ ๒ เข็มแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีทายาทนักการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา บุตรนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ บุตรีนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ, นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และนายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย ขณะเดียวกัน นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

ภูมิใจไทยพร้อมเลือกตั้ง

นายอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวอภิปรายว่า “การเลือกตั้งสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาชุดนี้อีกนานเท่าไหร่ ไม่ว่าจะอยากอยู่หรือไม่ และไม่เกิน ๑๕ เดือนนับจากนี้ไป ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจะต้องมีความพร้อมตลอดเวลา การคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.เป็นหน้าที่สำคัญของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะเป็นหน้าเป็นตาของพรรค เป็นผู้แทนของพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก ๓๕๐ เขตทั่วประเทศ เป็น ๔๐๐ เขต แต่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลดลงจาก ๑๕๐ คน เหลือ ๑๐๐ คน ผู้สมัครทั้ง ๕๐๐ คน จะต้องเป็นคนที่นำนโยบายของพรรคภูมิใจไทยไปบอกกล่าวและสร้างความเชื่อถือหรือความศรัทธาต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคที่นำนโยบายที่ประกาศไว้ไปปฏิบัติให้สมกับคำพูดที่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทย”

“เราใช้เวลาเกือบ ๓ ปี จากความไว้ใจของคนไทย เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็น ส.ส. ทำหน้าที่ในสภา และได้มีโอกาสบริหารประเทศในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จุดเด่นของเรา คือ เราเป็นพรรคการเมืองที่เป็นเอกภาพมากที่สุด เป็นพรรคการเมืองที่เคารพกติกาการเมือง เคารพรัฐธรรมนูญ เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และเคารพความสามัคคี พรรคภูมิใจไทย คือ พรรคที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้มีความมั่นคง ทำให้ประชาชนได้คลายทุกข์ มีโอกาสทำมาหากิน สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้พรรคภูมิใจไทยยังเป็นเสาค้ำระบบรัฐสภาให้มีความแข็งแกร่ง ถือเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ เป็นเอกลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย โพลสำรวจทุกแห่งมีความหลากหลาย แต่ถ้าถามว่า พรรคการเมืองใดเป็นเอกภาพมากที่สุด มีความซื่อสัตย์ต่อประชาชนมากที่สุด ทุกโพลจะตอบว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย เพราะเราพูดแล้วทำ ทำในทุกสิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชน ทำแต่นโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งทุกนโยบายตั้งขึ้นมาโดยนำปัญหาของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง แล้วพวกเรามาสุมหัวกันหาวิธีการแก้ไขปัญหาของประชาชน เขียนเป็นนโยบายขึ้นมา และนำมาปฏิบัติ”

ไม่มีการแทงข้างหลัง

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า “พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่รักษากติกามารยาทในการอยู่ร่วมกัน ไม่มีการแทงข้างหลัง ถ้าดีกันก็อยู่กันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ดีกันก็อยู่เป็นรอบๆ พรรคภูมิใจไทยมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครมาดัดได้ นอกจากประชาชน เพราะนายของพรรคภูมิใจไทย คือ ประชาชน เราเชื่อมั่นว่า นักการเมืองของพรรคฯ จะได้รับความเชื่อใจจากประชาชน และได้รับความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนำประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ซึ่งพรรคฯ ทำได้ เพราะเราพูดแล้วทำเสมอ อะไรที่พูดไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ก็ทำตามที่พูดไว้อย่างเคร่งครัดไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของประชาชน แม้จะทำแล้วต้องขัดใจใครก็ตาม แต่พรรคฯ จะยึดประชาชนเป็นหลักเสมอ เราไม่ใช่พรรคการเมืองที่พูดไปเรื่อย แต่เรารักษาคำพูดทุกเรื่อง รับผิดชอบต่อนโยบายที่เคยให้ไว้กับประชาชน”

นโยบายกัญชา

“การหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยประกาศนโยบายหลายเรื่อง เช่น นโยบายกัญชา ซึ่งเดิมเคยเป็นยาเสพติด เราก็ทำให้กัญชากลายเป็นพืชที่มีคุณค่าทางการแพทย์ ลดการเป็นยาเสพติด เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน ทุกคนจะต้องปลูกได้ขายได้ สร้างรายได้ให้กับคนไทย ตั้งแต่อดีตคนไทยปลูกกัญชาเป็นพืชสมุนไพรในบ้าน ใช้ทำอาหาร และทำยา แต่มาถึงวันหนึ่งมีกฎหมายออกมาบอกว่า กัญชา คือ ยาเสพติด ทั้งที่กัญชาอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมานานกว่า ๑๐๐ ปี เมื่อมีกฎหมายออกมา ใครที่ปลูกไว้ก็ถูกจับหรือถูกดำเนินคดี ทั้งที่เขาเหล่านี้ปลูกไว้กินไว้ใช้ตามวิถีชีวิต พรรคภูมิใจไทยรับทราบถึงความเดือดร้อนนี้ และเป็นการเสียโอกาสของประชาชน ที่จะใช้กัญชาเพื่อการรักษาตัวเอง เป็นประโยชน์ในการแพทย์ หากเขาไม่ใช้กัญชาเป็นยาเสพติด จะต้องไม่ผิดกฎหมาย เรื่องแบบนี้คนอื่นอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญ แต่พรรคภูมิใจไทยเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เป็นโอกาสที่คนไทยจะมีรายได้เพิ่มจากกัญชา แต่ด้วยกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อโอกาสต่างๆ ของประชาชน พรรคภูมิใจไทยจึงตัดสินใจประกาศนโยบายทำให้กัญชาหลุดพ้นจากการเป็นยาเสพติด กลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ก็สามารถทำได้ในระดับหนึ่งแล้ว วันนี้กัญชาไม่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาเสพติดอีกแล้ว ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขโดยการดูแลของพรรคภูมิใจไทย ได้อนุมัติให้ประชาชนปลูกกัญชาแล้วกว่า ๑,๕๐๐ ราย ในจำนวนนี้มีวิสาหกิจชุมชนหลายร้อยราย มีการขออนุญาตปลูกกัญชากัญชงมากกว่า ๕,๐๐๐ ไร่ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์จากกัญชากัญชงสามารถนำออกมาวางขายตามร้านค้าทั่วไปได้ ช่วยเพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากนโยบายของพรรคภูมิใจไทย การปลูกกัญชาเพื่อใช้ในครัวเรือน จะต้องไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป จะใช้กฎหมายยาเสพติดให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จะต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐมาจับกุมประชาชน เราจะเปิดโอกาสให้ผู้ปลูกกัญชาในครัวเรือนมาจดแจ้งการปลูกกับเจ้าหน้าที่ หากทำตามที่จดแจ้งไว้ได้ก็จะไม่เป็นผู้ที่กระทำผิดกฏหมาย จะต้องไม่มีใครถูกจับดำเนินคดีอีกต่อไป ถ้าเขาปลูกกัญชาใช้ในครัวเรือน นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะศึกษาอีกว่า กัญชาจะนำมารักษาผู้ป่วยยาเสพติดได้หรือไม่ เราจะใช้สิ่งที่เคยเป็นยาเสพติดมาแก้ปัญหายาเสพติด หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง นำสิ่งที่เคยเป็นผู้ร้ายมาเป็นพระเอกให้กับประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

แก้วิกฤตโควิด-๑๙

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า “พรรคภูมิใจไทยเข้ามาบริหารประเทศในช่วงวิกฤต เพราะต้องพบเจอกับการระบาดของโควิด-๑๙ เราได้ขอความร่วมมือจากประชาชน และได้รับความร่วมมือจากบุคลากาทางการแพทย์ สามารถทำให้สถานการณ์ผู้ติดเชื้ออยู่ภายใต้การควบคุม มีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เพราะประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดี และเมื่อมีพรรคภูมิใจไทยเข้ามากำกับดูแลของการทำงานกระทรวงสาธารณสุข หากประชาชนมีสุขภาวะที่ไม่ดี ประเทศชาติก็จะก้าวหน้าไม่ได้ โดยผมได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงสาธารณสุข จึงทำทุกวิถีทางในการจัดหาวัคซีน ยารักษาโรค และการให้บริการต่างๆ ให้กับประชาชน เพื่อยุติวิกฤตการระบาดของโควิด วันนี้ฉีดวัคซีนเกิน ๑๐๐ ล้านโดสแล้ว วัคซีนเต็มแขนประชาชน ทำให้ประเทศเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่แข็งแรง และภายในปีหน้าคนไทยทุกคนจะได้รับวัคซีนบูสเตอร์จนกว่าโควิดจะหายไป”

๓๐ บาทรักษาทุกที่

“สิทธิในการรักษาพยาบาลของคนไทยทุกคน ขณะนี้ไม่ใช่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แต่เป็น ๓๐ รักษาทุกที่ สมัยก่อนถ้าจะไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นๆ จะต้องมีใบส่งตัว มีขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลานาน วันนี้พรรคภูมิใจไทย ได้กำหนดนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานประกันสุขภาพ แก้ปัญหานี้ ทำให้ประชาชนไม่วาจะเจ็บป่วยที่ไหน สามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้านได้ทันที ไม่ต้องมีใบส่งตัว ไม่ต้องมีเอกสาร เพราะพรรคภูมิใจไทยเข้าใจว่า ประชาชนที่เจ็บป่วยไม่สามารถรอได้แม้แต่นาทีเดียว จาก ๓๐ บาทรักษาเกือบทุกโรค พรรคภูมิใจไทยทำให้เป็น ๓๐ รักษาทุกโรค และรักษาได้ทุกที่ นอกจากนี้ในสมัยเด็ก เวลาเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงิน ไม่มีคนรู้จัก เข้าโรงพยาบาลเขาก็เรียกว่า ผู้ป่วยอนาถา เมื่อผมได้เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย สิ่งแรกที่ผมเสนอต่อกรรมการยุทธศาสตร์พรรค คือ ต้องตัดคำว่าผู้ป่วยอนาถาออกจากสารบบพจนานุกรม ต่อไปจะต้องไม่มี ผู้ป่วยคือผู้ป่วย ไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนจะต้องเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนดีขึ้น”

นโยบายด้านคมนาคม

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า “ที่ผ่านมาทุกคนอาจจะเคยถูกจับ ถูกปรับในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ด้วยนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ได้กำหนดบางเส้นทางสามารถให้รถยนต์วิ่งได้เร็วถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องถูกจับหรือปรับ และด้วยการบริหารกระทรวงคมนาคม ของเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกกฎกระทรวงในกรณีดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของตนเองมาสร้างรายได้เสริม ด้วยการรับจ้างส่งผู้โดยสารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอีกนโยบายที่พูดแล้วทำ คือ การลดรายจ่ายให้กับประชาชน โดยรัฐมนตรีคมนาคมได้เจรจาให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด ซึ่งในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ ให้ประชาชนใช้ทางด่วนฟรีปีละ ๒๕ วัน เป็นเวลา ๑๕ ปี ปีใหม่นี้ไม่ต้องเสียค่าทางด่วน ไม่ต้องรอรถติด เพราะพรรคภูมิใจไทยเข้าใจถึงความสำคัญของประชาชน เข้าใจว่าทุกคนต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างรวดเร็ว”

“วันนี้โคราชจะมีทางหลวงหมายเลข ๖ หรือมอเตอร์เวย์ช่วงบางปะอิน-โคราช ใช้เงินลงทุนไป ๘๔,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งกำลังจะเปิดใช้เร็วๆ นี้ เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชน ขณะนี้กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ใช้เงินลงทุนกว่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วงแรกระยะทาง ๒๕๓ กิโลเมตร ขณะนี้กำลังก่อสร้าง ทำให้ภาคอีสานมีรายได้ มีงานทำ และมีเงินใช้ และในอนาคตประชาชนทั้งประเทศ จะสามารถเดินทางไปมาทั้งประเทศด้วยความสะดวก และอีกไม่นานประเทศไทยจะมีรถไฟทางคู่ ๑๖ เส้นทาง รวมระยะทางแล้วมากกว่า ๓,๑๐๐ กิโลเมตร โดยใช้เงินลงทุนกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรรคภูมิใจไทยไม่เคยหยุดคิดที่จะทำให้ประชาชนมีทางเลือก มีโอกาสที่จะเสริมสร้างรายได้ให้กับตนเอง แม้จะมีวิกฤตโรคระบาดทั่วโลก แต่เราพยายามประคองระบบเศรษฐกิจไว้ โดยการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคของประเทศให้มากที่สุด การที่ประเทศไทยมีรถไฟทางคู่ ๑๖ เส้นทาง จะกลายเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

ฟื้นฟูการท่องเที่ยว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า “ก่อนจะมีโควิด ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า ๑ ล้านล้านบาท แต่เมื่อโควิดระบาดรายได้จากการท่องเที่ยวกลายเป็นศูนย์ เหตุผลที่ต้องเปิดประเทศเพราะเราต้องอยู่กับโรคระบาดให้ได้ เพื่อทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวกลับเข้ามา วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกำลังวางแผนการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ขึ้นมา เน้นท่องเที่ยวชุมชนวัฒนธรรม เพื่อให้เงินจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ไปถึงมือประชาชนทั่วทุกภูมิภาค โคราชก็เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมถึงอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย ทุกพื้นที่ต่างมีเอกลักษณ์และคุณค่า หลังจากวิกฤตโควิด พรรคภูมิใจไทยจะทำให้การท่องเที่ยวเกิดเงินหมุนเวียนสู่ประชาชนให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น ภายใต้การทำงานของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยจะทำให้บ้านพักของประชาชน กลายเป็นโรงแรม ๕ ดาว ที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ชอบมาพักแบบโฮมสเตย์ ช่วยให้ท้องถิ่นมีรายได้ ทำให้เกิดเงินสะพัดกว่าแสนล้านบาทต่อปี”

แก้ปัญหาหนี้ กยศ.

“ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข นโยบายที่พรรคฯ ประกาศไว้ตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้ง คือ การแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. ที่ลูกหลานกู้ไปเรียนแล้วไม่สามารถใช้คืนได้ ถูกฟ้องถูกยึดทรัพย์ พ่อแม่หรือครูที่เป็นผู้ค้ำประกันได้รับผลกระทบไปด้วย เรื่องนี้พรรคฯ จึงประกาศนโยบายให้การกู้ยืม กยศ.ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันอีกต่อไป ไม่ต้องมีดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือลูกหลานที่ต้องการหาความรู้และมีการศึกษาที่สูงขึ้น วันนี้ทำสำเร็จแล้ว โดยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ช่วยผลักดันให้นโยบายนี้เกิดความสำเร็จ กระทั่งกองทุน กยศ.ออกกฎมาว่า ต่อไปไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าผลักดันต่อไป ลูกหลานเรียนจบมาแล้วจะต้องไม่เป็นหนี้ ต้องไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน มีอนาคตที่สดใส มั่นคงและมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว จะทำให้ไม่มีการฟ้องดำเนินคดีกับลูกหลาน ถ้าเด็กเรียนจบมาแล้วไม่สามารถใช้คืนได้ คือความผิดของรัฐบาลไม่ใช่ของเด็ก พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าผลักดันให้การกู้ยืม กยศ.กลายเป็นทุนการศึกษา เด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาขั้นต่ำ คือ จบปริญญาตรีโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล”

พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ

นายอนุทิน กล่าวท้ายสุดว่า “ผมขอเป็นตัวแทนของผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะทำทุกสิ่งที่ทำให้ประชาชน ที่ต้องประสบภัยพิบัติร้ายแรงจากทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเดือดร้อนด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ รายได้ และความเป็นอยู่ ทุกคนจะต้องหลุดพ้นสิ่งเหล่านี้ โดยจะทำให้ดีที่สุด ทำงานอย่างหนักที่สุด จะรับฟังเสียงของประชาชนให้มากที่สุด และทำตามที่ประชาชนต้องการให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้เพิ่มอำนาจให้ตัวเอง ทุกคนจะต้องไม่อยู่ภายใต้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ขอสัญญากับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ”

‘พิพัฒน์’นั่งรองหัวหน้าพรรค

ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๔ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวว่า “มติที่ประชุมกำหนดให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และที่ประชุมมีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ๑๑ คน ได้แก่ ๑.นายอนุทิน ชาญวีรกูล ๒.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ๓.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค ๔.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค ๕.นายพิพัฒน รัชกิจปราการ รองหัวหน้าพรรคฯ ๖.นายกฤษณะศักดิ์ ศิริภัณฑ์ หัวหน้าสาขาพรรค จ.พัทลุง ๗.นายพิเชษฐ์ หาญจางสิทธิ์ หัวหน้าสาขาพรรค จ.ปทุมธานี ๘.นายธีรพันธ์ ศรีคชไกร หัวหน้าสาขาพรรค จ.นครสวรรค์ ๙.นายสนอง เทพอักษรณรงค์ หัวหน้าสาขาพรรค จ.บุรีรัมย์ ๑๑.นายยิ่งยศ สมประสงค์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยประจำจังหวัดอุทัยธานี เขตเลือกตั้งที่ ๑ และนายเทือง โกยรัมย์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ โดยในการประชุมพรรคฯ ได้มีการชี้แจงนโยบายและทิศทางของพรรคฯ ให้ทราบ โดยจากนี้ไปพรรคภูมิใจไทยจะพูดแล้วทำ เป็นเจตนารมณ์ในการหาเสียงเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี ๒๕๖๖ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมเสมอ พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งตลอดเวลา สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนมีความแนบแน่น มีความสามัคคี และมีเจตนารมณ์ไปในทิศทางเดียวกัน จึงไม่มีปัญหาในการดำเนินการประชุมวันนี้ การจะทำให้ประชาชนมั่นใจว่า เราจะแก้ปัญหาให้ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่า แม้ปัญหาภายในบ้านยังไม่มี”

ทำโคราชเจริญเหมือนบุรีรัมย์

เมื่อถามว่า “สาเหตุที่เลือกมาประชุมที่โคราชมีความคาดหวังอะไร” นายอนุทิน ตอบว่า “พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่ใกล้ชิดกับประชาชน มีถิ่นเดิมที่รวมตัวกันอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อทำให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ความสามัคคีของพรรคฯ ทำให้เกิดความเจริญ มีความก้าวหน้าทุกมิติ เราทำเพื่อบุรีรัมย์กระทั่งสำเร็จ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากเมืองที่ไม่มีนักท่องเที่ยว กลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ กีฬา และทุกด้าน โดยโมเดลที่ใช้กับบุรีรัมย์ คือ การทำให้สำเร็จจะต้องมีความเป็นปึกแผ่น โคราชก็เป็นเมืองใหญ่ มีความสำคัญ มีจำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีฐานการเมืองในโคราชที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และตลอดระยะเวลาที่ได้เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สามารถทำให้ประชาชนไว้วางใจ เชื่อมั่นใจการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้เรามีบุรีรัมย์แล้ว จึงจะมาทำคนโคราชมีความมั่นใจ เลือก ส.ส.ยกจังหวัด และขยายโมเดลนี้ไปใช้กับทุกจังหวัด เราไม่ได้อยากจะมาแย่งชิงพื้นที่ของใคร แต่เรามีความมั่นใจว่า มีศักยภาพ มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ผู้สมัครต้องทุ่มเท

ต่อข้อถามว่า “มีเป้าหมายว่าจะได้ ส.ส.กี่คน” นายอนุทิน ตอบว่า “ตั้งแต่ตั้งพรรคฯ มาไม่มีเป้าหมาย เพราะมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัคร ชี้ไปทางไหนคนนั้นก็เป้า เรามั่นใจว่าทำงานหนัก มั่นใจว่าเป็นคนของประชาชน ไม่ได้ทำงานหนักเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต่อให้ไม่มีบทบาทในสภาฯ เราก็ยังสามารถรับใช้ประชาชนในด้านต่างๆ ที่มีอยู่ โชคดีที่เราขยัน ทุ่มเท และรับฟังประชาชน จึงได้รับโอกาสมาเรื่อยๆ ผู้ที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอรับใช้ประชาชน จะต้องมีคุณสมบัติ คือ ทุ่มเทรับใช้ประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น”

ดัน‘อนุทิน’เป็นนายกรัฐมนตรี

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ เปิดเผยว่า “ขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะเสนอนายอนุทินเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแน่นอน ส่วนนโยบายใหม่ ทีมยุทธศาสตร์พรรคกำลังศึกษา แต่มีแน่นอน เพราะการออกนโยบายจะต้องวิจัยหรือศึกษา ไม่ใช่นั่งคิดแล้วออกมาทันที จะต้องดูว่า มีประโยชน์หรือผลกระทบอย่างไรต่อประชาชน”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ประจำวันพุธที่  ๒๒ - วันอังคารที่  ๒๘  เดือนธันวาคม  พุทธศักราช  ๒๕๖๔

 


624 896