20thJanuary

20thJanuary

20thJanuary

 

December 30,2021

ธุรกิจ‘คลังสินค้า’ยังสดใส รายได้รวมสูงขึ้นต่อเนื่อง เปิดทางหน้าใหม่ทำตลาด

ผยธุรกิจคลังสินค้าของไทยยังคงสดใส รายได้รวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้ง อี-คอมเมิร์ซ เดลิเวอรี และธุรกิจขนส่ง/ขนถ่ายสินค้า พร้อมเปิดทางให้นักธุรกิจหน้าใหม่เข้าทำตลาด คู่แข่งยังไม่มาก ความต้องการในธุรกิจสูง อนาคตยังเติบโตได้ดี 

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ช่วงระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา (๒๕๖๑-๒๕๖๓) ธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) ของไทย มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ แต่ก็สามารถประคับประคองธุรกิจให้มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปี ๒๕๖๓ รายได้รวมทั้งธุรกิจเกือบ ๙ หมื่นล้านบาท โดยมีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ อีกทั้งสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในทิศทางเดียวกันทั้ง ธุรกิจขนส่งขนถ่ายสินค้า เดลิเวอรี และธุรกิจด้านอาหาร/เครื่องดื่ม ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

“ความต้องการด้านคลังสินค้ายังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่รองรับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ตามนโยบายส่งเสริมพื้นที่อุตสาหกรรมของรัฐบาลทั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจคลังสินค้าสะท้อนได้จากมูลค่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๖๓ มีการลดลงเล็กน้อยจากกลุ่มการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การค้าปลีกและการค้าส่งยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะรูปแบบ B2C (Business to Customer) ที่ผู้ประกอบการทุกขนาดขยายช่องทางผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการคลังสินค้าของผู้ประกอบการในการสนับสนุนการค้า ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น จำนวนธุรกิจที่ยังมีจำนวนไม่มาก อีกทั้งความต้องการในธุรกิจของลูกค้ามีสูง ส่งผลให้ธุรกิจคลังสินค้าของไทยพร้อมเปิดทางให้นักธุรกิจหน้าใหม่มีพื้นที่เข้าทำตลาดอีกมาก” รมช.พาณิชย์ กล่าว

ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔) มีผู้ประกอบการในธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและดำเนินกิจการอยู่ จำนวน ๑,๒๔๐ ราย คิดเป็นร้อยละ ๐.๑๕ ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ และมีมูลค่าทุน ๒๐,๔๑๗.๖๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๑๑ ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัด มีจำนวน ๑,๐๒๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๕๘ มูลค่าทุน ๒๐,๐๒๕.๕๔ ล้านบาท

ธุรกิจขนาดเล็ก (S) มีจำนวนมากที่สุด ๑,๑๐๘ ราย (ร้อยละ ๘๙.๓๕) ธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน ๘๙ ราย (ร้อยละ ๗.๑๘) และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน ๔๓ ราย (ร้อยละ ๓.๔๗) ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ๕๔๒ ราย (ร้อยละ ๔๓.๗๑) รองลงมาคือ ภาคกลาง จำนวน ๒๙๕ ราย (ร้อยละ ๒๓.๗๙) และภาคเหนือ จำนวน ๑๕๗ ราย (ร้อยละ ๑๒.๖๖)

การลงทุนของชาวต่างชาติในธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มูลค่า ๕,๕๘๓.๒๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๐๖ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ๒๕๖๓ โดยสัญชาติที่มีการลงทุนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น มูลค่า ๓,๘๖๔.๑๕ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๘.๙๓) สิงคโปร์ มูลค่า ๖๔๑.๖๑ (ร้อยละ ๓.๑๔) จีน มูลค่า ๒๕๒.๘๑ (ร้อยละ ๑.๒๔) และสัญชาติอื่นๆ มูลค่า ๘๒๔.๖๖ ล้านบาท (ร้อยละ ๔.๐๔)  

ธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) ของไทย มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวม ปี ๒๕๖๑ มีจำนวน ๖๙,๓๕๔.๔๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ จำนวน ๗๑,๒๙๑.๗๓ ล้านบาท และ ปี ๒๕๖๓ จำนวน ๘๗,๒๔๐.๖๓ ล้านบาท การเจริญเติบโตของรายได้รวมต่อปี (ปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓) มีขนาดร้อยละ ๒.๗๙ และ ๒๒.๓๗ ตามลำดับ

“ทั้งนี้ จากรายงานของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่าภาพรวมธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าหลังจากนี้ยังสามารถเติบโตได้ดี โดยเฉพาะแบบ Built-to-Suit คือ การตกลงทำสัญญากับผู้เช่าก่อนที่จะเริ่มก่อสร้าง มีข้อดี คือ คลังสินค้าจะก่อสร้างตามแบบที่ผู้เช่าต้องการ ขณะเดียวกัน นอกจากคลังสินค้าที่มีความต้องการใช้พื้นที่จำนวนมากแล้ว ปัจจุบันยังมีความต้องการคลังสินค้าขนาดเล็กในหลายพื้นที่สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับ Cloud Kitchen (ครัวขนาดกลาง/ร้านที่มีแต่ครัวไม่มีที่นั่ง) ที่ถือเป็นการขยายกิจการร้านอาหารเพื่อรองรับการบริการจัดส่งผ่านเดลิเวอรีที่กำลังได้รับความนิยมรวมทั้ง บริษัทขนส่งรายใหญ่มีการขยายแฟรนไซส์โดยใช้ตราสินค้า (แบรนด์) ของบริษัทเพื่อทำคลังสินค้าในการสนับสนุนธุรกิจขนส่งในพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบของการเช่าพื้นที่คลังสินค้า หรือร้านค้าทั่วไปเพื่อขยายการให้บริการ และเป็นคลังสินค้าขนาดเล็กในพื้นที่นั้นๆ อีกด้วย” อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๐๙ วันพุธที่ ๒๙ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ - วันอังคารที่ ๑๑ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


595 897