18thNovember

18thNovember

18thNovember

 

April 11,2017

‘มาสด้า’พุ่งทะยานขึ้น ๖% หนุนนโยบายรัฐบาล ๔.๐ เตรียมศึกษารถยนต์ไฟฟ้า

 

         “มาสด้า” เปิดยอดจำหน่ายรถยนต์ในไตรมาสแรกปีนี้ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ยอดขาย ๓ เดือนแรกทะลุถึง ๑๑,๕๖๒ คัน เติบโตเพิ่มขึ้น ๖% ส่วนยอดขายเดือนมีนาคมโตขึ้นกว่า ๓๐% ในขณะที่ New Mazda2 รุ่นปี ๒๐๑๗ กวาดยอดขายเกือบ ๓,๐๐๐ คัน สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว เติบโตเพิ่มขึ้น ๔๗% ย้ำเดินมาถูกทาง ตั้งเป้าปีนี้ยกระดับบริการหลังการขาย การบริการ ความพร้อมด้านอะไหล่ และปรับภาพลักษณ์โชว์รูมใหม่ก้าวสู่แบรนด์พรีเมียม ประกาศเดินหน้าสนองนโยบายภาครัฐ ประเทศไทย ๔.๐ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เตรียมศึกษาโครงการรถไฟฟ้าโดยละเอียด

         บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยตัวเลขยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ยอดขาย ๓ เดือนแรกทะลุถึง ๑๑,๕๖๒ คัน เติบโตเพิ่มขึ้น ๖% ส่วนยอดขายเดือนมีนาคมนั้นโตขึ้นกว่า ๓๐% ในขณะที่ New Mazda2 รุ่นปี ๒๐๑๗ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก กวาดยอดขายเกือบ ๓,๐๐๐ คัน สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว เติบโตเพิ่มขึ้น ๔๗% ย้ำมาสด้าเดินมาถูกทาง เผยทิศทางธุรกิจปีนี้ ต้องยกระดับการบริการหลังการขาย การบริการ ความพร้อมด้านอะไหล่ และปรับภาพลักษณ์โชว์รูมใหม่ เตรียมก้าวสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียม อีกทั้งประกาศเดินหน้าสนองนโยบายภาครัฐ ประเทศไทย ๔.๐ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เตรียมศึกษาโครงการรถไฟฟ้าอย่างละเอียด

         ปัจจุบันมาสด้าดำเนินธุรกิจบนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “Building Block Strategy” ระยะที่ ๒ ซึ่งเป็นระยะที่เลือกใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ผนวกกับเทคโนโลยีการประหยัดน้ำมัน นั่นคือเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่อยู่ในรถยนต์มาสด้าที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ ๓ นั่นคือ การพิจารณานำเอาอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ามาใช้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลเพิ่งมีมติอนุมัติโครงการไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของมาสด้า แน่นอนว่ามาสด้าให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่มีความจำเป็นต้องศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ที่สำคัญมาสด้าให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยมาตลอด ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์มาสด้าอย่างครบวงจร และเป็นฐานการผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นแห่งแรกที่มีทั้งสายการผลิตรถยนต์ สายการผลิตเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการกระจายอะไหล่ในอาเซียน  มาสด้าลงทุนในประเทศไทยกับโครงการใหญ่ๆ มากมาย ตั้งแต่การลงทุนโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานระยะที่ ๒ หรืออีโคคาร์เฟส ๒ โครงการ Super Cluster รวมทั้งการลงทุนมูลค่ามหาศาลในการสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัติ ที่จังหวัดชลบุรี

         นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยว่า จากตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมทั้งตลาดตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีทิศทางที่สดใสมากขึ้น ส่งผลให้ไตรมาสแรกกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง นี่คือสัญญาณที่ดีหากมองถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เริ่มมองเห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์หลังจากที่อึมครึมต่อเนื่องมานานหลายปี หลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องเร่งมือเตรียมความพร้อมเพื่อสอดรับกับทิศทางที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้โครงการรถไฟฟ้าที่เพิ่งผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีนั้น มาสด้าต้องเร่งศึกษาในรายละเอียดเพราะสอดรับกับแผนการผลิตของมาสด้าในระยะกลาง

         ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ถือเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอีกหนึ่งปัจจัย เพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์นั้นมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยทำการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะโปรดักส์แชมเปี้ยนอย่างรถปิกอัพขนาด ๑ ตัน และรถอีโคคาร์ที่ได้รับการ ส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งนี้ประเทศไทยนั้นถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญอันดับ ๑ ของอาเซียน ในแต่ละปีมียอดการผลิตสูงกว่า ๒ ล้านคัน เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก อาทิ ในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งนำเอาเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลเข้าสู่ประเทศ  และสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลก

         ในช่วงปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ ตลาดในประเทศเกิดการชะลอตัวหลังจากสิ้นสุดโครงการรถคันแรก การดึงดีมานด์ในอนาคตมารวมไว้ภายในช่วงเวลาของโครงการรถคันแรก มีผลให้ภาระหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้นสูง และกดดันให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการฯ โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ ๘-๙ แสนคันต่อปี เทียบกับ ๑.๓-๑.๔ ล้านคันต่อปี ในช่วงที่มีโครงการฯ และยอดผลิตลดลงมาอยู่ที่ ๒ ล้านคันต่อปี เมื่อเทียบกับ ๒.๔ ล้านคันต่อปี ในช่วงก่อนหน้า สำหรับปีนี้คาดว่าตลาดรถยนต์ของประเทศจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดการณ์ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ ๘ แสนคัน หรือเติบโตเล็กน้อยประมาณ ๖-๘%

         สำหรับยอดขายรถยนต์มาสด้าเฉพาะเดือนมีนาคม มียอดขายรวมทั้งสิ้น ๕,๐๑๕ คัน เพิ่มขึ้น ๓๐% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ มียอดขายอยู่ที่ ๓,๘๗๑ คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุดได้แก่ Mazda2 มียอดขายสูงถึง ๒,๙๐๔ คัน ทุบสถิติใหม่ มียอดขายสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว โดยเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง ๔๗% รองลงมาได้แก่ Mazda BT-50 PRO จำนวน ๘๒๒ คัน เพิ่มขึ้น ๓๗% Mazda๓ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม จำนวน ๕๒๐ คัน เพิ่มขึ้น ๓๒% สูงสุดในรอบ ๑๕ เดือน Mazda CX-3 จำนวน ๕๐๐ คัน Mazda CX-5 จำนวน ๒๖๗ คัน และ Mazda MX-5 จำนวน ๒ คัน

         นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเห็นได้ว่ายอดขายรถยนต์มาสด้าทั้ง ๓ รุ่น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เราได้ปรับโฉมใหม่และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจนล้นคัน รวมทั้ง SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS และระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC) เข้ามาในรถทั้ง ๓ รุ่น คือ Mazda2, Mazda3 และ Mazda CX-3 ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ยอดขายรถยนต์มาสด้าในไตรมาสแรกของปีนี้ เริ่มเห็นแววความสดใสเด่นชัดมากขึ้น โดยปิดตัวเลขสูงถึง ๑๑,๕๖๒ คัน สูงสุดในรอบ ๔ ปี หรือเติบโตเพิ่มขึ้น ๖% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๙ มียอดขายอยู่ที่ ๑๐,๙๐๔ คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุด ได้แก่ Mazda2 มียอดขายสูงถึง ๖,๖๓๓ คัน เติบโตเพิ่มขึ้น ๑๔% รองลงมาได้แก่ Mazda BT-50 PRO มียอดขาย ๑,๗๙๑ คัน เพิ่มขึ้น ๑๗% Mazda3 จำนวน ๑,๓๒๔ คัน เพิ่มขึ้น ๑๑% Mazda CX-3 จำนวน ๑,๐๑๕ คัน Mazda CX-5 จำนวน ๗๙๕ คัน และ Mazda MX-5 จำนวน ๔ คัน

         นายชาญชัย ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ยอดขายรถยนต์มาสด้าที่แรงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคมนั้น สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์มาสด้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ เดือนยังแสดงให้เห็นว่ามาสด้านั้นต้องแข่งขันกับตัวเองอย่างหนัก ความมุ่งมั่นของชาวมาสด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทำให้มาสด้าได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่ให้ทั้งสมรรถนะความแรง และการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ อย่างเช่นเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ประกอบกับรูปลักษณ์โดดเด่นสวยงามในแบบ โคโดะ ดีไซน์ ก็ทำให้มีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ หันมามองแบรนด์มาสด้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทิศทางธุรกิจของมาสด้าในปีนี้จะมุ่งพัฒนาบริการหลังการขายที่ครบวงจรทั้งด้านรูปลักษณ์ของโชว์รูม ศูนย์บริการ การพัฒนาบุคลากร และการสำรองอะไหล่ เพื่อรองรับกับปริมาณรถยนต์มาสด้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเปิดตัวมากว่า ๒ ปีในเมืองไทย

         “ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มาสด้าประความสำเร็จอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย โครงสร้างเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยมาสด้ากำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย พร้อมๆ ไปกับการปรับภาพลักษณ์ของโชว์รูมใหม่ภายใต้ Mazda Corporate Identity ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ มาสด้าเรามี Product ที่ยอดเยี่ยม เรียกว่าดีที่สุดในปัจจุบัน ที่มากับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟการออกแบบที่สวยงาม รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS และ G-Vectoring Control (GVC) ซึ่งเราจะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สำหรับด้านการบริการหลังการขาย มาสด้าจะกำจัดจุดอ่อน ให้กลายเป็นจุดแข็ง เรากำลังเดินหน้ายกระดับคุณภาพของการบริการหลังการขายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และเป็นมาตรฐานเช่นเดียวกับมาสด้าทั่วโลก ซึ่งวันนี้คุณสามารถเดินไปที่โชว์รูมมาสด้าเพื่อสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ นอกจากนี้ มาสด้ายังเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้ารัก และจะรักตลอดไป โดยจะสร้างสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับลูกค้า การจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าได้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ เกิดเป็นสังคมคนรักมาสด้า หรือ Zoom-Zoom Society” นายชาญชัย กล่าว

         ทางด้านนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความเห็นว่า ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นผลพวงจากการสื่อสารกับลูกค้าในทุกๆ ช่องทาง โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ แต่มาสด้าเน้นไปที่การได้ทดลองขับของจริง  ประกอบกับกระแสความนิยมของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคและผู้ใช้งานจริง สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟได้อย่างที่ต้องการ และมีการบอกต่อและแนะนำไปยังเพื่อนและคนในครอบครัว ทำให้เป็นกระแสและการตอบรับในวงกว้าง เป็นการสื่อสารจากผู้บริโภคถึงผู้บริโภคด้วยกัน เป็นช่องทางการสื่อสารใหม่นอกเหนือจากการสื่อสารการตลาดที่บริษัทฯทำอยู่ รวมถึงการเน้นให้ผู้บริโภคได้ทดสอบทดลองขับรถมาสด้าเพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงตัวรถก่อนการตัดสินใจซื้อ

 

นสพ.โคราชคนอีสาน  ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒๔๒๗ วันอังคารที่ ๑๑ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐


142 5597