24thSeptember

24thSeptember

24thSeptember

 

May 03,2017

‘มิตซูบิชิมอเตอร์ส’ก้าวสู่ความสำเร็จ ตอกย้ำผู้ส่งออกรถยนต์ใหญ่สุดในปีนี้

          “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)” ก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับหนึ่งของประเทศ ยืนยันล้ำหน้าผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกรายอื่นๆ หลังประธานบริษัทใหญ่เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ที่เมืองไทยส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า ๑๒๐ ประเทศ

          เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายนที่ผ่านมา มร.คาร์ลอส กอส์น ประธานบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จำกัด เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งนับเป็นการเยี่ยมชมโรงงานครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเดือนธันวาคม โดยโรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ซึ่งดำเนินการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า ๑๒๐ ประเทศ

          มร.กอส์น กล่าวในโอกาสเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังว่า “โรงงานแห่งนี้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ด้วยเครื่องมือการผลิตที่มีคุณภาพสูงระดับโลก ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีกำลังการผลิตรถยนต์ถึง ๔๒๔,๐๐๐ คันต่อปี และในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย โรงงานดังกล่าวจึงเป็นฐานการผลิตระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส”

          ในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ ๓ ของโลก ด้วยยอดขายรวมเกือบ ๑๐ ล้านคันต่อปี โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยจะดำเนินการร่วมกันกับพันธมิตรผ่านแนวทางปฎิบัติที่ดีที่สุดในการควบคุมค่าใช้จ่าย การจัดหาชิ้นส่วน และการผลิต ในส่วนของการเติบโตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาจากการ จัดซื้อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาด้านการขนส่ง การใช้ประโยชน์ในโรงงานและเทคโนโลยีร่วมกัน รวมทั้งการใช้ฐานการผลิตรถยนต์ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนจำนวนมากของกลุ่มพันธมิตรในด้านการวิจัยและพัฒนา

          ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ๔ โรงงาน และมีการจ้างงานพนักงานกว่า ๖,๐๐๐ คน สำหรับปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยประมาณ ๓๕๖,๐๐๐ คัน สำหรับตลาดส่งออกที่สำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ สหภาพยุโรป คิดเป็นสัดส่วน ๒๘% กลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชีย ๒๕% อเมริกา ๒๑% โอเชียเนีย ๑๒% และอื่นๆ ๑๔%


Mr.Carlos    Ghosn

 

          นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒๔๓๐ วันจันทร์ที่ ๑ - วันศุกร์ที่ ๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


117 5607