26thJuly

26thJuly

26thJuly

 

May 17,2017

ออมทรัพย์โวย ๒ ล้านล่องหน ร้องสอบผู้บริหารเชื่อไม่โปร่งใส

                มาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกว่า ๒๐๐ คนร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้ตรวจสอบบัญชีรับ-จ่ายกรรมการ หลังเงินฝากสะสมกว่า ๒ ล้านบาทหาย ไม่สามารถเบิกถอนได้ อ้างปล่อยกู้ให้สมาชิกแต่ไม่ ส่งคืน  เชื่อบริหารไม่โปร่งใส ขณะที่อำเภอรุดตรวจสอบความจริง

                เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นายเพชร สุพพัตกุล นายอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายทศพล เสนามนตรี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยนายเดี่ยว ยอรัมย์ ปลัดฝ่ายปกครอง, นายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง และผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ ๒๖ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หลังมีผู้นำชุมชนและประชาชนที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโพธิ์ทอง ม.๘ และบ้านทุ่งโพธิ์ ม.๒ ต.ชุมแสง อ.นางรอง เข้าร้องเรียนว่า เงินออมสัจจะ และเงินฝากสะสมของทั้ง ๒ หมู่บ้าน ที่มีสมาชิกอยู่กว่า ๒๐๐ คน ยอดเงินฝากมากกว่า ๒ ล้านบาทหายไป โดยทางคณะกรรมการกลุ่มอ้างว่า ได้ปล่อยกู้ให้สมาชิก โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒ บาทต่อเดือน แต่ไม่สามารถเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยจากผู้กู้ได้ ทำให้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการส่งผลให้ไม่มีเงินปันผลรายปีให้กับสมาชิก และผู้ที่ต้องการถอนเงินต้นหรือเงินฝากคืนก็ไม่สามารถถอนได้เพราะไม่มีเงินเหลือในบัญชี

                นางรัญชิดา มนจิ้งหรีด และนางผกามาศ ออกรรัมย์ ราษฎรบ้านโพธิ์ทอง ม.๘ ต.ชุมแสง อ.นางรอง กล่าวว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโพธิ์ทองก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ เพื่อให้ประชาชน ผู้สูงอายุที่ต้องการเก็บออมเงินได้นำเงินมาฝากตั้งแต่คนละ ๒๐–๒,๐๐๐ บาท ต่อเดือน แล้วแต่ใครอยากออมมากน้อย ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและความสะดวก ที่ไม่ต้องการเดินทางไปฝากเงินที่ธนาคาร โดยช่วงแรกทางกลุ่มก็มีเงินปันผลให้กับสมาชิกที่ฝากออมเงินอีกด้วย ทำให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นนำเงินมาฝากอย่างต่อเนื่อง แต่ระยะหลังไม่มีเงินปันผลให้สมาชิก หลายคนจึงไปขอถอนเงินฝากคืนแต่ไม่สามารถถอนได้ เพราะไม่มีเงินเหลือในบัญชีโดยทางคณะกรรมการอ้างว่า ไม่สามารถเก็บเงินต้นและดอกจากสมาชิกที่กู้ได้ หากใครอยากถอนเงินคืนก็ให้ไปติดตามทวงถามกับผู้กู้เอาเอง จึงสร้างความคลางแคลงใจแก่สมาชิกทั้งเชื่อว่าอาจการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจบัญชีรายรับ-รายจ่าย รวมถึงการบริหารงานของกรรมการฯ ว่า มีความโปร่งใสหรือไม่ ทั้งให้นำเงินที่ฝากสะสมมาคืนให้กับสมาชิกทุกคนด้วย แต่หากไม่สามารถนำมาคืนได้ ก็จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                ด้านนายทศพล เสนามนตรี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้ง ๒ หมู่บ้าน เกี่ยวกับปัญหาในการบริหารจัดการเงิน ทำให้สมาชิกไม่ได้รับเงินปันผลและไม่สามารถถอนเงินฝากของตัวเองได้ ทางอำเภอก็ได้ร่วมกับฝ่ายทหารเข้ามารับฟังข้อเท็จจริงทั้งจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องว่า เกิดปัญหาและข้อผิดพลาดจุดไหน เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ซึ่งเบื้องต้นทางกรรมการชี้แจงว่าปัญหาเกิดจากที่สมาชิกปล่อยกู้แล้วไม่ส่งเงินคืนกลุ่มฯ ทำให้ขาดสภาพคล่องไม่มีเงินที่จะนำมาบริหารจัดการ จากกรณีดังกล่าวจึงนัดให้ผู้กู้เงินมาเจรจาเพื่อหาแนวทางชดใช้เงินคืนให้กับกลุ่ม เพื่อทางกลุ่มจะได้นำเงินไปบริหารจัดการและคืนให้กับสมาชิกที่ต้องการถอนเงิน แต่หากไม่สามารถคืนเงินให้กับสมาชิกได้ ทางสมาชิกหรือผู้ร้องก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

 

 


รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มออมทรัพย์

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒๔๓๓ วันอังคารที่ ๑๖ - วันเสาร์ที่ ๒๐ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


44 5592