18thOctober

18thOctober

18thOctober

 

August 07,2017

ผู้ปกครองแจ้งความ ครูสั่งนักเรียนกราบรองเท้า

                แม่พิมพ์รุ่นใหญ่ให้ลูกศิษย์กราบรองเท้านักเรียน ก่อนนำมาวางบนหัวให้เดิน ๔ ขาเข้าห้องเรียนต่อหน้าเพื่อนครึ่งร้อย ผู้ปกครองแค้นแจ้งความ รอผู้บริหารตัดสิน

                เมื่อช่วงค่ำวันที่ ๔ สิงหาคมที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเน็ตแห่แชร์และแสดงความคิดเห็นโกรธแค้น หลังเพจดัง DR.K.v๓ โพสต์คลิปวิดีโอ เด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นถูกครูทำโทษให้กราบรองเท้านักเรียนต่อหน้าเพื่อนกว่าครึ่งร้อยคน พร้อมระบุข้อความว่า “วุฒิภาวะขนาดนี้แต่ยังใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง...ยังไงก็ไม่สมควรทำแบบนี้กับเด็ก ว่ากล่าวตักเตือนก็ได้...ไปอารมณ์เสียมาจากไหนวะ” เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ออกมาชาวเน็ตแห่แชร์กว่า ๗,๘๐๐ ครั้ง มีผู้เข้าชม กว่า ๓.๓ แสนคน

                หลังกระแสดราม่าขยายออกอย่างกว้างขวาง ผู้สื่อข่าวได้พยามสืบหาเด็กชายในคลิปจนทราบชื่อเด็กชายวุช (นามสมมติ) อายุ ๑๓ ปี นักเรียนชั้น ม.๑ โรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา ต.ทุ่งเทิง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

                ด.ช.วุช เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. วันที่ ๔ สิงหาคม ขณะที่สับเปลี่ยนคาบเรียน ขณะนั้นตนได้ทำผิดระเบียบใส่รองเท้านักเรียนขึ้นมาบนอาคารเรียน จังหวะนั้นได้มีอาจารย์อ้อย นามสมมติ (น.ส.วินัยจันทร์  รูปใหญ่) ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ เข้ามาพบพอดีจึงได้ส่งให้ตนกราบรองเท้า ๑๐ ครั้ง แล้วนำเอารองเท้ามาวางไว้บนศรีษะ และให้คลาน ๔ ขา เข้าห้องเรียนต่อหน้าเพื่อนๆ ห้องข้างเคียงกว่า ๕๐ คน ระหว่างนั้นตนก็ไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้ถ่ายคลิปดังกล่าว ด.ช.น้อยยังกล่าวอีกว่าส่วนตัวแล้วตนก็ไม่ได้อายอะไรแต่ก็รู้สึกว่าการทำโทษนั้นเกินกว่าเหตุ น่าจะใช้วิธีการตีก็น่าจะเหมาะสม

                ด้าน น.ส.ริด อายุ ๒๘ ปี พี่สาวกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ทราบเรื่องจากเพื่อนของน้องส่งไปให้แม่ และแม่ก็ส่งต่อมาให้ตนดู เมื่อเห็นภาพของน้องต้องก้มกราบรองเท้าตนเองก็รู้สึกว่ายอมไม่ได้ เพราะตนเองก็เคยเรียนที่โรงเรียนนี้มาก่อนเคยทำผิดและถูกลงโทษมาก่อนตามประสาเด็ก แต่การให้เด็กกราบรองเท้าและเอารองเท้ามาวางที่ศรีษะมันเป็นการทำเกินไปหรือเปล่า การทำโทษมีหลายวิธีจะใช้ไม้ตีก็ไม่ได้ว่า ตนเองก็เคยถูกตีมาเหมือนกัน แต่การให้ก้มกราบรองเท้าไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามตนและครอบครัวได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เดชอุดมแล้ว และได้เข้าพบผู้บังคับบัญชาของครูคนดังกล่าวแล้วที่เหลือก็จะให้ผู้ใหญ่เป็นผู้ตัดสินว่า ผิดหรือไม่ผิดอย่างไรก็จะยอมรับคำตัดสินของผู้ใหญ่ของโรงเรียน

                ด้าน พ.ต.อ.ภัทรพล โพธิอะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเดชอุดม เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนออกหมายเรียกครูคู่กรณีมาให้ข้อเท็จจริง แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ

                ด้านโรงเรียนต้นสังกัดเองเบื้องต้นได้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อครูอ้อย และผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ได้

โปรดติดตามข่าวโดยละเอียดจาก นสพ. โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๔๙ วันอาทิตย์ที่ ๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


38 5593