December 30,2017
รถไฟหลวงสายแรกในเมืองไทย
การคมนาคมในสมัยก่อนส่วนใหญ่ใช้เกวียน ช้าง ม้า เรือ ฯลฯ เป็นพาหนะในการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางจากโคราชไปกรุงเทพฯ นั้น แสนยากลำบากต้องใช้เวลาแรมเดือน เพราะเส้นทางทุรกันดาร ซ้ำยังต้องข้ามขุนเขาและป่าดงดิบ ซึ่งบริเวณปากช่องเรียกกันว่า “ดงพญาไฟ” มีไข้ป่าชุกชุม ใครสามารถเดินทางผ่านดงพญาไฟรอดชีวิตมาได้นับว่าโชคดีมี บุญเหลือล้น
คนไทยรู้จักรถไฟเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษได้ส่งรถไฟจำลองมาเป็นเครื่องบรรณาการถวายแด่พระองค์
ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสประเทศอินเดียได้มีโอกาสเสด็จทาง รถไฟจากเดลฮีถึงบอมเบย์ ทำให้พระองค์ทรงเห็นว่า รถไฟเป็นยานพาหนะที่สำคัญ จึงทรงมีพระราชดำริสร้างรถไฟ ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น นับว่ามีความจำเป็นยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อคมนาคม ซึ่งทางบกมีแต่ทางเกวียน และทางน้ำก็มีแต่แม่น้ำลำคลองนั้นไม่เพียงพอต่อการบำรุงรักษาพระราชอาณาเขตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีเส้นทางทุรกันดาร ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะเรื่องการเมืองต่างประเทศที่ขณะนั้นฝรั่งเศสและอังกฤษต่างเร่งล่าอาณานิคม ดังนั้นจึงตกลงพระราชหฤทัยวางรากฐานกิจการรถไฟ ซึ่งมี ๒ ประเภทคือ รถไฟของรัฐหรือรถไฟหลวงและทางรถไฟราษฎร์ รถไฟของรัฐหมายถึงทางรถไฟที่รัฐบาลเป็นเจ้าของและลงทุนสร้าง ส่วนรถไฟราษฎร์เป็นของบริษัทเอกชนต่างประเทศที่ได้สัมปทานจากรัฐ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๑ ได้มีการเปิดประมูลสร้างทางรถไฟ ปรากฏว่า มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบล ชาวอังกฤษ เป็นผู้ประมูลได้ในจำนวนเงิน ๙,๙๕๖,๑๖๔ บาท (การรถไฟแห่งประเทศไทย, ๒๕๖๐)
ในปี พ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศสร้างรถไฟหลวงสายแรกขึ้นในประเทศสยาม เพื่อให้การติดต่อกับหัวเมืองภาคอีสานได้รับความสะดวก คือกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ประชาชนคนไทยในสมัยนั้นหาผู้ที่เคยเห็นและรู้จักรถไฟได้ยากเต็มที นอกจากพระบรมวงศานุวงศ์ที่เคยเสด็จฯ ต่างประเทศเท่านั้น จึงต่างตั้งหน้า ตั้งตารอดูด้วยความอยากเห็นว่ามันจะมีรูปร่างลักษณะอย่างไร แตกต่างจากพาหนะเช่นเกวียน ช้าง ม้า อย่างไร
ในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๓๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปทรงขุดดินพระฤกษ์ที่หัวลำโพง เพื่อวางรางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพฯถึงนครราชสีมา อนึ่งในระหว่างที่ดำเนินการก่อสร้างรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมานี้ ได้มีการก่อสร้างรถไฟราษฎร์สายกรุงเทพฯ-ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ มีระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร และเปิดเดินรถในวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๖ หรือ ร.ศ.๑๑๒ นับว่าเป็นรถไฟสายแรกในประวัติศาสตร์ที่เปิดเดินรถอย่างเป็นทางการ(ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ และรุ่งโรจน์ เทพลิบ, ม.ป.ป. : ๕๖; สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ๒๕๖๐) ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์แก่คนบางกอกเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับชาวโคราชและชาวหัวเมืองในภาคอีสานต่างเฝ้ารอว่า เมื่อไรรถไฟหลวงจะสร้างเสร็จ ซึ่งกว่ารถไฟจะไปถึงโคราชนั้นได้ดำเนินการเป็นช่วงๆ ในช่วงแรกสร้างระหว่างกรุงเทพฯ-กรุงเก่าหรืออยุธยาระยะทาง ๗๑ กิโลเมตร สร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๙ ซึ่งพระองค์ได้เสด็จประทับรถขบวนแรกนี้จนถึงกรุงเก่า การก่อสร้างยังคงดำเนินการต่อไปจนถึงชุมทางบ้านภาชี จึงแยกเป็น ๒ สาย คือ สายหนึ่งขึ้นไปทางเหนือ อีกสายเลี้ยวขวาเข้าสระบุรีมุ่งสู่อีสาน จุดหมายปลายทางตามโครงการอยู่ที่นครราชสีมา ทางรถไฟสายแรกที่ทรงประกาศสร้างได้เสร็จเรียบร้อย เป็นระยะทาง ๒๖๕ กิโลเมตร เป็นเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๗,๕๘๕,๐๐๐ บาท หรือประมาณกิโลเมตรละ ๖๖,๓๖๐ บาท และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๔๓ จากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จากนั้นได้เสด็จโดยขบวนรถไฟประพาส จ.นครราชสีมาด้วย (การรถไฟแห่งประเทศไทย, ๒๕๖๐) การคมนาคมได้เชื่อมระหว่างภาคกลางกับภาคอีสานได้สมตามพระราชเจตจำนง ทำให้การเดินทาง การขนส่ง เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว อย่างชนิดที่เรียกว่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อในยุคสมัยนั้น ไม่ต้องนั่งเกวียน ช้าง ม้า หรือใช้เรือ กันอีกต่อไป
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลที่จะพัฒนาประเทศเหมือนนานาอารยประเทศ
จากในอดีตเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๓ ประเทศไทยมีรถไฟสายแรกที่เชื่อมหัวเมืองคือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถึงวันนี้ ปี พ.ศ.๒๕๖๐ เป็นเวลา ๑๑๗ ปี แล้ว รถไฟยังคงมีความสำคัญในการคมนาคมขนส่ง ด้วยสโลแกนที่ว่า “เดินทางโดยรถไฟ ปลอดภัยที่สุด” และคงจะเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งเมื่อในปี พ.ศ.๒๕๕๙ รัฐบาลได้มีโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงซึ่งพัฒนาจากรถไฟรางเดี่ยวมาเป็นรางคู่ เริ่มจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แล้วโครงการช่วงต่อไปมุ่งสู่หนองคาย นับเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และเป็นความภาคภูมิใจของคนโคราชและคนอีสานที่จะมีรถไฟความเร็วสูงเป็นสายแรกอีกวาระหนึ่ง




รถจักรไอน้ำ โฟร์วีลเลอร์ (ดับส์) ใช้ลากจูงขบวนรถไฟปฐมฤกษ์จากกรุงเทพ - อยุธยา ในวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๙ ภาพโดย หมวดช่างภาพ การรถไฟแห่งประเทศไทยส่วนระยะทางจากอยุธยา ผ่านชุมทางบ้านภาชี ถึงสถานีชุมทางแก่งคอย ระยะทาง ๕๓ กิโลเมตร

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับยืนอยู่บนไม้หมอน ระหว่างทางเสด็จประพาสโคราช ในคราวเปิดเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ – นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๔๓ (ร.ศ.๑๑๙) (สถานที่ในภาพ คาดว่าเป็นดงพญาเย็น) ภาพจาก-โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
เอกสารอ้างอิง
การรถไฟแห่งประเทศไทย. (๒๕๖๐). ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จาก http://www.railway.co.th/main/profile/history.html#.
ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ และ รุ่งโรจน์ เทพลิบ. (ม.ป.ป.). เรื่องเมืองไทย. กทม. : เทพพิทักษ์การพิมพ์.
รถไฟดอทคอม. ตำนานแห่งรถไฟไทย. สืบค้นเมื่อ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จาก ortal.rotfaithai.com/modules.php?name=Content&pa =showpage&pid=17.
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (๒๕๖๐).ประวัติการรถไฟในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=4&chap=7&page=t4-7-infodetail03.html.
ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๗๗ วันจันทร์ที่ ๑ - วันศุกร์ที่ ๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
282 3,836



