26thSeptember

26thSeptember

26thSeptember

 

July 07,2018

พรรคพลังธรรมใหม่บุกอีสาน จัดเสวนาปฏิรูปพลังงานไทย “ดูด”ไข้เลือดออกทางการเมือง

         บุกเยือนอีสานจัดเสวนาปฏิรูปพลังงานไทย แย้มไม่กลัวอิทธิพลเบื้องหลังระบบพลังงานไทย ชูโมเดลจัดตั้ง“บรรษัทพลังงานแห่งชาติ” เสนอปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน-ก๊าซ ช่วยลดค่าครองชีพคนไทยกว่า ๒ แสนล้านบาทต่อปี หัวหน้าพรรคมองกระแสดูดเป็นไข้เลือดออกทางการเมือง รอดูตอนจบจะเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย    

         เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่โรงแรมเฮอร์มิเทจ จังหวัดนครราชสีมา พรรคการ เมืองน้องใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ จัดเสวนา เรื่อง “ปฏิรูปพลังงานไทยให้เป็นธรรม” โดย นายแพทย์ ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และหม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ร่วมกันขึ้นพูดถึงทิศทางพลังงานไทยที่จะต้องรีบปฏิรูป โดยมีสมาชิกตัวแทนทั้ง ๓๒ อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมรับฟังกว่า ๒๐๐ คน

         หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ความเป็นธรรมทางพลังงาน มีหลักการว่า การจัดการต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะเป็นเจ้าของทรัพยากรที่แท้จริง โดยมีเครื่องมือคือ บรรษัทพลังงานแห่งชาติ เข้าทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนชาวไทยในการดูแลแหล่งก๊าซและน้ำมัน โดยเปลี่ยนระบบการจัดการเป็นระบบแบ่งปันการผลิตและจ้างผลิต หากทำได้สำเร็จสมบูรณ์ ประเทศจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑ แสนล้านบาทต่อปี การปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน จะทำให้ราคาลดลง ๓ บาทต่อลิตร จะช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้อีกประมาณ ๑ แสนล้านบาทต่อปี และการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม จะทำให้ราคาลดลง ๔๕ บาทต่อถัง จะช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้อีกประมาณ ๑ หมื่นล้านบาทต่อปี หากจัดการได้เช่นนี้ ประเทศและประชาชนไทยจะมั่งคั่งมั่นคงขึ้นถึงปีละกว่า ๒ แสนล้านบาท ที่จะกลับมาเป็นโรงเรียน โรงพยาบาลที่ดีขึ้น กลับมาดูแลความเป็นอยู่ของเราและประเทศของเราให้มั่นคงถาวรตลอดไป

         นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับพลังงานไทย และการที่จะเสนอรัฐบาลให้ปฏิรูปพลังงานไทยอย่างจริงจัง พรรคพลังธรรมใหม่ถือเป็นพรรคแรกๆ ที่จะสู้เรื่องการปฎิรูปพลังงานไทยอย่างจริงจัง และไม่กลัวอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังระบบพลังงานไทย เพราะระบบปฏิรูปพลังงานประเทศอื่นเขาเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังเป็นสัมปทานแบบเดิม การปฏิรูปครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล ไม่เพียงแค่ ๒ แสนล้านบาทต่อปี ยังจะทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะพลังงานเป็นเส้นเลือดใหญ่ของทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเดินทางหรือขับรถ ทุกอย่างต้องใช้พลังงาน อย่างน้อยจากที่พรรคเราได้วิเคราะห์ และรัฐบาลเห็นชอบในข้อเสนอของพรรคเรา และยอมปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ลดได้ไม่ต่ำกว่า ๓ บาทต่อกิโลเมตรหรือต่อลิตร ทั้งน้ำมันดีเซล เบนซิน แก๊ส บางอย่างอาจจะลดได้ถึง ๖ บาทต่อกิโลเมตรหรือต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดเงินประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า ๑ แสนล้านบาทต่อปี

         หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ยังเปิดเผยจุดเด่นของพรรคว่า พรรคเราจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในเมืองไทย เพราะเมืองไทยมีการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกแห่งหน ทุกวงการ ถือเป็นเรื่องแรกของพรรคพลังธรรมใหม่ที่จะดำเนินการ ส่วนอีกเรื่องคือการปฏิรูปพลังงานไทย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดสรรผลประโยชน์ด้านพลังงาน แต่ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้พลังงานไทยถูกกว่ามาเลเซีย พรรคเราได้ประเมินแล้วว่าถ้ามีการปฎิรูปพลังงานไทยในช่วงรัฐบาลท่านนายกประยุทธ์จะสามารถทำให้ประเทศไทยมีรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า ๒ แสนล้านบาทต่อปี 

         “ส่วนโหมดการเลือกตั้งพรรคพลังธรรมใหม่เราชัดเจนคือจะชูคนดี คนที่ซื่อสัตย์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแต่คะแนนจากการเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสิน ถ้าพรรคเราไม่สามารถเอาคนของพรรคขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ พรรคก็จะพิจารณาตัวแทนจากพรรคอื่น ๓ รายชื่อที่แต่ละพรรคอื่นเสนอมา พรรคไหนที่มีเงื่อนไขที่จะรวมรวบเสียงได้ เราก็จะพิจารณาว่าพรรคที่เสนอมาเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยพลังธรรมใหม่เป็นพรรคของประชาชน ระบบเราไม่เหมือนพรรคอื่น เราจะให้สมาชิกทั่วประเทศเป็นผู้ลงมติว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี” นายแพทย์ ระวี กล่าว

         ขณะที่มีกระแสข่าวเรื่องกลุ่มต่างๆ ดูดสมาชิกเข้าพรรค นายแพทย์ ระวี กล่าวว่า “ถ้ามองในแง่ดีพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้ร้าย เพราะทำให้เกิดไข้เลือดออกระบาดทางการเมือง ดูดเลือดจากพรรคอื่นมา แต่ถ้าเกิดพลเอกประยุทธได้เป็นนายกฯแล้วสามารถจัดการให้บ้านเมืองดีได้ ที่ดูดมาทำให้ดีได้พลเอกประยุทธ์ก็เป็นพระเอกตอนจบ แต่ถ้าเกิดดูดมาแล้วควบคุมไม่อยู่เหมือนรัฐบาลก่อนๆ ที่ผ่านมาก็จะเป็นผู้ร้ายตั้งแต่ต้นจนจบ”

นสพ.โคราชคนอรสาน ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๑๓ วันศุกร์ที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๐  เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


75 5664