19thDecember

19thDecember

19thDecember

 

October 04,2018

สนช.ลุยตรวจรถไฟทางคู่ขอนแก่น ปชช.ขอยกระดับมากกว่าทางลอด

           กรรมาธิการคมนาคม สนช. ลุยตรวจปัญหาการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หลังประชาชนยืนยันขอทางยกระดับมากว่าทางลอด วอน “บิ๊กตู่” เห็นใจและเข้าใจปัญหาราษฎรที่ได้รับผลกระทบ เตรียมพึ่งอำนาจศาลปกครองช่วยเหลือ ด้วยการขอประชาพิจารณ์ใหม่

           เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑ นายวันชัย ศารทูลทัต รองประธานกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ หลังมีการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างดังกล่าวที่ส่งผลต่อการสัญจรไป-มา ของประชาชนและการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ๔ อำเภอ ประกอบด้วย อ.พล, แวงน้อย, แวงใหญ่ และหนองสองห้อง เนื่องจากแบบการก่อสร้างไม่สอดรับกับความเป็นจริง และไม่เป็นที่ต้องการของประชาชน โดยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สนช. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บริเวณจุดก่อสร้างสะพานยกระดับ ๒ จุด และอุโมงค์ทางลอด ๑ จุด ตามข้อร้องเรียนของประชาชน โดยในช่วงของการตรวจสอบนั้นได้มีประชาชนชาวอำเภอพล ถือป้ายเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับรูปแบบการก่อสร้างใหม่ทั้งหมด  เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ตลอดทั้งช่วงของการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการ 

           จากนั้นคณะฯ ได้เข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นตามข้อร้องเรียนดังกล่าว ที่หอประชุมอำเภอพล โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม สนช.รวมกว่า ๕๐๐ คน โดยมีการชูป้ายข้อความแสดงความต้องการทางยกระดับทางรถไฟ ในโครงการดังกล่าวในเขตพื้นที่อำเภอ มากกว่าการปิดถนนสัญจรของประชาชนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

           โดยในช่วงการนำเสนอข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบที่เข้าร่วมประชุมนั้น ประชาชนที่มาร่วมรับฟังได้มีการโห่ร้อง และส่งเสียงคัดค้านการนำเสนอข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ผิดไปจากความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น และ พ.อ. พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น เข้าควบคุมสถานการณ์และดำเนินการการประชุมดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

           นายวันชัย ศารทูลทัต รองประธานกรรมาธิการการคมนาคม สนช. กล่าวว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานที่รับเรื่องร้องเรียน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจดบันทึกเพื่อรายงานต่อประธานกรรมาธิการการคมนาคม ได้รับทราบข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏในวันนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบกับเอกสารหลักฐานเดิมที่ประชาชนร้องเรียน สนช.ไป ทั้งนี้ ผลสรุปจะออกมาในรูปแบบใดนั้นต้องมีการสรุปจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการอีกครั้ง

           นายสุภีร์ ทองมีค่า อายุ ๖๕ ปี แกนนำประชาชน กล่าวว่า ชาวขอนแก่นและพื้นที่จังหวัดข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ดังกล่าวนี้ ไม่ได้ติดใจหรือขัดขวางการก่อสร้างโครงการของรัฐบาลแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการนั้น คือการทำในสิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ ไม่ใช่เป็นการทำประชาพิจารณ์กันเอง โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รับทราบ จนกลายเป็นปัญหาคือการปิดถนนทางหลักที่สัญจรไป-มา ๓ จุด และมาสร้างทางลอดทางรถไฟขนาดเล็ก ๑ จุด รวมทั้งการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟแบบเกือกม้าที่ให้รถวิ่งสวนทางได้อีก ๒ จุด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนหลายพันคนที่ต้องผ่านเส้นทางนี้ต้องการ ดังนั้น ในข้อเรียกร้องที่ประชาชนคนเมืองพล ในฐานะแกนนำหลักที่ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อขอร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังปัญหาของประชาชนและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนหลายพันคนอย่างจริงจัง คือการปรับการก่อสร้างตามแบบเดิม มาเป็นการก่อสร้างทางรถไฟแบบยกระดับ หรือที่ชาวบ้านเราเรียกว่ายกราง ในระยะทาง ๖ กม. เฉพาะในพื้นที่จุดที่กำลังเป็นปัญหาเกิดขึ้นในขณะนี้

           “ประชาชนชาวขอนแก่นในพื้นที่ ๔ อำเภอและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงล้วนต้องการให้ถนน ๓ เส้นทางหลักที่ถือเป็นเส้ทางสายหลักที่สำคัญของประชาชนนั้นกลับคืนมา ซึ่งเมื่อการก่อสร้างที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังคงดำเนินการอยู่ แม้จะมีการคัดค้านจากประชาชน ก็ขอให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนและร่วมกันหาทางออก และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จริงจัง ชัดเจน โดยความหวังของประชาชนคือ มีการก่อสร้างที่เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชน ดังนั้น การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้ของคณะกรรมาธิการฯ สนช. ทำให้ประชาชนทุกคน มีความหวังมากขึ้นว่า ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยจะรอคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจสูงสุดในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ประชาชนยังเตรียมที่จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองขอนแก่น ในการขอให้มีการทำประชาพิจารณ์ใหม่อีกครั้ง ในประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้” นายสุภีร์ กล่าวท้ายสุด

 

 นสพ.โคราชคนอีสาน  ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๒๘ วันจันทร์ที่ ๑ - วันศุกร์ที่ ๕ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


680 6128