19thDecember

19thDecember

19thDecember

 

October 06,2018

‘สุวัจน์’ไม่ทิ้งโคราช “ชาติพัฒน์”สู้ครบ ๑๔ เขต ลูก‘บิ๊กซัน’โดดร่วมพรรค

          พรรคชาติพัฒนาประชุมใหญ่ แก้ไขข้อบังคับพรรคฯ เผยโฉมโลโก้ใหม่ พร้อมทุ่มสุดตัวส่งสมาชิกลงเลือกตั้งครบ ๑๔ เขตทั่วโคราช ลั่นเชื่อมั่นสูงเขต ๑, ๒ และ ๓ ไม่หวั่นแม้แข่งขันดุเดือด ยืนยัน ‘สุวัจน์’ ไม่ทิ้งพรรคและชาวโคราช เพราะ ‘โคราชคือบ้านของชาติพัฒนา’

          เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่โรงแรมซิตี้พาร์คโคราช มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี ๒๕๖๑ นำโดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองเลขาธิการพรรค นายชลิตรัตน์ จันทรุ เบกษา โฆษกพรรค รวมทั้งน้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก ๒๐๐๔ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในกรุงเทพฯ และมีตำแหน่งเป็นรองโฆษกพรรค รวมทั้ง ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ ผู้บริหารเครือสตาร์เวลล์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมสมาชิกพรรคชาติพัฒนาจาก ๔ ภาค ที่มาจากสาขาพรรคทั่วประเทศ ร่วมประชุมกว่า ๓๐๐ คน โดยมีอดีต ส.ส.นครราชสีมา, อดีต ส.ส.นครสวรรค์, อดีต ส.ส.สกลนคร, อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์, อดีต ผู้สมัครส.ส.เชียงราย, อดีตผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมด้วย

          การประชุมครั้งนี้นับเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกของพรรคชาติพัฒนา นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ หลังจากการคลายล็อกทางการเมืองของ คสช. การประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี ๒๕๖๑ เพื่อแก้ไขข้อบังคับของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบตามร่างข้อบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ.๒๕๖๑ แต่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

          นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า จากนี้ไปจะเริ่มรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่เพิ่มเติม และการจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบ ๔ ภาค คือ ภาคอีสานที่ จ.นครราชสีมา มีความพร้อมที่สุด เพราะมีสมาชิกกว่า ๕,๕๐๘ คน สามารถจัดตั้งสาขาพรรคได้เลยในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ ส่วนภาคอื่นๆ ภาคเหนือ จ.นครสวรรค์, ภาคกลาง จ.สระบุรี และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองและนโยบายของพรรคชาติพัฒนา 

อุดมการณ์ทางการเมือง

          จากประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคชาติพัฒนา มีรายละเอียดว่า “พรรคชาติพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองที่เลื่อมใสในอุดมการณ์ประชา ธิปไตย โดยยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิป ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ให้ความคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และความเป็นธรรมแก่ปัจเจกบุคคล ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นปกครองตนเองอย่างแท้จริง เปิดให้มีการค้าการลงทุนตามระบบเศรษฐกิจเสรี และรักษาสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนในระดับฐานรากให้สูงขึ้น สร้างหลักประกันด้านสุขภาพแก่ประชาชน ด้านการศึกษาแก่เยาวชน รวมทั้งด้านการจัดระบบสวัสดิการให้แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้คนในชาติดำรงชีวิตอยู่กันด้วยความผาสุก”

แจงนโยบายพรรค

          นโยบายของพรรคชาติพัฒนามีรายละเอียด ดังนี้ “นโยบายด้านความมั่นคง” ๑.เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และเสริมสร้างจิตสำนึกของคนในชาติ ให้มีความจงรักภักดี และธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งฟื้นฟูและเสริมสร้างความรู้รักสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ และเป็นปึกแผ่นของคนในชาติ ๒.พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ทั้งภัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกและภายในประเทศ รักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ๓.พัฒนาระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอันเกิดจากภัยธรรมชาติและภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ ๔.พัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน เพื่อให้มีทรัพยากรเหล่านี้สำหรับคนรุ่นหลังอย่างพอเพียงและยั่งยืน”

          “นโยบายด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน” ๑.พัฒนาภาคการผลิตและบริการ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเป็นฐานการผลิตและบริการด้านอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน โดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ๒.พัฒนาปัจจัยสนับสนุนและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และใช้ทรัพยากรพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือทางการค้าและการลุงทุนระหว่าประเทศ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่เน้นการมีบทบาทและส่วนร่วมของชุมชน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองและช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน 

          “นโยบายด้านการพัฒนาและเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” ๑.ปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยม วัฒนธรรมที่พึงประสงค์ ในการหล่อหลอมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในลักษณะที่เป็นวิถีการดำเนินชีวิต ๒.พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ตลอดชีวิต เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ มีทักษะ ความรู้ และความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ๓.ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาระบบการเรียนรู้ใหม่ให้เหมาะสมทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๔.พัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษอย่างเป็นระบบ ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์งานบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๕.เสริมสร้างให้ทุกคนมีสุขภาพดี สนับสนุนส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้อง มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพที่ดีได้ด้วยตนเอง

          “นโยบายด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม” ๑.สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้คนทุกกลุ่มในสังคม เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส และสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม ๒.สนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงการบริการทางสังคมได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ๓.เสริมสร้างพลังทางสังคม ให้ชุมชนมีบทบาทและส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ส่งเสริมความเสมอภาคทางสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และเสริมสร้างให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบทางสังคม

          “นโยบายด้านการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ๑.เร่งรัดดำเนินการอนุรักษ์ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจที่มีระบบการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ บนพื้นฐานของการให้คนและชุมชนสามารถอยู่กับป่าได้ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็ง และความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ๒.พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ อย่างบูรณาการทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน พัฒนาคลังข้อมูลและระบบพยากรณ์และการเตือนภัย ตลอดจนการปรับปรุงองค์กรและกฎหมาย และการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำของชุมชน ๓. พัฒนาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในภาคการคมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม และอาคาร รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการอนุรักษ์พลังงาน ๔.พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการรวมกลุ่มของกลุ่ม อุตสาหกรรมเพื่อบริหารจัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ตลอดจนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการพัฒนาในเมืองหลักของประเทศ ๕.ดำเนินการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิต การบริโภค รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตของบุคคลและองค์กรให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

          “นโยบายด้านการพัฒนาระบบบริหารจัด การภาครัฐ” ๑.จัดให้มีระบบบริหารงานราชการแบบบูรณาการ ส่งเสริมให้เกิดการประสานความร่วมมือที่หลากหลาย ระหว่างหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนอื่นในสังคม มุ่งเน้นการ จัดทำงบประมาณแบบบูรณาการที่ยึดพื้นที่และประเด็นการพัฒนาที่สำคัญเป็นหลัก และมีกลไกการติดตาม ตรวจสอบการเงินและการคลังภาครัฐ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการบรรลุเป้าหมายและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ๒.ปฏิรูประบบงานบริการประชาชนและการอำนวยความสะดวกของภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ ทำให้สามารถติดต่อราชการได้แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร โปร่งใส ตรวจสอบได้ และผู้รับบริการได้รับความสะดวก สามารถเข้าถึงงานบริการภาครัฐได้โดยง่ายและทั่วถึง ตลอดจนสามารถสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการด้วยความพึงพอใจ ๓.ปฏิรูประบบราชการให้มีขนาดที่เหมาะสมที่มีความทันสมัย มีขีดสมรรถนะสูงและสามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล รวมทั้งพัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการ ที่มุ่งต่อผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใส มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง ลดความซ้ำซ้อน และมีหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ๔.พัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ เพื่อให้การจัดกำลังคนภาครัฐมีความสอดคล้องกับลักษณะงานของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาครัฐ ปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหา การคัดเลือก การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถ และการรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อจูงใจให้คนดีและเก่ง เข้ามาทำงานในภาครัฐ เสริมสร้างระบบคุณธรรม และวางมาตรการที่เหมาะสมกับเส้นทางความก้าวหน้า ในอาชีพ ๕.มุ่งเน้นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบของบุคลากรภาครัฐให้เกิดขึ้นในสังคม และสร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวและละอายต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ รวมทั้งส่งเสริมให้การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล ตลอดจนกำหนดกลไกการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ๖.ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับให้มีความชัดเจน ทันสมัย เป็นธรรม สอดคล้องกับข้อบังคับสากลหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เอื้อต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาประเทศ การให้บริการประชาชน การประกอบธุรกิจ และการแข่งขันระหว่างประเทศ

แถลงสรุปการประชุม

          หลังจากจบการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี ๒๕๖๑ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แถลงว่า “วันนี้เป็นการประชุมในวาระเดียว เรื่องแก้ไขข้อบังคับของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบร่างข้อบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ.๒๕๖๑ ซึ่งถือได้ว่าข้อบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ.๒๕๖๑ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และหลังจากวันนี้เราจะรับสมัครสมาชิกพรรคฯ เพิ่ม พร้อมกับจัดตั้งสภาพรรคฯ ให้ครบทั้ง ๔ ภาค และจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีผู้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดมาก่อน ส่วนผู้ที่เป็นอยู่แล้วก็จะจัดตั้งสมาชิกพรรคการเมืองประจำจังหวัดต่อไป” 

ชาติพัฒนาส่งครบ ๑๔ เขต

          หลังจาก นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แถลงข่าวการประชุมเสร็จสิ้น จึงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม ซึ่งในประเด็นการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในโคราช ทางพรรคชาติพัฒนาจะส่งทั้งหมดกี่เขตนั้น นพ.วรรณรัตน์ ตอบว่า “ในโคราชเราจะส่งผู้สมัครลงสู้ครบทั้ง ๑๔ เขต และมั่นใจมากในเขต ๑, ๒ และ ๓ ซึ่งเขตนี้เป็นเขตหลักของเราอยู่แล้ว ฉะนั้นเราไม่ได้หวั่นไหว โดยจะดำเนินการทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยของพรรคต่อไป ซึ่งเราจะดำเนินตามทางสายกลาง ที่พรรคชาติพัฒนาได้ดำเนินการมาโดยตลอด และเมื่อได้ถูกเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะได้เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและบ้านเมือง”

          ต่อข้อถามที่ว่า พรรคชาติพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปหรือไม่? นพ.วรรณรัตน์ ตอบว่า “ในส่วนที่ว่าพรรคชาติพัฒนาจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผมคนเดียวไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะเราต้องฟังเสียงจากสมาชิกพรรคฯ อย่างทั่วถึงทุกคน และที่สำคัญพรรคชาติพัฒนา ไม่ใช่เป็นเพียงพรรคของคนโคราชเท่านั้น แต่เราเป็นพรรคของคนไทยทั้งประเทศด้วย”

โลโก้ใหม่พรรคชาติพัฒนา

          นอกจากนี้ พรรคชาติพัฒนาได้ทำเครื่อง หมาย (Logo) พรรคขึ้นมาใหม่ โดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา อธิบายว่า “สัญลักษณ์เป็นอักษรไทยตัว “ช” และอักษรภาษาอังกฤษตัว “C”  สีแดงสลับกับสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว ใต้ตัว “ช” มีข้อความว่า ‘พรรคชาติพัฒนา’ เป็นข้อความภาษาอังกฤษว่า ‘CHARTPATTANA PARTY’ โดยปลายหาง “ช” เป็นรูปยอดปลายลายกนกลายไทยที่มีทิศทางชี้ขึ้นข้างบนเสมือนหนึ่งเป็นเส้นกราฟพุ่งสูงขึ้น เพื่อสื่อความหมายถึงชาติไทยที่มีการพัฒนา สร้างสรรค์เศรษฐกิจและเกิดความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ อันเป็นผลมาจากนโยบายทางสายกลางและความประนีประนอม ที่แสดงออกด้วยเส้นสีแดงและสีน้ำเงิน ที่โอบกอดเกี่ยวคล้องกัน ในภาพรวมเป็นเสมือนนกโผบิน ลายลักษณะดูร่าเริงมีชีวิตชีวา เพื่อสื่อถึงการสร้างความสุขให้แก่คนในชาติ อันเป็นผลงานของพรรคชาติพัฒนา”

ยืนยัน ‘สุวัจน์’ ไม่ทิ้งพรรค

          “โคราชคนอีสาน” สอบถามนายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา กรณีที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตส.ส.นครราชสีมา ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีประชาชนบางคนสงสัยว่า จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนโคราชในการที่จะเลือกพรรคชาติพัฒนาอย่างไร? นายประเสริฐ ตอบว่า “เรื่องนี้โปรดติดตามตอนต่อไป” แต่ในภายหลังเมื่อโคราชคนอีสานถามย้ำว่า “นายสุวัจน์จะไม่ทิ้งชาติพัฒนาหรือชาวโคราชไปไหนใช่หรือไม่?” นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่ทิ้งไปไหนแน่นอน เพราะเปรียบไปแล้ว ‘โคราชคือบ้านของชาติพัฒนา’

          ส่วนการวางตัวผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งนั้น นายประเสริฐเปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า แต่ละคนต้องผ่านกระบวนการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาของพรรคว่าจะพิจารณาเลือกผู้ใดลงในเขตใด ส่วนผู้สมัครในเขต ๑, ๒, ๓ ที่มั่นใจว่าจะต้องได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอนนั้น ในเขต ๑ วางตัวไว้ ๒ คน ระหว่างนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค หรืออาจจะเป็นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส่วนเขต ๒ เป็นคนเดิมคือนายวัชรพล โตมรศักดิ์ และเขต ๓ เลือกนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภา อบจ.นครราชสีมา ที่จะมาลงสมัครแทนตน เนื่องจากตนจะไปลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อ 

          ก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวอดีตส.ส.ถูกดูดไปพรรคอื่น แต่ทางพรรคยืนยันว่า ยังอยู่ครบทั้ง ๔ คนคือ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล, นายวัชรพล โตมรศักดิ์, นายประเสริฐ บุญชัยสุข และนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ซึ่งนายสมศักดิ์จะลงสมัครในเขตอำเภอปักธงชัย 

          ส่วนที่มีข่าวว่า นายประเสริฐ บุญชัยสุข จะไปลงสมัครนายกอบจ.นครราชสีมานั้น นายประเสริฐกล่าวกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า อยู่ระหว่างการตัดสินใจ

          “โคราชคนอีสาน” สอบถามกรณีบุตรของพล.อ.อาทิตย์ (บิ๊กซัน) กำลังเอก คือ พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก (เสธ.เอ็กซ์) จะลงสมัครส.ส.ในสังกัดพรรคชาติพัฒนาด้วยนั้น นายประเสริฐ บุญชัยสุข เปิดเผยว่า ทางพลเอกฐิติวัจน์จะเข้าไปสมัครสมาชิกพรรคในวันจันทร์ที่ ๘ ตุลาคมนี้ที่สำนักงานพรรคฯ ที่ถนนสุโขทัย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พล.อ. อาทิตย์และนายสุวัจน์เคยทำงานการเมืองร่วมกันในนามพรรคปวงชนชาวไทย ในการเข้ามาของพลเอกฐิติวัจน์ก็ต้องการสืบสานเจตนารมณ์ทางการเมืองของบิดาด้วย 

          อนึ่ง พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก เกิดวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๐ จบวิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เคยรับราชการทหาร ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งยังเป็นนายทหาร สำนักผู้ช่วยทูตทหาร กรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา, ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์, เสนาธิการกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ และคณะทำงานด้านความมั่นคง รองนายกฝ่ายความมั่นคง พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๓ นอกจากนี้ยังเป็นประธานสโมสรฟุตบอลฯ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และนายกสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ๒๕๓๕-๒๕๕๓ รวมทั้งยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอีกด้วย

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๒๙ วันเสาร์ที่ ๖ - วันพุธที่ ๑๐ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


679 6139