16thNovember

16thNovember

16thNovember

 

October 26,2018

ชาวไร่อ้อย มอบ ๒.๕ ล.รพ.มหาราช น้ำตาลพิมาย’ชวนปลูกเพิ่ม

         เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๑ ที่บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด หรือโรงงานน้ำตาลพิมาย นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานจัดงานประชุมใหญ่ชาวไร่อ้อยสุรนารี ประจำปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ พร้อมด้วย นายเกียรติภูมิ ศรีจันทร์รัตน์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรนารี นายมงคล เสถียรถิระกุล รองกรรมการผู้จัดการโรงงาน บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด และนายแพทย์ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ท่ามกลางประชาชนชาวไร่อ้อยกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้

         ภายในงานมีการจัดกิจกรรมรับฟังนโยบายส่งเสริมการปลูกอ้อยจากโรงงานน้ำตาลพิมาย ข่าวสารสถานการณ์ราคาอ้อย นิทรรศการการออกบูธร้านค้า และลุ้นจับรางวัลมากมาย อาทิ จักรยานยนต์ ๑๒ คัน พร้อมชมมินิคอนเสิร์ต ตั๊กแตน ชลดา

         โดยครั้งนี้บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด และกลุ่มชาวไร่อ้อย ยังร่วมกันสมทบทุนซื้อเครื่องมือการแพทย์และสร้างตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีนายแพทย์ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลชาวไร่อ้อยดีเด่น จำนวน ๒๑ ราย

         นายเกียรติภูมิ ศรีจันทร์รัตน์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อ ให้ชาวไร่อ้อยรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล พร้อมให้สมาชิกชาวไร่อ้อยรับความรู้เกี่ยวกับการทำไร่อ้อย โดยการใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น และเปิดโอกาสให้สมาชิกชาวไร่อ้อยได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งประเทศไทยส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ ๒ ของโลก รองจากประเทศบราซิลเท่านั้น และยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายจึงมีความสำคัญมาก โรงงานและสมาคม มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างต่อเนื่อง โดยนำความรู้ด้านวิชาการ จัดหาอ้อยพันธุ์ดี จัดหารเครื่องจักรกลการเกษตร แจกแตนเบียนฟรี บริการวิเคาระห์ดินฟรี เน้นการปรับปรุงบำรุงดินมาโดยตลอด เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และเพิ่มคุณภาพอ้อยให้สูงขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ทั้งยังสามารถส่งออกน้ำตาลทรายไปแข่งขันในระดับต่างประเทศด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

         นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญ ให้การสนับสนุนโครงการผลิตเอทานอล, ไบโอก๊าซอย่างจริงจัง ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบจากอ้อยเป็นหลัก อีกทั้งยังมีนโยบายจัดโซนนิ่งภาคเกษตร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะปลูกพืชแต่ละชนิด ซึ่งภาคอีสานเป็นพื้นที่เหมาะสมแก่การปลูกอ้อยให้มีคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูง และเพื่อรองรับการขยายตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งประเทศไทยเป็น ๑ ในสมาชิก ๑๐ ประเทศ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสูง แต่ต้องเพิ่มศักยภาพด้านปัจจัยการผลิต โดยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดต้นทุนการเพาะปลูก การเพิ่มคุณภาพของผลผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยว จึงจะทำให้อาชีพการปลูกอ้อยมีความยั่งยืนมั่นคง สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้

         นายมงคล  เสถียรถิระกุล รองกรรมการผู้จัดการโรงงาน บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๖๑ ของกลุ่มผู้ปลูกอ้อย ในปีนี้เป็นปีแรกที่ทางโรงงานน้ำตาลพิมาย ร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อยสุรนารี เชิญชวนผู้ปลูกอ้อยมาทำบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการมอบเงินเพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลมหาราช จำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ด้วยการหักเงินจากโควตาคู่สัญญา แล้วแต่สมัครใจ เช่น ตันละ ๑ ถึง ๒ หรือ ๓ บาท แล้วแต่กำลังศรัทธาแต่ละคน ที่ผ่านมาทางโรงงานฯ ร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรืออนามัยมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้เพียงอย่างให้ผู้ปลูกอ้อยได้มีส่วนร่วมในการบริจาค และจะบริจาคอย่างนี้ทุกปี

         “ส่วนสถานการณ์การปลูกอ้อยในปีนี้โดยร่วมลดลงจากปีที่แล้วมาก แต่เป็นเรื่องปกติเมื่อมีผลกระทบเรื่องราคาต่ำ ซึงตนก็ได้พูดกับชาวบ้านตลอดเวลาว่า ต้องนึกให้ออกจะเลือกอาชีพอะไร จะปลูกอะไร เพราะทุกคนมีโรงงานของตัวเองอยู่แล้วนั้นคือที่ดิน จะผลิตสินค้าอะไรก็ควรคิดให้ดี ไม่ใช่ตามกระแสว่าผลผลิตตัวไหนราคาสูงก็ตามกันไปปลูก อย่าลืมว่าปลูกตอนนี้กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ก็ปีหน้า ราคาก็ไม่มีความแน่นอน ส่วนขณะนี้ราคาน้ำตาลกำลังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี” นายมงคล  กล่าว

         นายมงคล เสถียรถิระกุล กล่าวปิดท้ายว่า อยากจะฝากประชาชนผู้ปลูกอ้อยว่า ทางโรงงานฯ มีการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกอ้อย ด้วยการให้วัตถุดิบทุกอย่างจนถึงกระบวนการเข้าหีบ แล้วเมื่อได้ผลกำไรก็ค่อยมาหักค่าใช้จ่ายกัน ทางโรงงานฯ คิดเพียงแค่ ๗% ต่อปี ถ้าไปปลูกอย่างอื่นอาจต้องไปกู้เงินนอกระบบที่อาจต้องเสียดอกเบี้ย ๕ บาทต่อเดือน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้อย่าทำเลยไม่มีทางคุ้ม เป้าหมายในการทำธุรกิจแน่นอนคือกำไร แต่ทางบริษัทไม่ยึดถือกำไรสูงสุดอะไรมากมาย ขณะนี้โรงงานมีการเพิ่มกำลังหีบอ้อยต่อวันเป็น ๔๙,๐๐๐ ตันต่อวัน ด้วยงบลงทุนกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท


105 848