16thNovember

16thNovember

16thNovember

 

October 27,2018

‘ไม่ทุบสะพานสีมาธานี’ ‘วิเชียร’ให้มองที่ประโยชน์ อ้างจราจรติดแค่ ๓ ปี


ภาพแสดงทางวิ่งรถไฟทางคู่บริเวณสะพานสีมาธานี

         เปิดเวทีสุดท้ายรถไฟทางคู่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญา ๒ หลังปรับแบบรายละเอียดให้ยกระดับช่วงผ่านเมือง และบริษัทที่ปรึกษาเสนอไม่ทุบสะพานบริเวณสีมาธานี หลังเสียงแตกมีทั้งให้ทุบอ้างฟื้นเศรษฐกิจโคราช ส่วนคนไม่ให้ทุบบอกห่วงการจราจรและอุบัติเหตุใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ท้ายสุดต้องรอผลสรุปรูปแบบที่ชัดเจน

         ตามที่ “โคราชคนอีสาน” เสนอข่าวกรณีนักการเมืองและนักธุรกิจโคราชบางกลุ่มรวมตัวจัดตั้งมวลชนเรียกร้องให้มีการยกระดับทางรถไฟผ่านตัวเมือง และการเรียกร้องประสบความสำเร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายนที่ผ่านมา บริษัทที่ปรึกษาฯ โครงการรถไฟทางคู่มาประชุมร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา เสนอข้อมูลและแนวทางว่า ไม่จำเป็นต้องมีการรื้อสะพานบริเวณโรงแรมสีมาธานี ซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเวลา ๓๐ เดือน และยังช่วยประหยัดงบประมาณอีกจำนวน ๑,๓๓๖ ล้านบาท ซึ่งนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เชิญชวนประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ ๒ คลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ มาร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ ณ หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มจัดตั้งยกป้ายที่สนับสนุนให้มีการทุบสะพาน 

         ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่โรงแรมสีมาธานี มีการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ ๓ (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) งานปรับแบบรายละเอียดบริเวณอำเภอสีคิ้วและตัวเมืองนครราชสีมา โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานในการประชุม พร้อมด้วย นายจุลพงษ์ จุฬานนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายจารุวัตร์ แสงอ่อน ผู้จัดการโครงการฯ นายกนก เข็มนาค ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวด ล้อม นายบุญพา สืบสินสัจจวงศ์ วิศวกรโยธา และนางสาวเกศฎาภรณ์ ชัยวงษ์ วิศวกรจราจร เข้าร่วมประชุม ท่ามกลางผู้เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นกว่า ๕๐๐ คน อาทิ นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายอุทัย มิ่งขวัญ รองนายก อบจ.นครราช สีมา และหัวหน้าสาขาพรรคชาติพัฒนา และนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น พร้อมด้วยประชาชนในเขตอำเภอเมืองและอำเภอสีคิ้ว นักธุรกิจ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วม ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการรื้อสะพานฯ

เปิดเวทีสุดท้าย

         นายจุลพงษ์ จุฬานนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี พ.ศ.๒๕๕๒ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ ๑) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดของโครงการก่อสร้างทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๕๕ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙ อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ๔ สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ ๑ ช่วงมาบกะเบา–คลองขนานจิตร, สัญญาที่ ๒ ช่วงคลองขนานจิตร–ชุมทางถนนจิระ, สัญญาที่ ๓ งานอุโมงค์รถไฟ และสัญญาที่ ๔ โครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ ซึ่งต่อมาจังหวัดนครราชสีมาและอำเภอสีคิ้ว ได้นำเสนอข้อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแบบก่อสร้าง ในช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา และอำเภอสีคิ้ว ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยต้องการให้ก่อสร้างเป็นทางรถไฟยกระดับพื้นดิน ด้วยเหตุผลว่า ไม่ต้องการแบ่งแยกชุมชนออกเป็นสองฝั่งและกังวลถึงผลกระทบด้านจราจร ซึ่งกระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอสีคิ้ว ได้พิจารณารูปแบบแก้ไขร่วมกันแล้ว มีข้อสรุปในเบื้องต้นบางช่วงจะทำการยกระดับทางรถไฟ และบางช่วงจะเป็นคันทางรถไฟสูง โดยก่อสร้างเป็นคันทางรถไฟสูงแล้วก่อสร้างเป็นถนนลอดใต้ทางรถไฟ”

         “จากนั้นสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือมอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งออกแบบการปรับปรุงทางยกระดับรถไฟทางคู่ ช่วงคลองขนานจิตร–ชุมทางถนนจิระ (สัญญาที่ ๒) และสถานีรถไฟสีคิ้ว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้ว่าจ้างบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และบริษัท เอ็น ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการปรับแบบรายละเอียดบริเวณอำเภอสีคิ้วและตัวเมือง นครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ ๒ ช่วง คลองขนานจิตร–ชุมทางถนนจิระ ตามสัญญาจ้างเลขที่ กส.๐๔/ทค./๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ มีระยะเวลาดำเนินงาน ๑๖๐ วัน สิ้นสุดวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ โดยจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านกายภาพ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่ และต้นทุนค่าก่อสร้าง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วน นอกจากนี้จะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ โดยเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมไปสู่ศูนย์กลางเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากนี้จะต้องสอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการปรับแก้ไขแบบและได้เริ่มการก่อสร้างบางช่วงไปแล้ว และบางช่วงอยู่ใน ระหว่างเตรียมก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของกระบวน การ การมีส่วนร่วมของ ประชาชน ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาและพัฒนาของโครงการมีความรอบคอบ ครบถ้วนสมบูรณ์ โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ควบคู่ไปกับการปรับแบบรายละเอียดของโครงการในครั้งนี้ด้วย 

ผู้ว่าฯ ให้มองที่ประโยชน์

         นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “สืบเนื่องจากการประชุมที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ในวันนั้นมีเสียงในที่ประชุมค่อนข้างชัดเจนว่า ให้ทุบสะพานข้ามแยกสีมาธานี แต่หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น มีประชาชนอีกส่วนหนึ่งมานำเสนอว่าไม่ทุบ และมีเหตุผลที่ใช้ได้ เมื่อได้ยินว่าวันนี้จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๓ ก็เอะใจว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว แต่หนังสือเชิญของทางที่ปรึกษาฯ มาค่อนข้างช้า อาจจะทำให้ไม่ทราบกันทั่วถึงได้ สิ่งที่สำคัญคือ ทุกคนจะต้องมองว่าอะไรคือเรื่องสำคัญ และหลังจากทำแล้วจะมีผลอย่างไร ระหว่างทุบกับไม่ทุบอะไรจะเกิดผลประโยชน์มากกว่ากัน เรื่องการจราจรนั้นรถติดแน่ๆ ในช่วงทุบสะพาน จะเป็นปัญหาที่อยู่กับเรา ๓ ปี แต่ก็ต้องมองว่าหากทุบหรือไม่ทุบหลังจากนั้นจะเกิดผลอะไรตามมาบ้าง การที่เราได้สี่แยกอัมพวันเป็นเรื่องดีอย่างไร ส่วนเรื่องงบประมาณน่าจะเป็นเรื่องท้ายสุด ถึงแม้จะทุบไม่ทุบก็จะต้องมีการก่อสร้าง อย่างไรก็หนีผลกระทบเรื่องการจราจรไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นวันนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันเสนอความคิดเห็น เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาต่อไป”

ยืนยันรถติดแน่นอน

         นางสาวเกศฎาภรณ์ ชัยวงษ์ วิศวกรจราจร ที่ปรึกษาโครงการฯ ด้านการจราจร ยืนยันตามที่ “โคราชคนอีสาน” ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า “หากทุบสะพานสีมาธานี คนโคราชจะต้องทนรถติดเป็นเวลา ๓๐ เดือน หรือมากกว่านั้นหากสถานีรถไฟความเร็วสูงยังสร้างไม่เสร็จ อีกทั้งถนนสายรองในจังหวัดฯ จะต้องรองรับปริมาณรถที่เลี่ยงการผ่านถนนมิตรภาพด้วย ซึ่งปกติถนนมิตรภาพมีทั้งหมด ๖ ช่องทาง แต่ก็ยังไม่พอรองรับปริมาณรถในปัจจุบันได้ และถ้าหากทุบสะพานจะต้องปิดการจราจรที่ละ ๒ ช่องทาง อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรขึ้นได้ โดยเราขอยืนยันว่า สนับสนุนแนวทางที่ไม่ต้องรื้อสะพานข้ามแยกโรงแรมสีมาธานี เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาและอุปสรรคด้านการจราจรที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต หากการออกแบบทางวิศวกรรมสามารถดำเนินงานได้”

สุรวุฒิ’ โต้ที่ปรึกษาฯ

         หลังจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ นำเสนอข้อมูลแล้ว มีการเปิดเวทีให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น โดยราษฎรรายหนึ่งซึ่งมีบ้านพักอาศัยบนถนนสืบสิริ ๔๙ ไม่เห็นด้วยที่จะมีการทุบสะพานสีมาธานี เพราะจะมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะการจราจรจะติดขัดมาก ในขณะที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นำเสนอข้อมูลและรูปแบบพร้อมเหตุผลที่ต้องมีการทุบสะพานฯ ว่า “เรามีการพูดคุยเกี่ยวกับสะพานสีมาธานีและการยกระดับรถไฟกันหลายครั้ง เป้าหมายหลักของการทำงานคือเราเห็นชาวโคราชได้รับผลกระทบน้ำท่วม เส้นสีเหลืองคือเส้นทางรถไฟ ถ้าเราสามารถยกระดับทางรถไฟตั้งแต่สี่แยกปักธงชัยทะลุเข้ามาในเมือง สามารถเชื่อมโยงเมืองทางด้านเหนือได้ เขตของเทศบาลและสะพานต่างระดับในจังหวัดโคราช และถนนที่มีอยู่ข้างทางรถไฟทั้งหมดนี้คือเส้นทางที่มีรถไฟอยู่ ดังนั้นสิ่งที่พูดคุยกันอยู่ทั้งหมดนี้คือ ถ้าสามารถยกระดับตรงสามแยกปักธงชัยปัจจุบันสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือเส้นสีส้มข้างสีมาธานีก็จะหายไป และทางข้ามทางรถไฟก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ๔ ทางข้ามเป็นอย่างน้อย ให้จังหวัดนครราชสีมามีการจราจรที่หนาแน่นน้อยลง มีถนนใหญ่-เล็กเพิ่มขึ้น ที่ปรึกษาด้านการจราจรบอกว่ามีรถยนต์มากขึ้นเฉพาะในเขตเมืองและบริเวณมหาวิทยาลัย และนักศึกษามีการสัญจรรถไปมา มีหน่วยงานต่างๆ ในเขตเมืองนครราชสีมา ทางด้านที่ปรึกษาการจราจรเป็นกังวลจึงมองว่า หากมีทางรถไฟแล้วเราจะมีจุดตัดเดิมมี ๑๕ จุด เพิ่มอีก ๘ จุด จากการมาของรถไฟรางคู่เหลือจุดตัดทางข้ามรถไฟเพียง ๙ จุด ถ้าไม่ใช้ทางข้ามจุดตัดแต่ให้เป็นยูเทิร์นเกือกม้า จากการที่เราไปสำรวจจริงโดยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานไปสำรวจ รถยนต์วันนี้จะมีประมาณ ๕๐,๐๐๐ คันตลอดเส้นทางรถไฟ ประชาชนจะใช้ทางเพิ่มขึ้นวันละ ๔๘,๐๐๐ กิโลเมตรต่อวัน อาจจะมีเกือกม้าหรือยูเทิร์นเพิ่มขึ้น จุดเดิมถ้าข้ามทางรถไฟตรงไปตรงมาเป็นลักษณะแบบนี้ จากนี้ถ้าต่อต่อไปจะมีเกือกม้า และถ้ามีเกือกม้าจริงๆ เราก็จะได้อ้อมอย่างแน่นอน” 

         โดยในประเด็นนี้นายบุญพา สืบสินสัจจวงศ์ วิศวกรโยธา ท้วงว่า “ได้ตัดเกือกม้าออกไปแล้ว และยกระดับเหมือนเดิมตามที่เทศบาลขอ”

สุรวุฒิ’อ้างทุบแล้วพัฒนา

         นายสุรวุฒิ เชิดชัย กล่าวอีกว่า “ผมสันนิษฐานว่า ไม่ว่าจะ ๑ เสาหรือ ๒ เสา หน้าตาของรถไฟยกระดับช่วงสีมาธานีจะเป็นแบบนี้ ถ้าหากเรายกแล้ว หรือหน่วยงานอาจจะบอกว่าเราใช้เป็นสกายวอล์ค ที่ท่านพูดถึงเรื่องน้ำท่วมก็ต้องขอขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใยในพื้นที่ของเรามาก ถ้าเรามีรถไฟทางคู่ยกระดับ สามารถวางท่อน้ำขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกได้ เราสามารถยกระดับตั้งแต่สีมาธานีข้ามไปได้ จะสามารถวางท่อระบายน้ำยึดถนนได้ สามารถดึงน้ำลงท่อระบายน้ำได้เลยหรือถ้าเซฟวันบางส่วน ส่วนในเมืองสามารถดึงน้ำลงท่อระบายน้ำในส่วนนี้ได้เลย และท่านบอกว่าสถานีเก่าก็อยู่ตรงบริเวณโรงเรียนมารีย์ เราก็มีถนนมุขมนตรี ๑ เส้นแล้ว ท่านบอกว่าถ้าทุบจะเกิดปัญหาการจราจร หากต่อถนนจากสืบสิริก็สามารถต่อเข้าไปในเมืองได้เลย แล้วล็อกด้านข้างห้าแยกเข้าไปในเมืองจนถึงจวนผู้ว่า จะทำให้เกิดเป็นถนนเส้นใหม่ เชื่อมไปจนถึงหน้าค่ายฯ และบริเวณวัดหนองบัวรองที่เป็นถนนขนาดเล็ก ถ้ายกระดับรถไฟแล้วถนนข้ามฟากหนองบัวรองแถวหนองไผ่ล้อมสามารถขยายได้ ๒ ถึง ๓ จุด ข้างจวนผู้ว่า มีเส้นทางรถไฟสามารถวางท่อระบายน้ำสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรและน้ำท่วมได้ เมื่อรถไฟยกระดับทั้งระบบ วันนี้บอกว่ายังไม่มีงบทำอุโมงค์ ฉะนั้นหน้าสีมาธานีจะกลับมาเป็นสี่แยกอัมพวันเหมือนในอดีต เรียนท่านผู้ว่าฯ ให้ช่วยผลักดัน พี่น้องชาวโคราชทุกคนช่วยกันผลักดันให้สะพานหน้าสีมาธานีเป็นอุโมงค์ เพราะรถไฟยกระดับแล้ว สิ่งที่เรานำเสนออยากให้เห็นเป็นรูปที่ค่อนข้างชัด จึงทำโมเดลให้ดูว่า หน้าตารถไฟยกระดับเป็นแบบนี้ หากชาวโคราชเห็นด้วยว่าน่าจะเป็นอุโมงค์ก็สามารถทำได้ หลังจากที่สรุปกันแล้ว ตามความเข้าใจของเทศบาลว่า ไม่เอาเกือกม้าก็เหลืออย่างเดียวคือทำอุโมงค์ แต่ถ้าในอนาคตเรามีงบประมาณยกระดับ เราก็จะทำอุโมงค์ได้”

         นายบุญพา สืบสินสัจจวงศ์ วิศวกรโยธา ชี้แจงกลับว่า “ต้องเข้าใจก่อนว่า ทางรถไฟยังเป็นการยกระดับเหมือนเดิม และจุดตัดทั้งหมดตั้งแต่ภูเขาลาดมาถึงชุมทางถนนจิระ รถยนต์สามารถวิ่งได้ แต่ว่ารถไฟจะอยู่บนคันดินสูงประมาณ ๓ เมตร และต้องเข้าใจว่า พื้นที่บริเวณภูเขาลาด เป็นพื้นที่สูงที่ลาดชันลงมาทางตัวเมือง และบริเวณสถานีชุมทางถนนจิระเป็นพื้นที่ที่ต่ำ จึงมีปัญหาเรื่องน้ำอยู่ตลอด ดังนั้น การที่ทำทางลอดให้รถขนาดเล็กผ่านได้ เพราะเราได้ทำข้อตกลงกันไว้ก่อนแล้ว และนี่เป็นข้อจำกัดของทางรถไฟด้วย ซึ่งทางรถไฟจะยกระดับเต็มรูปแบบหลังจากลอดใต้สะพานสีมาธานีแล้ว ไปถึงสถานีชุมทางถนนจิระ และที่ถามว่าทำไมเราต้องทำทางคู่ขนานบริเวณสถานี เพราะว่าในอนาคตผู้คนจะต้องมาใช้สถานีมากขึ้น เราจึงออกแบบให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สัญจรไปมา ซึ่งโครงการรถไฟทางคู่จะเป็นคนทำตรงนี้ให้ เนื่องจากโครงรถไฟไทย-จีน จะทำเพียงบริเวณรอบๆ ตัวสถานีเท่านั้น”

         นายสุรวุฒิ เชิดชัย กล่าวอีกว่า “เห็นถนนสีเหลืองเส้นเลียบเมืองตรงนี้เราเข้าใจว่ากดต่ำและค่อยๆ ยกขึ้น แล้วตรงโรงแรมสีมาธานีคือเป็นสีน้ำเงินแล้วความสูงก็ไม่สูงมาก หลังจากชุดแรกก่อนโรงเรียนสมบูรณ์เราสามารถยกขึ้นคือ ๕.๕๐ เมตร ดังนั้น โคราชสามารถทำจากใต้ลงเหนือได้ ที่จะมีความสูงไม่จำกัดแต่ถ้าเราสามารถยกเส้นสีแดงได้ ก็สามารถมีถนนเส้นเล็กเกิดขึ้นและสามารถเชื่อมเข้าซอยเล็กๆ ได้ ส่วนเมืองเรามองว่า น่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว จึงขอนำเสนอและไม่รู้ข้อจำกัดของรถไฟขนาดไหนแต่ดูข้อจำกัดของเมือง ถ้าหากดำเนินการในอีก ๕-๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปี เราจะรู้ว่าเมืองเราจะเจริญขึ้นไปทางไหนได้ หากมองในระยะสั้นการจราจรคิดว่ามีปัญหาแน่นอนแต่ถ้าหากมองในระยะยาวเราสามารถมีงบประมาณจัดทำขึ้นได้เรื่อยๆ”

ถ้าน้ำท่วมใครรับผิดชอบ

         นายณัฐกิจ ศุภลักษณ์ ประธานชุมชนหมู่บ้านบ้านใหม่ กล่าวว่า “ครั้งที่แล้วได้สอบถามว่าสามารถปรับปรุงเรื่องอุโมงค์ลอดได้หรือไม่ แต่ครั้งนี้กลับมาก็เหมือนเดิมคือ ๓ เมตร ที่ผมถามคือหากมีอัคคีภัยเกิดขึ้นในบ้านใหม่จะลอดผ่านเข้าไปช่วยประชาชนทันหรือไม่ ท่านตอบเหมือนเดิมคือ ๓ เมตรหรือ ๔ เมตร บ้านใหม่เป็นแอ่งกระทะลงไป ซึ่งช่องอุโมงค์ตรงนั้นเป็นน้ำทั้งหมด ใครที่อยู่ปากทางน้ำตรงนั้นก็จะมาอยู่ทั้งหมด และโคราชเป็นเมืองหน้าด่านทำไมไม่มองกว้างว่า อีกหน่อยสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ซึ่งผมเห็นด้วยกับนายสุรวุฒิ บ้านเมืองเราต้องการความเจริญ ไม่ใช่ความฉิบหาย”

ทางรถไฟแบบนี้ไม่มีในโลก

         นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ โยธาธิการเเละผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ในกรณีที่มีการเสนอไม่ทุบสะพานสีมาธานี แล้วยกระดับสูง ๓ เมตร ตั้งแต่ภูเขาลาด แล้วคงระดับไว้ที่ ๓ เมตร จากนั้นมากดลง เพื่อลอดโครงสร้างแยกปักธงชัย แล้วก็ยกระดับขึ้นอีก จนสุดท้ายมาลอดใต้สะพานสีมาธานีแล้วไต่ระดับขึ้นไปยังชั้น ๒ ของสถานีรถไฟนครราชสีมา ผมอยากถามว่า ประเทศไหนเขามีการทำทางรถไฟขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้บ้าง นอกจากนี้ การนำเสนอโครงข่ายการจราจรในโคราช ที่ปรึกษาโครงการฯ นำเสนอเพียงแค่ถนนมิตรภาพเท่านั้น ซึ่งโคราชมีถนนหลายสายทั้งสายหลักและสายรอง อยากให้ที่ปรึกษาโครงการฯ กลับไปศึกษาและทำการประมวลผลกับถนนสายรองด้วย ไม่ใช่มานำเสนอเพียงแค่ถนนมิตรภาพเท่านั้น นอกจากนี้ จากการศึกษาผลกระทบเรื่องน้ำ ผมขอบอกว่า โคราชมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่มาก หากมาออกแบบและสร้างการป้องกันน้ำอาจจะใช้งบประมาณมากกว่าการยกระดับด้วย”

ยกข้ามสะพานได้ไหม?

         นายจักริน เชิดฉาย ผู้ประกาศตัวเป็นแกนนำกลุ่มโคราชเพื่อโคราช กล่าวว่า “หลังจากที่ฟังประชุมครั้งที่แล้วผมและเพื่อนๆ ได้ไปดูงานที่ขอนแก่น วันนี้ที่ขอนแก่นยกระดับประมาณ ๕-๖ กิโลเมตร จากที่ท่านให้ผมมาดูนี่อาจจะทำให้คนโคราชทะเลาะกันว่า จะทำทุบสะพานหรือไม่ทุบสะพาน ซึ่งท่านผู้ชำนาญการทางการจราจรบอกว่าเส้นทางเส้นนี้เฉลี่ยวันละแสนคันได้โดยประมาณ หากใช้เส้นทางสีมาธานีจริงๆ และหากใช้เวลาทำเป็นเวลานานหลายปี ค่าใช้จ่ายด้านการใช้น้ำมันก็เสียหายหลายพันล้านบาท ไม่ได้เสียแค่ค่าทุบสะพานแน่นอน และหากทุบแล้วคนโคราชมานั่งทะเลาะกันอีกว่า “บอกแล้วไม่ทุบ ปัญหาเกิดเพราะคุณ” ไม่ใช่ว่าที่นายกฯ สุรวุฒิศึกษามาไม่ดี หากวันนี้รัฐบาลจะช่วยให้ชาวโคราชไม่ทะเลาะกัน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปเบ็ดเสร็จเลยคือ ยกระดับข้ามสะพานลอยสีมาธานีเลยได้ไหม หากยกจากสีมาธานีไปหัวทะเลแล้วต้องใช้เงินอีกหลายพันล้านบาท มันก็คุ้มค่ากว่าต้องมาทะเลาะกัน”

         บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ตอบกลับว่า “มีการศึกษาการยกระดับข้ามสะพานสีมาธานีไปบ้างแล้ว จากผลศึกษาพบว่า หากยกระดับขึ้นไปอีกงบประมาณที่ต้องเสียพูดไม่ได้เลยว่าจะกี่พันล้าน นอกจากนี้รถไฟจำเป็นต้องเข้าศูนย์ซ่อมบำรุงด้วย หากขึ้นไปชั้น ๓ รถไฟก็ไม่สามารถลดระดับมาที่ศูนย์ซ่อมบำรุงได้ หากทำเช่นนั้นก็จะต้องเลื่อนสถานีออกไปอีก”

ยกระดับเหมือนที่คุยกันไว้

         พันเอกเสมอ คงมา นายกสมาคมชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า “ผมได้ติดตามมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หลายครั้ง ประชาชนก็เห็นว่าต้องการให้ยกระดับเท่านั้น ส่วนรายละเอียดข้างล่างจะทำอะไรเพิ่มเติมค่อยว่ากันภายหลัง และการรถไฟเสนอขอให้ยกระดับหลังสะพานสามแยกปักธงชัย คนโคราชก็ยอมรับได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็รับทราบและอนุมัติให้ทำโครงการนี้ตามที่คนโคราชเสนอ ดังนั้นผมขอยืนยันให้ยกระดับตลอดแนวเส้นทางที่ผ่านเมือง”

อ้างรถไฟฯ ไม่เคยได้กำไร

         นายอุดม สร้อยแสงพันธุ์ ประธานสภา อบต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด และเจ้าของร้านโคราชโปรเกรทรวมช่าง ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานสีมาธานี กล่าวว่า “จะเห็นว่ารัชกาลที่ ๕ ท่านสร้างกรมสร้างกระทรวงขึ้นมามากมาย และมีแต่หน่วยงานที่นำความเจริญมาให้ประชาชนทั้งนั้น แต่มีเพียงหน่วยงานเดียวที่สร้างหนี้ให้กับประเทศไทย มีการขาดทุนทุกปี คือ ‘การรถไฟ’ วันนี้รู้สึกดีใจที่การรถไฟจะสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน แต่วันนี้ท่านไม่ได้สร้างความเจริญแล้ว สร้างแต่ปัญหา สร้างแต่ความฉิบหายเพียงเพราะไม่ทุบสะพานสีมาธานี ท่านบอกแค่ว่าประหยัดงบประมาณพันกว่าล้าน เอาแต่อ้างปัญหาการจราจร ผมว่าฟังไม่ขึ้น ขนาดหัวหน้าส่วนราชการยืนยันให้รื้อสะพานสีมาธานี ท่านก็เอาแต่ยืนกรานว่าจะไม่รื้อ”

รถไฟฯ คือสุภาพบุรุษ

         กรณีนี้บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ตอบกลับอย่างรวดเร็วกรณีนายอุดมพาดพิงการขาดทุนของการรถไฟฯ โดยนายบุญพา วิศวกรโยธา ชี้แจงว่า “อยากจะถามว่า ราคาตั๋วรถไฟขณะนี้ราคาเท่าไหร่ เปรียบกับค่าน้ำมันปัจจุบันขึ้นมาเท่าไหร่แล้ว แต่ราคาตั๋วเราก็ยังไม่เพิ่ม การรถไฟฯ ก็อยากขึ้นค่าตั๋วตลอด แต่เบื้องบนไม่อนุญาต เพราะว่ารถไฟจะต้องคอยให้บริการแก่ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีฐานะยากจน หากเปรียบเทียบกับการขนส่งมวลชนในประเทศ การรถไฟฯ ถือว่าน่าสงสารที่สุดแล้ว ซึ่งเราเล่นบทสุภาพบุรุษมากี่สิบปีแล้ว หากค่าน้ำมันไม่ขึ้น ผมถามคุณว่า ‘คุณจะได้เห็นโครงการรถไฟทางคู่ไหม?’ โครงการนี้ทำขึ้นก็เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องสัญจรไปมา จากเดิมต้องเสียค่าน้ำมันแพงๆ ก็สามารถหันมาใช้รถไฟทางคู่ได้”

ไม่ต้องทุบสะพานสีมาธานี

         นายมานะ แย้มจะบก สื่อมวลชน แสดงความคิดเห็นว่า “ผมเป็นคนโคราช ผมเห็นโคราชมาเยอะ ผมจะเล่าให้ฟังว่าสะพานสีมาธานีสร้างขึ้นทำไม ก่อนหน้าจะสร้างสะพาน บริเวณนั้นเป็นสี่แยกชื่อว่าสี่แยกอัมพวัน ซึ่งมีรถสัญจรไปมามากมาย บางคันใช้ความเร็วที่สูงมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จากนั้นจึงมีการแก้ปัญหาเพื่อลดอุบัติเหตุโดยการสร้างสะพานสีมาธานี ทุกวันนี้จะเห็นว่าไม่เคยมีอุบัติเหตุอีกเลย และจะเห็นว่า อาคารบ้านเรือนที่เห็นอยู่รอบๆ สะพานสีมาธานี ถูกสร้างขึ้นมาหลังสะพาน และทุกที่ที่รถไฟจะต้องขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ ก็เพราะต้องทำตามภูมิประเทศ นอกจากนี้ อยากให้ดูเรื่องน้ำท่วม เพราะบ้านผมอยู่หลังบริเวณจวนผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำ มีน้ำจากในเขตเมืองฯ ไหลมา และน้ำจากบุ่งตาหลั่วด้วย ปัจจุบันน้ำก็ยังท่วม อยากให้ดูแลและแก้ไขตรงนี้ให้ด้วย และสุดท้ายนี้ ผมยืนยันว่า ไม่ต้องทุบสะพานสีมาธานี”

งานนี้คุยกันอีกยาว

         นายอุทัย มิ่งขวัญ รองนายก อบจ.นครราชสีมา และหัวหน้าสาขาพรรคชาติพัฒนาประจำภาคอีสาน แสดงความคิดเห็นเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่เวลาล่วงเลยมาประมาณ ๑๒.๓๐ น. ว่า “จากการประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคมถึงวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้า จากการฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่อยากให้ยกระดับตลอดทั้งเมือง ไม่ต้องการคันดิน ส่วนรายละเอียดในทางเทคนิคก็ให้เป็นไปตามนั้น หากประชาชนยังไม่พอใจ เราจะต้องมาประชุมกันอีก ไม่ว่าจะเป็น ๑๐ ครั้ง ๕ ครั้งก็ว่ากันไป เพราะโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ที่จะตกทอดต่อคนรุ่นหลัง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้การรถไฟฯ ทำอย่างไรก็ได้ให้ถูกใจประชาชน ดังนั้น ถ้าออกแบบไม่ถูกใจ ไม่พอใจคนโคราช อยากให้มีการประชุมอีกเรื่อยๆ คุยกันจนกว่าทุกข้อสงสัยจะตกผลึก ถ้าไม่มีงบประมาณในการจัด เรายินดีจะขอทางจังหวัด จะได้คุยกันไปเรื่อยๆ คุยจนได้แบบที่ดีที่สุด” 

ยึดความเห็นในที่ประชุม

         หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม “โคราชคนอีสาน” ได้สัมภาษณ์ นายจารุวัตร์ แสงอ่อน ผู้จัดการโครงการฯ ถึงขั้นตอนหลังจากนี้ ได้รับการชี้แจงว่า “จะรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม หากส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบที่นำเสนอก็จะดำเนินการต่อ แต่ถ้าประชาชนไม่พอใจเราก็จะต้องมองหาแบบใหม่ แล้วนำไปหารือกับคณะกรรมการของการรถไฟแห่งประเทศ หากการทุบสะพานมีผลกระทบกับกรมทางหลวง เราจะต้องนำไปหารือกับกรมทางหลวงด้วย และดูว่ากรมทางหลวงจะมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้าง 

         “โคราชคนอีสาน” ถามว่า มีความลำบากใจในการทำงานหรือไม่? นายจารุวัตร์ กล่าวว่า ไม่ลำบากใจ แต่อาจจะต้องเหนื่อยมากขึ้น จากที่งานจะต้องเสร็จสิ้นเร็วๆ นี้ ก็พบว่ามีข้อขัดแย้งและต้องกลับไปหารูปแบบที่เหมาะสม แล้วจึงกลับมาประชุมกันอีก ระยะเวลาในการหารูปแบบใหม่ก็คงใช้เวลาไม่น่าจะเกิน ๑ เดือน อย่างมากคงไม่เกินปีนี้ และหลังจากนี้เราคงไม่มีการลงพื้นที่แล้ว แต่จะเป็นการมาประสานงานกลับหน่วยงานราชการ ซึ่งผู้นำประชาชนเขาจะรู้ว่าประชาชนของเขามีความคิดเห็นอย่างไร และจะยึดการแสดงความคิดเห็นในห้องประชุมและการตอบแบบสอบถาม เนื่องจากข้อมูลในโลกโซเชี่ยลนำมาใช้อ้างอิงไม่ได้ แต่สุดท้ายเราก็จะนำความคิดเห็นเหล่านี้ไปให้คณะกรรมการการรถไฟฯ วิเคราะห์ต่อไป”

         อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีการรับฟังความเห็นนี้ ภายนอกห้องมีการนำรูปแบบลักษณะของทางรถไฟมาติดไว้ที่ผนังห้อง และมีวิศวกร การรถไฟฯ ทำหน้าที่อธิบาย โดยนายสรยุทธ มาลัย วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงและตอบข้อสงสัยว่า “ที่เราออกแบบอย่างนี้ เพราะว่าต้องการไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรในระยะยาว ซึ่งรถไฟทางคู่ก็ไม่ได้ใช้รางเดียวกับรถไฟไทย-จีน จึงทำให้รถไฟทางคู่สามารถลอดใต้สะพานสีมาธานีได้โดยไม่ต้องทุบสะพานออก ซึ่งสะพานสีมาธานีจะสูงประมาณ ๔-๕ เมตร โดยรถไฟไทย-จีนจะยกข้ามสะพานสีมาธานี แล้วลงมาบรรจบกับรถไฟทางคู่ที่ยกระดับขึ้นมาชั้น ๒ ส่วนรถไฟไทย-จีนจะอยู่ที่ชั้น ๓ ซึ่งเราจะต้องเร่งรีบนำเรื่องไปเสนอรัฐบาล อาจจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า ประมาณเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม หากไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ในรัฐบาลชุดหน้าก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้”

         “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอความคืบหน้าต่อไป

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๓ วันศุกร์ที่ ๒๖ - วันพุธที่ ๓๑ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


102 472