16thNovember

16thNovember

16thNovember

 

October 29,2018

‘ขยะบัวใหญ่’ต้องเดินหน้า อดีตนายกฯ‘อย่าซุกปัญหา’

         ประชาชนออกมาต่อต้านสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าขยะบัวใหญ่ เกรงชุมชนได้รับผลกระทบ นายอำเภอแจงพื้นที่ไม่เหมาะเพราะขนาดใหญ่เกินไป ควรสร้างในจุดเดิม ด้านอดีตนายกเทศมนตรีคนดังแนะควรเปิดใจรับฟังข้อมูล และเดินหน้ากำจัดขยะเป็นระบบและจริงจัง อย่าซุกปัญหา

          ตามที่มีประชาชนตำบลกุดจอกและเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จังหว้ดนครราชสีมา กว่า ๖๐๐ คน รวมตัวกันคัดค้านการก่อตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าขยะ และทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นประชาชนว่า จะยินยอมให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งประชาชนทั้งหมดเห็นตรงกันว่า ไม่ยินยอมให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ในบริเวณชุมชนเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบให้กับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ในการชุมนุมมีการเขียนป้ายโจมตีหน่วยงานที่รับผิดชอบการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่อนุญาตให้มีการสร้างในบริเวณนี้อย่างรุนแรง

          จากกรณีที่เกิดขึ้น “โคราชคนอีสาน” สอบถามไปยังนายประพัทธพงศ์ พราหมณี นายอำเภอบัวใหญ่ ซึ่งชี้แจงว่า “เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจาก อบต.และหน่วยงานในพื้นที่ นำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะเดิม จากนั้นจึงคิดหาวิธีกำจัดขยะโดยจะสร้างเป็นโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งขณะนี้กำลังจะศึกษาผลกระทบในการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ แต่เมื่อเรื่องแพร่กระจายออกไป ประชาชนจึงออกมาคัดค้าน แต่จริงๆ ส่วนใหญ่เป็นคนในบริเวณตลาดมากกว่า ส่วนประชาชนบัวใหญ่อยากให้ทำ เพราะมีขยะสะสมมานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว แต่สำหรับผมก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะโรงไฟฟ้ามีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับอำเภอบัวใหญ่ ถ้าจะกำจัดขยะจริงๆ ทำเพียงโรงกำจัดขยะน่าจะพอแล้ว หากโครงการนี้ทำจริง หลังศึกษาเสร็จจะมีการเปิดประมูลให้หน่วยงานต่างๆ มายื่นว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สร้างจริง อยู่ในขั้นศึกษาเท่านั้น แต่ประชาชนเข้าใจว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้า จึงออกมาคัดค้านกัน หลังจากนี้ จะมีการศึกษาจริง ทำข้อมูลจริง และอย่างที่ว่า ตรงนี้ไม่เหมาะกับการทำโรงไฟฟ้าขยะที่มีขนาดใหญ่ เป็นเหมือนการสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหาด้วยซ้ำ และขยะที่นี่ส่วนใหญ่เป็นขยะธรรมชาติ ไม่ใช่ขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม และบริเวณนี้เป็นพื้นที่การเกษตร หากทำโรงงานใหญ่ๆ ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบอย่างมากด้วย บางครั้งแค่เผาก็กำจัดขยะได้แล้ว”

          นายอำเภอประพัทธพงศ์ กล่าวอีกว่า “นอกจากนี้ การกำจัดขยะในปัจจุบันควรจะเริ่มจริงจังได้แล้ว บัวใหญ่เป็นหนึ่งในอำเภอศูนย์กลางการกำจัดขยะร่วมกับอำเภอเมือง และอำเภอปากช่อง ซึ่งบัวใหญ่มีขยะส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตร ไม่หนักเท่าเขตอำเภอเมืองและปากช่อง ที่มีอุตสาหกรรมใหญ่ๆ มากมาย    ดังนั้น จะต้องศึกษาผลกระทบก่อน แล้วต้องทำในบริเวณบ่อขยะเดิม เพราะการไปสร้างในจุดใหม่ ถือเป็นการเปิดปัญหาด้วย จะไปสร้างในจุดใหม่ ตำบลใหม่ ก็ไม่มีใครอยากได้ ผมได้บอกทางเทศบาลฯ ไปแล้วว่า ให้สร้างในจุดเดิม และที่สำคัญจะต้องศึกษาผลกระทบอย่างจริงจังด้วย เพื่อจะได้ไม่ไปสร้างปัญหาให้กับคนในพื้นที่ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ และใช้สารเคมี ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือเปล่า?”

          ทางด้านนายอรุณ อัครปรีดี คหบดีอำเภอบัวใหญ่ และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ ผู้มีชื่อเสียง แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า การแก้ปัญหาใหญ่ทุกคนต้องอย่าใช้อารมณ์ การแก้ปัญหาขยะถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติและจัดแบ่งเป็นโซน โซนโคราชเหนือแก้ปัญหาของหลายสิบ อปท. แต่ละจุดต้องใช้พื้นที่เป็นร้อยไร่ ไม่ใช่โครงการแก้ปัญหาของเทศบาลเท่านั้น ที่กำหนดจัดสร้างที่ตำบลกุดจอกเพราะเป็นที่ตั้งบ่อขยะเดิมอยู่แล้ว เทศบาลเองก็มีพื้นที่เกิน ๑๐๐ ไร่อยู่เพียงบึงบัวใหญ่ ๑๖๕ ไร่ อ่างประปา ๒๐๐ ไร่ ซึ่งกำลังเกิดปัญหาที่กักเก็บน้ำไม่พอเพียงจะหาซื้อที่เพิ่มก็หาไม่ได้ การมองปัญหาจึงอย่าแยกส่วน ต้องมองว่าทำอย่างไรให้ลงตัว แก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จอย่างยั่งยืน และแก้ให้หมดปัญหาทั้งโซน ปัญหา อปท.รอบเขตเทศบาลเมื่อไม่สามารถกำจัดขยะได้เพราะไม่มีที่ทิ้งขยะ ผู้คนที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเขตเทศบาล แอบขนขยะติดรถเข้ามาแอบทิ้งในเขตเทศบาลมีให้เห็นทุกยุคที่ผ่านมา ถ้าทุกคนเห็นแก่ตัวแค่กวาดในบ้านให้สะอวด อย่างอื่นธุระของคนอื่น อย่างเช่นมีบางคนในเขตเทศบาลกวาดขยะจากในบ้านออกมาหน้าฟุตบาทแล้วกวาดลงถนน ปล่อยให้เป็นภาระของคนงานกวาดถนนมีให้เห็น เพราะทุกคนต่างเอาตัวรอด ขาดจิตสาธารณะ สังคมที่ศิวิไลซ์ คือสังคมที่ผู้คนต่างมีจิตสาธารณะ ไม่เห็นแก่ตัว แก้ปัญหาส่วนรวมโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แก้ปัญหาด้วยเหตุผล เอาความจริงมาถกกัน ความแตกแยกจะไม่เกิด หากยอมรับเหตุผลซึ่งกันและกัน ไม่ดันทุรัง และเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง อย่าทำตัวเป็นอีแอบเหมือนที่ชอบทำกัน พูดอะไรไม่ต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวม

          “การแก้ปัญหาขยะของบัวใหญ่ยังต้องเดินต่อไปข้างหน้า เตรียมรับมือกับบ่อขยะที่อยู่ริมถนน ๒๐๒ ประตูเมืองบัวใหญ่ในปัจจุบัน เนื้อที่ประมาณ ๓๐ ไร่ ซึ่งใช้เป็นที่ฝังกลบขยะทับซ้อนขึ้นหลายๆ ชั้นจนใกล้เป็นภูเขา น้ำเสียจากขยะรวมทั้งสารแคดเมี่ยมจากสารพัดแบตเตอรี่ซึมลงใต้ดินแพร่กระจายสู่แหล่งน้ำใต้ดิน เป็นภัยมืดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การซุกปัญหา เก็บไว้หาทางแก้ตอนที่จนมุม การถกปัญหาจึงเป็นสิ่งที่วิญญูชนควรทำ อย่ามองเป็นการสร้างความแตกแยก ไม่ยอมให้ฝ่ายเสนอข้อมูลรายงานรายละเอียดระบบกำจัดแก๊สพิษที่มีระบบปิดทำอย่างไรบ้าง ถ้าไม่เชื่อข้อมูลที่เขานำเสนอ ยังสามารถเชิญนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นกลางมาให้ข้อมูลจริงได้ เมื่อไม่เปิดโอกาสให้นำเสนอ ผู้คนที่ไม่รู้รายละเอียดจึงจมอยู่กับภาพหลอนของกองขยะพิษในอดีต” นายอรุณ กล่าว

          นายอรุณ กล่าวในท้ายสุดว่า การเอาข้อมูลที่หน่วยงานอื่นทำสำเร็จมาแล้ว หรือทำแล้วเกิดโทษภัยมาเผยแพร่ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนที่หวังดีต่อบ้านเมืองควรทำ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้างให้คนส่วนใหญ่รับรู้ตัดสินใจ เลือกเส้นทางเดินไปข้างหน้า 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๓ วันศุกร์ที่ ๒๖ - วันพุธที่ ๓๑ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


93 377