16thNovember

16thNovember

16thNovember

 

November 06,2018

“สถาบันผู้นำซีพี” แหล่งบ่มเพาะ ‘บุคลากร’ นำพาความยั่งยืนสู่ธุรกิจและประเทศชาติ

        “อนาคตของซีพี ที่สาคัญที่สุดคือ “คน” ซีพีจะยืนหยัดมั่นคงเหมือนดาวฤกษ์ได้จะต้องมี “ผู้นำรุ่นใหม่” ที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะนำพาให้คนในเครือฯ พร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปด้วยกัน” 

        นี่เป็น คำกล่าวของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ “เจ้าสัวธนินท์” ผู้สร้างความยิ่งใหญ่ในธุรกิจและขยายเครือข่ายไปเกือบทั่วโลก ในชื่อ “ซีพี” และ “ซีพีเอฟ”

        โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการสร้าง “สถาบันผู้นำซีพี” ขึ้นมาในพื้นที่หลายร้อยไร่ ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม และเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ ผมก็มีโอกาสได้ไปสัมผัส เพราะหัวหน้ามอบหมายให้ไปร่วมทำข่าวการสนับสนุนทีมฟุตบอลเยาวชนและประชาชนในอำเภอปากช่อง ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพีเอฟ) ซึ่งก่อนที่จะสนามกีฬานั้น ทางคณะผู้บริหารได้นำไปเยี่ยมชมความโอ่อ่าอลังการของสถาบันนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่บุคคลภายนอกจะมีโอกาสเข้ามา

        สำหรับในครั้งนี้ ผู้บริหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพีเอฟ นำโดย นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ, นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ, นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และดร.วรรณวิรัช วิรัชนิภาวรรณ รองผู้อำนวยการ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Leadership Institute : CPLI) คฤหาสน์หรูทรงคลาสสิกแบบยุโรป ที่อยู่บนเนื้อที่ ๔๔๐ ไร่ ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยงบประมาณที่ได้ยินมา ๗,๐๐๐ ล้านบาท

        “สถาบันผู้นำซีพี” เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๐๑๒ และแล้วเสร็จในปี ๒๐๑๖ โดยตัวอาคารสร้างอยู่บนพื้นที่ขนาด ๑๔๕ ไร่ หรือ ๑๒๑,๒๐๒ ตารางเมตร แบ่งเป็นทั้ง ๕ อาคาร ประกอบด้วย ๑.อาคารฝึกอบรม ความสูง ๕ ชั้น ซึ่งมีห้องพักถึง ๒๔๔ ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึง ๕๐๐ คน ห้องประชุมกลุ่มย่อยอีกหลายสิบห้อง ที่สามารถจุผู้เรียนได้ตั้งแต่ ๑๐-๕๐๐ คน ห้องอาหารขนาดใหญ่ และพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดทั้งการเรียนรู้และผ่อนคลาย พรั่งพร้อมด้วย Facilities ในการประชุมอย่างครบครัน ๒.อาคารพักรับรองพิเศษ ความสูง ๔ ชั้น ๓.อาคารกีฬาและกิจกรรมสันทนาการ ความสูง ๒ ชั้น ๔.อาคารต้อนรับ และ ๕.อาคารสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วยอาคารสาธารณูปโภคและอาคารรักษาความปลอดภัย

        C.P.Leadership Institute ตั้งขึ้นเพื่อต้องการสร้าง “คน” ตามวิสัยทัศน์ ของ “เจ้าสัวธนินท์” ที่ต้องการให้ “คน” ของซีพีเป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ และพร้อมที่นำองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและประสบความสาเร็จอย่างยั่งยืน เป็นที่มาของการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “การสร้างคน” ที่ดีที่สุดขององค์กรชั้นนำระดับโลกอย่าง บริษัท จีอี, บริษัทซัมซุง และบริษัทโบอิ้ง โดยประธานอาวุโสได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงไปเยี่ยมชมองค์กรชั้นนำเหล่านั้น เพื่อศึกษาและเรียนรู้วิธีการสร้างผู้นำ และนำกลับมาทดลองใช้กับเครือฯ ด้วยการจัดเวที “ผู้นำสอนผู้นำ” ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้นำจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง จึงเกิดการต่อยอดแนวความคิด ที่จะสร้าง “ศูนย์พัฒนาผู้นำ” พร้อมกับการพัฒนาหลักสูตรที่เป็นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อพัฒนาและสร้างผู้นำให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนของทั้งบริษัทและประเทศชาติ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สรรหาผู้ที่เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงในการสร้างหลักสูตรพัฒนาผู้นำระดับโลก และประสบความสาเร็จในการก่อตั้งศูนย์พัฒนาผู้นำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญ “ดร.โนเอล เอ็ม. ทิชี่” (Dr.Noel M. Tichy) อาจารย์จากสถาบัน Ross School of Business มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันผู้นำจีอี เข้ามาร่วมวางหลักสูตรเข้มข้นนี้กับผู้บริหาร ทั้งนี้ ดร.ทิชี่ ถือเป็นกูรูทางด้านภาวะผู้นำและการบริหารจัดการองค์กร มีผลงานเขียนหนังสือมากกว่า ๒๐ เล่ม เช่น The Cycle of Leadership : How Great Leaders Teach Their Companies to win (2004), The Leadership Engine (2007) ใต้วิธี Action Learning Program ที่นำมาใช้ในการพัฒนาผู้นำ 

        Action learning เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านการทำงานในสถานการณ์จริงและประเมินตนเองผ่านการทำงานนั้น ผู้เรียนจะพัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ ผ่านการทำงานแทนการอ่านหนังสือแบบการเรียนการสอนแบบเดิม โดยสถาบันผู้นำ ได้ประยุกต์รูปแบบ Action Learning นี้เข้าในหลักสูตรการพัฒนาผู้นำแตกต่างกันไปในแต่ละระดับ 
ทั้งนี้ หลักสูตรแรกที่จัดคือ C.P. Leadership Development Action Learning Program โดยผู้นำจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำนวน ๔๐ คน จะได้คัดรับเลือกให้เข้าร่วมหลักสูตร ทำการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ๓ ครั้ง ผู้เข้าร่วมหลักสูตรถูกแบ่งเป็นทีม ๖ ทีม ทีมละ ๖-๗ คน สมาชิกในทีมต้องทำงานร่วมกันในโครงการที่ได้รับมอบหมาย ในขณะที่ต้องรับผิดชอบงานประจำของตนเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน วิธีการนี้ทำให้ผู้นำจากต่างธุรกิจในเครือฯ ได้ทำความรู้จักกัน และสอนให้ผู้นำเหล่านี้ได้สะท้อนและทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานของตนและทีม ทั้งยังได้ประเมินศักยภาพ และทักษะการเป็นผู้นำ และแนวทางการพัฒนาตนให้เป็นผู้นำที่มีศักยภาพในการนำพาเครือฯ ไปสู่ความสำเร็จ 
นอกจากนี้ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อพัฒนาผู้นำในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ อันจะก่อประโยชน์เพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นไปตามหลักปรัชญา ๓ ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และธุรกิจ

        ที่นี่เปิดสอนหลักสูตรมาแล้วมากมาย อาทิ Advanced Leadership Program (ALP) จำนวน ๕ รุ่น, Business Leader Program (BLP) จำนวน ๑๔ รุ่น, New Leader Program (NLP) จำนวน ๒๕ รุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ละคลาสใช้ระยะเวลาที่ต่างกันตั้งแต่ ๔ วัน จนถึง ๖ เดือน ซึ่งบุคคลที่จะเข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้ ต้องเป็นพนักงานในเครือซีพีทั้งในและต่างประเทศเท่านั้น ส่วนจบแล้วก็จะนำความรู้ความสามารถไปพัฒนาองค์กรในเครือซีพีทั้งในและต่างประเทศต่อไป จุดเด่นของสถาบันแห่งนี้คือการพัฒนาหลักสูตรที่เป็นของเครือฯ เอง เพื่อพัฒนาและสร้างผู้นำให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนของทั้งบริษัทและประเทศชาติ

        การนำโมเดลของบริษัท จีอี, บริษัทซัมซุง และบริษัทโบอิง มาใช้ในการพัฒนา “ผู้นำสายพันธุ์ใหม่” ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะต่อยอดความสำเร็จให้กับบริษัทไปอีกกี่มากน้อย รวมทั้งประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างไร...เวลาจะเป็นคำตอบ

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๕ วันอังคารที่ ๖ - วันเสาร์ที่ ๑๐  เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ 

 

 


53 1763