13thDecember

13thDecember

13thDecember

 

November 27,2018

‘ชาติพัฒนา’ไม่มีปัญหา เชื่อคนโคราชไม่ทิ้ง ‘ภูมิใจไทย-อนาคตใหม่’พร้อม

         ‘สุวัจน์-เทวัญ’ นำคณะพรรคชาติพัฒนา คารวะรูปปั้น “น้าชาติ” พร้อมสักการะย่าโมเพื่อสิริมงคล ชาวโคราชแห่ต้อนรับเนืองแน่น ชูสโลแกน “No Problem” และยืนยันหันหน้าเข้าหากัน สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทยโดยไม่สร้างปัญหา ยึดโคราชเป็นฐานที่มั่น ด้าน ‘พ.อ.วินัย สมพงษ์’ อดีตรมว.คมนาคม เปิดใจลาออกจากประชา ธิปัตย์กว่า ๓ ปีแล้ว จะช่วย ‘ชาติพัฒนา’ ทำงานเพื่อบ้านเกิด ‘อนุทิน’ คัดเลือก ๑๔ ผู้สมัครโคราชด้วยตนเอง อดีตประธาน อบต.นำอนาคตใหม่

         สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ ที่โรงแรมอมารี วอร์เตอร์เกท เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยมี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคกว่า ๒๐๐ คนเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครเลือกตั้งด้วย โดยในที่ประชุมมีมติให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสร “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นหัวหน้าพรรคใหม่ ลำดับที่ ๕ ของพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรคทั้ง ๙ คน ดังนี้ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๑, นายประสาท ตันประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๒, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๓, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๔, นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๕, นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๖, นายสาคร พรหมภักดี รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๗, นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๘ และนาย ธงชัย ลืออดุลย์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ ๙

         ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้เดินทางไปยังบ้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ถนนราชวิถี (กรุงเทพฯ) เพื่อเรียนเชิญเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อม เรียนเชิญผู้ใหญ่ของพรรคเป็นที่ปรึกษา เพื่อเป็นการทำงานที่ผสมผสาน ระหว่างคนรุ่นเก่าที่มากประสบการณ์ และคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย เพื่อการนำพาพรรคชาติพัฒนา ไปสู่ความมุ่งหมาย เพื่อขจัดปัญหาให้ประชาชน นอกจากนี้ยังมีคณะที่ปรึกษา ๗ คนประกอบด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรค, ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค, พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอสูงเนินโดยกำเนิด, นายสุเมธ ศรีพงษ์ อดีตส.ว.นครราชสีมา, นายพงษ์พิช รุ่งเป้า อดีตส.ส.นครราชสีมา, นายพงศ์อุดม ตรีสุขี อดีต ส.ส.อยุธยา และนายมนตรี แก้วแพง อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ จ.สงขลา

คนโคราชแห่ต้อนรับ

         โดยเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา คณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา และสมาชิกพรรคฯ เดินทางมาสักการะอนุสรณ์พลเอกชาติชาย ชุณหะวัน นายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๗ ผู้ก่อตั้งพรรคชาติพัฒนา ที่บริเวณที่พักริมทางลำตะคอง หรือสวนน้าชาติ ถนนนมิตรภาพ พร้อมกับวางดอกไม้ขอพร และกล่าวคำปฏิญาณตนที่จะทำงานการเมืองเพื่อชาติ ตามเจตนารมณ์ของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ โดยยึดสโลแกน no problem “ไม่มีปัญหา” ใช้พัฒนาประเทศต่อไป 

         จากนั้นในเวลา ๑๑.๐๐ น. ได้เดินทางไปสักการะ “รูปหล่อเหมือนหลวงพ่อคูณ” ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ‬กระทั่งเวลา ๑๓.๓๐ น. เดินทางมาสักการะและกราบไหว้ขอพรอนุสารีย์ท้าวสุรนารี (คุณ ย่าโม) โดยมีว่าที่ผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรคฯ ที่ร่วมกันใส่เสื้อสีส้ม เสื้อประจำพรรคชาติพัฒนา ท่ามกลางคหบดี กลุ่มสตรี นักการเมือง และประชาชนร่วมต้อนรับจำนวนกว่า ๓๐๐-๔๐๐ คน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น แม้อากาศจะร้อนก็ไม่ส่งผลใดๆ พร้อมทั้งมอบดอกไม้และหอมแก้มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้นายสุวัจน์และคณะ รวมทั้งส่งเสียงร้อง “ฟื้นฟูประเทศชาติ ต้องชาติพัฒนา” และตะโกนคำว่า “no problem ไม่มีปัญหา” อย่างกึกก้อง โดยบุคคลที่ไปร่วมต้อนรับมีนายบวร-นางเพ็ญพัตร(ชูศรี) ศรีวิไลลักษณ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนครราช สีมา, นายธวัชชัย วิมลวัตรเวที อดีตประธานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง (สว่างเมตตาธรรมสถาน), นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราช สีมา และคณะกรรมการสมาคมฮากกานครราชสีมา เป็นต้น

หันหน้าเข้าหากัน

         จากนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า “เนื่องจากพรรคชาติพัฒนา ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นหัวหน้าพรรค และได้เรียนเชิญผม คุณหมอวรรณรัตน์ พ.อ.วินัย และผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายท่านมาเป็นคณะที่ปรึกษา ฉะนั้นในโอกาสนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับพรรค คณะผู้บริหารพรรคและคณะที่ปรึกษาจึงเดินทางมาที่จังหวัดนครราชสีมา เพราะพรรคชาติพัฒนาก่อตั้งโดยพลเอกชาติชายที่จังหวัดนี้ด้วย ถือเป็นพรรคการเมืองของคนโคราช และช่วงเช้าได้ไปที่อนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย หรือสวนน้าชาติที่ลำตะคอง ไปกราบไหว้และแสดงความเคารพต่อท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาท่านแรกและเป็นผู้ก่อตั้งพรรค และวางแนวทางในการทำงานของพรรคชาติพัฒนา ครั้งนี้หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนใหม่คือคุณเทวัญ ได้ประกาศกับสมาชิกในพรรคว่า จะใช้แนวทางของท่านพลเอกชาติชายในการทำงานการเมือง แนวทางนั้นคือ ‘หันหน้าเข้าหากัน สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย’ โดยการทำงานจะเดินสายกลาง ประนีประนอม ไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ หรือถ้ามีปัญหาก็เข้าไปแก้ไขปัญหาพ่อแม่พี่น้องประชาชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ จากนั้นได้ไปกราบหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งถือว่าเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องชาวโคราช ซึ่งหลวงพ่อคูณมีความผูกพันกับท่านพลเอกชาติชายมากเมื่อครั้งท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไปกราบขอพรเพื่อให้พรรคชาติพัฒนาประสบความสำเร็จ มีกำลังกายกำลังใจปฏิบัติงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและชาวโคราช และหลวงพ่อคูณได้สอนพวกเราให้เป็นคนเสียสละ เป็นผู้ให้ ไม่ประมาทและอย่าให้เงินเป็นเจ้านาย และหลีกเลี่ยงยาเสพติด จากนั้นได้มากราบย่าโม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราชและชาวอีสาน ซึ่งท่านเป็นวีรสตรีปกป้องบ้านเมืองโคราช ฉะนั้นจึงมาขอพรคุณย่าโม เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน”

ยึดโคราชเป็นฐานที่มั่น

         ผู้สื่อข่าวถามว่า “โคราชยังเป็นฐานที่มั่นของชาติพัฒนาเหมือนเดิมใช่หรือไม่?” ซึ่งนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ตอบว่า “เป็นตลอดมาตั้งแต่ตั้งพรรคกระทั่งวันนี้ ถือว่าผูกพันกับชาวโคราช และร่วมมือพัฒนากระทั่งโคราชประสบความสำเร็จทุกด้าน ถือว่ามีความรัก ความผูกพันและเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญของพรรค เพราะในจำนวนผู้แทนราษฎรของพรรคมีชาวโคราชเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องจะได้กี่ที่นั่งก็ยังไม่ทราบ ผมว่าไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ผมคิดว่าถ้าทุกฝ่ายมาที่โคราชเยอะๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนโคราชจะได้มีทางเลือกเยอะๆ และทำให้เกิดความตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งสิ่งที่พี่น้องชาวโคราชตัดสินใจคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราก็ยอมรับได้ แต่เราก็ยังมั่นใจ ความผูกพัน รักใคร่ ผลงานต่างๆ ที่พรรคชาติพัฒนาได้ทำไว้ยังอยู่ในใจพี่น้องชาวโคราช”

         ในขณะที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า “ฝากถึงชาวโคราชว่าการที่เลือกตั้งวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ถ้าไม่มีการเลื่อน ขอฝากพรรคชาติพัฒนาไว้ด้วย เพราะว่าพรรคชาติพัฒนาทำงานมาเยอะ และฝากทุกๆ อย่างไว้ในโคราช ถึงวันนั้นก็เป็นเรื่องของประชาชน ทุกคำตัดสินพรรคชาติพัฒนาน้อมรับ”

         สำหรับว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง ๑๔ เขตในจังหวัดนครราชสีมา ในเบื้องต้นมีข่าวว่าทางพรรควางตัวไว้ดังนี้ เขต ๑ นายธงชัย (เบิร์ด) ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ อดีตส.ส. และประธานสโมสรวอลเลย์บอลนครราชสีมา, เขต ๓ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภา อบจ.นครราชสีมา, เขต ๑๓ นายไกรฤกษ์ เสียนขุนทด อดีตผู้สมัครส.อบจ.กลุ่มรักษ์โคราช ส่วนเขตอื่นๆ รอความชัดเจน

พ.อ.วินัย’ยืนยันช่วยพัฒนาบ้านเกิด

         ล่าสุดวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ “โคราชคนอีสาน” สัมภาษณ์พันเอกวินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการมาร่วมงานการเมืองกับพรรคชาติพัฒนาในครั้งนี้ โดยได้รับการเปิดเผยว่า 

         “ผมเป็นคนสูงเนิน เป็นคนโคราชแต่กำเนิด เคยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่มีเขตรับผิดชอบโดยเฉพาะ แต่ผมทำงานในพื้นที่ผมยิ่งกว่า ส.ส.เขต เดือนหนึ่งจะลงพื้นที่ ๕-๖ ครั้ง เอางบประมาณมาทำงานในพื้นที่ตลอด แม้จะมีการปฏิวัติผมก็ทำงานของผม กระทั่งคนในกุดจิก-สูงเนินมีอะไรก็เรียกหาตลอด ผมเป็นคนบ้านนั้น ผมก็มาตอบแทนบุญคุณ เผอิญหมอวรรณรัตน์ (ชาญนุกูล) ก็เป็นคนขามทะเลสอ เดิมขามทะเลสอก็คืออำเภอสูงเนิน หมอวรรณรัตน์ก็เหมือนน้องชาย คบค้าสมาคมเหมือนเป็นคนบ้านเดียวกัน หมอวรรณรัตน์ก็ดี หรือคุณประเสริฐ บุญชัยสุข ก็ดีที่เป็น ส.ส.เขตสูงเนิน ซึ่งเมื่อ ๗-๘ เดือนที่แล้วก็ออกปากว่า ‘มาอยู่ด้วยกันเถอะ’ เผอิญชาติพัฒนาเป็นพรรคเก่าแก่ของโคราช ผมก็มีฐานเสียงที่นี่ ประกอบกับคนสูงเนินก็รักพลเอกชาติชาย รักคุณสุวัจน์ จึงบอกว่า พันเอกวินัยก็อยู่สูงเนินก็มาลงพรรคที่มีฐานบ้านเดียวกันกับเราเถอะ จะได้ช่วยกันทำงาน จะได้ไม่ต้องแย่งกัน ถ้าเกิดพันเอกวินัยไปลงพรรคอื่นก็จะแย่งกัน จะเหนื่อยด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งผมก็ไม่เคยบอกใครแต่บอกโคราชคนอีสานเป็นรายแรกว่า ผมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มา ๓ ปี ๒ เดือนแล้ว โดยไม่ได้โกรธเคือง ขุ่นแค้นใคร เหตุที่ลาออกเพราะว่า ขณะนั้น ศ.เกียรติคุณ ร.อ.ทินพันธ์ุ นาคะตะ เป็นประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของผมสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย  และท่านเคยเป็นที่ปรึกษาป๋าเปรม ซึ่งช่วงนั้นท่านก็ใช้ผมทำงานมาตลอด คือใช้กันมาหลายปี ประมาณ ๗-๘ ปีในทางการเมือง ท่านบอกว่า วินัยให้มาช่วยผม ทำงานให้ผม ผมจึงต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่พรรคไม่ได้บอกให้ผมลาออก แต่เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกระเทือนใดๆ ต่อพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ลาออก จากนั้นมาผมก็ไม่ได้ไปสมัครอะไร 

พันเอกวินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

สร้างผลงานไว้มาก

         “ผมเป็นคนโคราช เปรียบเสมือนตะวันรอน นกน้อยก็บินกลับรัง เพราะบ้านผมอยู่สูงเนินอยู่โคราช นี่เป็นเหตุผลที่ผมมาอยู่พรรคชาติพัฒนา มาช่วยคุณสุวัจน์ ช่วยน้าชาติ หมอวรรณรัตน์ คุณประเสริฐ เพราะว่าผมมีความผูกพันกับคนเหล่านี้ เพราะบ้านเดียวกัน ฐานเสียงเดียวกัน จึงเท่ากับว่า พอบั้นปลายชีวิตนกน้อยก็บินกลับรัง ผมเป็นนักหาเสียงที่ทุกพรรคต้องการ เพราะผมมีพื้นฐานมาจากพรรคพลังธรรม เมื่อผมมาอยู่พรรคชาติพัฒนา คุณสุวัจน์ก็บอกผมว่า ‘พี่มาเปิดตัวได้แล้ว’ ซึ่งผมบอกกับคุณหมอวรรณรัตน์ กับคุณประเสริฐ ว่า ผมไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ เพราะผมเป็นผู้อาวุโสแล้ว ในทางการเมืองก็ถือว่า ๔๐ ปีที่คร่ำหวอดมา เป็นรองผู้ว่า กทม. ๖ ปีกว่า เป็น ส.ส.มาก็หลายสมัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกือบ ๒ ปีครึ่ง ผลงานก็มีทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ ยกเลิกด่านเก็บเงิน ผมไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ ขอให้คนรุ่นหลังเป็นเถอะ ส่วนผมก็จะเป็นผู้อาวุโส คอยให้คำแนะนำปรึกษา ขาดเหลืออะไรก็จะคอยช่วยเหลือเขา เขาก็คงขอให้ไปช่วยหาเสียงทั่วอีสาน ทั่วโคราช ทุกครั้งที่เลือกตั้ง ที่ผ่านมาผมขึ้นเวทีปราศรัยเกือบๆ ๒๐๐ เวทีด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะฝนตกฟ้าร้องขนาดไหนผมก็ขึ้นรถพูดได้ทั้งวัน” พ.อ.วินัย กล่าว

         สำหรับเขตเลือกตั้งที่ ๓ ในพื้นที่อำเภอสูงเนินนั้น พ.อ.วินัย กล่าวว่า “ทั้งอำเภอผมบอกได้เลยว่า ผมทำงานทุกพื้นที่ตารางนิ้ว เดือนหนึ่งก็ลงพื้นที่ ๕-๖ ครั้ง เอางบประมาณมาลงมากมายมหาศาล ทั้งไฟฟ้า ถนน แหล่งน้ำ อาคาร ดังนั้นเมื่อมีคนใหม่มาลงสมัครผมก็จะช่วยเต็มที่ เมื่อเราอยู่พรรคไหนเราก็จะประเคนคะแนนให้กับพรรคนั้น ดังนั้นใครมาลงสมัครในสูงเนินถือว่าโชคดี”

สนามบินเจ๊ง ไม่มีที่เติมน้ำมัน

         เมื่อ “โคราชคนอีสาน” ถามว่า ในฐานะที่ทำงานการเมืองและพัฒนาสูงเนินมาตลอด มั่นใจหรือไม่ว่า ผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนาจะได้รับเลือกตั้ง? ซึ่งพันเอกวินัย ตอบว่า “ขึ้นอยู่กับคนสูงเนินตัดสินใจ แต่ถ้าผมอยู่พรรคไหน ผมก็ต้องช่วยคนให้พรรคนั้น แต่ผมก็มั่นใจว่า ผมได้ทำผลงานไว้มากมายมหาศาล ในฐานะที่ผมเป็นคนสูงเนินดั้งเดิม เรียนจบ ม.๖ ที่สูงเนิน พ่อแม่พี่น้องก็อยู่ที่สูงเนิน ดังนั้นพี่น้องประชาชนคงจะเมตตากรุณา แต่ผมก็จะทำให้ดีที่สุด ขยันเต็มที่ ทำดีที่สุด และผลงานผมก็ทำไว้เยอะ เช่น ยกเลิกด่านเก็บเงิน ถนนวงแหวนรอบนอก ผมก็เป็นคนให้กำเนิดรถไฟทางคู่ และสนามบินหนองเต็งก็เกิดในสมัยผม ถ้าได้เข้ามาผมจะทำให้สนามบินใช้ได้ ไม่ต้องไปนั่งเครื่องบินที่กรุงเทพฯ ซึ่งการพัฒนาสนามบินโคราชที่ไม่สำเร็จ เพราะว่าสนามบินไม่มีที่เติมน้ำมันสำหรับเครื่องบินดังนั้น เครื่องบินไหนมาก็เจ๊ง ถ้าผมมีโอกาสในฐานะคนสร้างสนามบิน ผมก็จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้สนามบินมีความพร้อม มีเครื่องจ่ายน้ำมัน รวมทั้งจะเข้ามาทำให้ระบบขนส่งมวลชนเกิดขึ้นในโคราชให้ได้”

ภูมิใจไทย’แห่ร่วมทำบุญ “ไพโรจน์”

         วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๒.๐๐ น. ที่วัดประชาคมมาราม ตำบลทับสวาย อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา มีการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.เขตในจังหวัดนครราชสีมา ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (ส.อบจ.) และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งผู้นำชุมชนได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นายไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอุดม พรอำนวย อดีตรองนายก อบจ.นครราชสีมา โดยมีร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะภริยาพร้อมลูกชายและญาติให้การต้อนรับ ท่ามกลางชาวห้วยแถลงและจักราช ที่รู้จักมักคุ้นกับครอบครัวสุวรรณฉวี มาร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งมีการจัดโรงทานบริการอาหาร-เครื่องดื่ม การแสดงหมอลำและการชกมวยไทยดาวรุ่งตลอดทั้งวัน

อนุทิน’คัดผู้สมัคร ๑๔ เขตด้วยตัวเอง

         นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ขณะนี้ว่าที่ผู้สมัครมีความพร้อมและเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้งขึ้นตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ โดยไม่หวั่นไหวกับการจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ช้าเร็วหรือเขตเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ทุกคนพร้อมลงสนามโดยไม่หวั่นไหว ตนถือเป็นชาวโคราช เนื่องจากมีบ้านพักอยู่อำเภอปากช่อง จึงขอรับผิดชอบคัดกรองผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง ๑๔ เขต ด้วยตัวเอง ซึ่งต้องเป็นเกรดเอและมีความผูกพันกับประชาชนมายาวนานต่อเนื่อง ขอยืนยันว่าตัวแทนพรรคภูมิใจไทยทุกคน จะเป็นตัวแทนชาวโคราชทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มั่นใจหากนำนโยบายของพรรคไปทำความเข้าใจชาวโคราชจะได้รับการตอบรับอย่างท้วมท้น”

อดีตอบต.-อดีตส.ว.ร่วม‘อนาคตใหม่’

         และในเดียวกัน วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่จังหวัดนครราชสีมา ข้างสะพานสูงโรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายประธาน คงเรืองราช อดีตนายก อบต.โนนอุดม นครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพื้นที่โคราช พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและเขต จ.นครราชสีมา รวมทั้งแฟนคลับ โดยมีนายอุบล เอื้อศรี อดีตส.ว.นครราชสีมา และอดีตแกนนำ นปช.โคราช อายุ ๘๐ ปี, นายอนันต์ สีมานนท์ อดีตกรรมการผู้จัดการ สถานีเคเบิ้ลทีวี ดีทีวี โคราช, นพ.อนันต์ โลหะพัฒนบำรุง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชสีมาฮอสพิทอล (โคราชเมโมเรียล เดิม) และคณะ ประกอบด้วย นายวรพงศ์ โสมัจฉา นายพัลลภ เสนาดี นางสุภาวดี พูลวรสกุล นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์ นายจิณรพนธ์ พิทักษ์เศรษฐี นายสมบูรณ์ เดชขุนทด นางสาวศุภักษร วิไล และว่าที่ร้อยตรีกานต์ศักดิ์ ดัดขุนทด นัดประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการคัดกรองผู้สมัคร ส.ส.และขยายจำนวนสมาชิกพรรคให้มากที่สุด

         นายประธาน คงเรืองราช หัวหน้าคณะทำงานฯ กล่าวว่า “ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอจัดตั้งเครือข่ายอนาคตใหม่นครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนเจตจำนงเดียวกันทั้งประเทศ โดยยืนยันแนวทางยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่สนับสนุนการสืบทอดเผด็จการทุกแบบ ร่วมกับชาวโคราชช่วยกันสร้างภาคประชาสังคมนำประชาธิปไตยสู่ท้องถิ่น ให้ประชาชนมีอำนาจและบทบาทในการบริหารบ้านเมือง “รักเล็ก ประชาสังคมโต” โดยมีแนวทางการดำเนินภารกิจเฉพาะชาวโคราชสานฝันสร้าง “วาระอนาคตใหม่โคราช” นำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ เสนอปัญหาความต้องการให้ได้รับการแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโคราชถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานเป็นสังคมเชิงซ้อนตั้งแต่ครัวเรือนประวัติศาสตร์ดั้งเดิม จนถึงกึ่งครัวเรือนสมัยใหม่ วิถีชีวิตมีความซับซ้อน กระบวนการแก้ปัญหาต้องใช้ความร่วมมือจากประชาชนหลายภาคส่วน ขณะนี้มีการนำเสนอปัญหาด้านเกษตร สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรป่าไม้ แหล่งน้ำ น้ำเสีย เศรษฐกิจ และอื่นๆ เริ่มทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงภาคีสำคัญ ๓ ภาคี ได้แก่ ๑.สื่อมวลชน นำเสนอเผยแพร่เรื่องราวปัญหาให้ได้รับการแก้ไข ๒.ภาควิชาการ ประสานงานกับสถาบันระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ทั้ง ๙ แห่ง สร้างนโยบาย ทิศทางการดำเนินการ ๓.บุคคลด้อยโอกาส   ผู้พิการ ที่ถูกมองข้ามให้ได้รับโอกาสอย่างทัดเทียม จึงขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายมาร่วมสร้างให้โคราชเป็นหัวเมืองอีสานอย่างเป็นรูปธรรม”

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๙ วันจันทร์ที่ ๒๖ - วันศุกร์ที่ ๓๐ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑


77 455