13thDecember

13thDecember

13thDecember

 

November 27,2018

‘ศ.ดร.เกรียงศักดิ์’เปิดเวทีเสนอ ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีพัฒนาโคราช

         ประธานสถาบันการสร้างชาติ (นสช.) เปิดเวที “ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เพื่อพัฒนาโคราช” เน้นยุทธศาสตร์สร้างเมืองเครือข่าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หลังรายได้เฉลี่ยต่อคนอยู่อันดับ ๓๘ ของประเทศ ปัญหาส่วนใหญ่คือภาคเกษตร ประชาชน ๗๕% อยู่ในชนบท ท่องเที่ยวสอบตกต่างชาติเข้ามาเพียง ๑.๓ แสนคน

         เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ห้องประชุมโรงแรมวีวัน จังหวัดนครราชสีมา ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโสมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และประธานสถาบันการสร้างชาติ (นสช.) เปิดเวทีบรรยายพิเศษ “ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เพื่อพัฒนาเมืองโคราช” โดยมีนายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และนายศรรบ หล่อธราประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสงวนบริการ จำกัด (สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ ๒) พร้อมด้วยคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า ๕๐ คน

         ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute - NBI) เปิดเผยถึงการก่อตั้งสถาบันการสร้างชาติว่า สถาบันแห่งนี้ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้หลักของประเทศ ในเรื่องการพัฒนาภาวะการนำ ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรม ของบุคลากรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ให้ร่วมกันช่วยทำงานสร้างสรรค์ชาติไทยสู่อารยประเทศ เป็นการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงได้ร่วมกับภาคีจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม จัดหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.) เพื่อพร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นประเทศอารยะต่อไป ที่ผ่านมาดำเนินหลักสูตรมาแล้ว ๖ รุ่น ซึ่งรุ่นที่ผ่านมาจังหวัดนครราชสีมา มีบุคคลเข้ามาเรียนหลักสูตรทั้งหมด ๙ คน นำโดย นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และนายศรรบ หล่อธราประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสงวนบริการ จำกัด (สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ ๒)

         ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ เปิดเผยต่อว่า ตนมีความผูกพันและใกล้ชิดกับโคราชมานาน ในอดีตเคยนั่งตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และอดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สำหรับยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เพื่อพัฒนาเมืองโคราช ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับผมในสายตาประเทศไทย เมืองโคราชกำลังถูกจับตามองจากทั้งภาครัฐและเอกชน ภาครัฐไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหนก็ต้องมาลงทุนที่โคราช ล่าสุด กำลังดำเนินสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ถนน ๓๐๔ โครงการท่าเรือบก และรถไฟฟ้ารางเบา ส่วนภาคเอกชน ธุรกิจค้าส่ง-ปลีกสมัยใหม่ ศูนย์กลางค้าจำนวนมาก รวมทั้ง โรงแรม อุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

         “โคราชต้องมียุทธศาสตร์การสร้างเมือง เครือข่าย โคราชมีศักยภาพเป็นมหานคร มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ประชากรกว่า ๒.๖ ล้านคน มากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ เป็นจังหวัดที่มี GPP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) มากที่สุดในภาคอีสาน และเป็นอันดับ ๑๑ ของประเทศ แต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวกับอยู่ที่ ๓๘ ของประเทศไทย ซึ่งขัดแย้งกันมาก เป็นจังหวัดใหญ่สุดในประเทศแต่มีรายได้น้อยมาก การเชื่อมโยงกับพื้นที่รอบข้างไม่มากพอ จะเอาแค่กลุ่มนครชัยบุรินทร์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมองการเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ โดยเอาโคราชเป็นเมืองในการเชื่อมโยง โคราชจะโตไวกว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระหว่างเมือง พัฒนาพื้นที่ระหว่างเมือง ตำแหน่งและกิจกรรมของเมืองต่างๆ ที่ต้องสนับสนุนกัน พื้นที่ไหนมีจุดเด่นอะไรก็ดึงศักยภาพของตัวเองออกมา นี่คือแนวทางที่สำคัญมาก” นายเกรียงศักดิ์ กล่าว

         ประธานสถาบันการสร้างชาติ เปิดเผยต่อว่า ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างโคราชด้านเศรษฐกิจ โคราชเป็นจังหวัดที่มีคนยากจน ๑๗% ความเหลื่อมล้ำในโคราชสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทย คนที่นี่ถ้ารวยก็รวยเลย แต่ถ้าจนก็จนจริงๆ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ประชาชนส่วนใหญ่ ๗๕% อยู่ในชนบท ต้องเอา ๓ โมเดลมาแยกพื้นที่โคราช ๑.ตรงไหนเป็นชนบทที่ไม่เจริญให้พัฒนาให้เจริญ ๒.ทำชนบทให้กลายเป็นเมือง และ ๓.เชื่อมชนบทเข้ากับเมือง อย่าไปมัวหลงกับนโยบายพรรคการเมืองที่พยายามเก็บดองคนชนบทไว้ในคอกการเมือง เพื่อที่จะได้ไม่รวยเกินไปไม่จนเกินไปจะได้ไม่ลุกขึ้นมาสู้จะได้สั่งเป็นหัวคะแนนได้ วิธีแบบนี้ไม่เปลี่ยนประเทศ โคราชพัฒนาเป็นฮับการค้าและโลจิสติกส์ของอินโดจีน ร่วมสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนธุรกิจการค้าและโลจิสติกส์ เปิดประตูท่องเที่ยวสู่อินโดจีน ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมาโคราช ๗ ล้านคนต่อปี แต่มีต่างชาติเพียง ๑.๓ แสนคน ถือเป็นการสอบตกครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้ ต้องเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวโคราชให้ได้ ทรัพยากรท่องเที่ยวโคราชมีมากถ้าเทียบกับจังหวัดข้างเคียง โคราชทำได้ถ้าลุกขึ้นทำจริงๆ ที่สำคัญขณะนี้ผมมีนโยบายจะดึงโอลิมปิคโลกเข้ามาในประเทศไทย เพื่อที่จะได้การโฆษณาฟรีไปทั่วโลก แล้วโคราชก็จะต้องมีส่วนรวมด้วยแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรม พัฒนาระบบการศึกษาและวิจัยระดับโลก ยกระดับคุณภาพของโรงเรียน เช่น โรงเรียนสอนภาษา ๒-๓ ภาษา พัฒนาโคราชเป็นสมาร์ท ซิตี้ เชื่อมอินเทอร์เน็ตทุกบ้าน ใช้นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการเมือง และพัฒนาโครงสร้างการบริหารเมืองให้ถูกต้อง โคราชมีศักยภาพที่สุด เราจึงต้องมาทำโคราชสร้างชาติโมเดล

         “เมืองที่จะเจริญได้ต้องมี ๓ ทหารเสือแห่ง S คือ ๑.การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) หมายถึง ความได้เปรียบที่เกิดขึ้นจากการที่หน่วยธุรกิจสามารถผลิตผลผลิตได้ในจำนวนมากขึ้นจนทำให้ต้นทุนในการผลิตเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำลงได้ ๒.การประหยัดต่อขอบเขต (Economies of Scope) เกิดขึ้นเมื่อหน่วยธุรกิจรายหนึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตลงได้ จากการผลิตผลผลิตจำนวน ๒ ชนิดหรือมากกว่า แทนที่จะผลิตผลผลิตเพียงชนิดเดียว และ ๓.การประหยัดจากความเร็ว (Economies of Speed) คือ การที่ธุรกิจสามารถผลิตสินค้าได้เร็วขึ้นจะทำให้ต้นทุนลดต่ำลง และทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้ ถ้าแต่ละเมืองมี ๓ ทหารเสือแบบนี้จะเกิดความจนน้อยลงแน่นอน การเมืองมีเสรีภาพ และเสถียรภาพ สังคมต้องสมานฉันท์ แต่หลากหลายทางความคิดได้” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว 

         ทางด้านนายศรรบ หล่อธราประเสริฐ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองนั้น อยู่ที่แต่ละยุครัฐบาล ไม่รู้ว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วนโยบายจะเปลี่ยนหรือไม่ ผมอยากเรียนรู้เรื่องยุทธศาสตร์ จึงตัดสินใจไปเรียนกับ ดร.เกรียงศักดิ์ สถาบันการสร้างชาติมีทีมงาน มีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน ผมไม่เคยไปเรียนที่สถาบันไหนมาก่อน ที่นี่เป็นที่แรก สิ่งที่ผมได้คือเรื่องความคิด การมีส่วนร่วมและอุดมการณ์ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาประเทศและเยาวชนของชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ และสถาบันการสร้างชาติไม่ได้มีแค่ทฤษฎี แต่จะมีโครงการให้ลงมือปฏิบัติด้วย

         อนึ่ง สถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute-NBI) จดทะเบียนเป็นมูลนิธิภายใต้กระทรวงมหาดไทยโดยใช้ชื่อ “มูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ” สถาบันฯ เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรและไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง การทำงานของสถาบันฯ มุ่งสร้างภาคีความร่วมมือระหว่างผู้บริหารภาครัฐ เอกชน และภาคสังคม โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่สร้างความเป็นผู้นำ นักบริหาร บนฐานคุณธรรม ให้ผู้เรียนในหลักสูตรต่างๆ ที่สถาบันฯ จัดขึ้น และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งที่สถาบันฯ ดำเนินการเองและร่วมสนับสนุน เพื่อให้เกิดความเป็นผู้นำการเปลี่ยน แปลง (Change Maker) ช่วยสร้างชาติในบทบาทที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละคน เพื่อพร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วต่อไป

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๙ วันจันทร์ที่ ๒๖ - วันศุกร์ที่ ๓๐ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

79 421