13thDecember

13thDecember

13thDecember

 

November 28,2018

อลังการ‘มหกรรมผ้ามัดหมี่โลก’ โชว์ศักยภาพไหมไทยสู่นานาชาติ

           “มหกรรมผ้ามัดหมี่โลก” โชว์ศักยภาพไหมไทยสู่สายตานานาชาติ คาดนักท่องเที่ยวร่วมนับแสน ชมกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างรายได้ต่อปีกว่าพันล้านบาท

           เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น, นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายคำนวณ สุวรรณดี พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น, นายสุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทยและนายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และนายสิทธิกุล ภูคำวงศ์ รองนายก อบจ.ขอนแก่น รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว “เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี ๒๕๖๑” ซึ่งในปีนี้จังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพและตัวแทนประเทศไทยในการจัดงานมหกรรมผ้ามัดหมี่โลก เพื่อแสดงศักยภาพของวิถีชุมชนที่มีการบริหารจัดการในเรื่องผ้า โดยเฉพาะผ้าไหมและผ้ามัดหมี่ กระทั่งได้รับการประกาศให้ขอนแก่นเป็นนครแห่งผ้าไหม หรือเมืองหัตถกรรมมัดหมี่โลกในปีนี้

           นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวขอนแก่น ในการเข้ารับการประเมินให้เป็นเมืองหัตถกรรมมัดหมี่โลกจากสภาหัตถกรรมโลก หรือ World craft city for mudmee (lkat) Textiles ดังนั้น เพื่อแสดงถึงศักยภาพของจังหวัด ทุกภาคส่วนจึงได้กำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกันในการแสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความสวยงามและความเป็นขอนแก่น ด้วยการกำหนดจัดเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี ๒๕๖๑ ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคมนี้ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นการรวม ๒ งานใหญ่ไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ขอนแก่นได้ชมแบบครบถ้วนทุกเรื่องของความเป็นผ้าไหมมัดหมี่ไทย

           “นอกจากการแสดงผ้าไหมมัดหมี่ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดแล้ว นักท่องเที่ยวยังคงจะได้ชมความสวยงามของผ้าไหมมัดหมี่ที่มีเอกลักษณ์ และ อัตลักษณ์ที่โดดเด่น ที่จังหวัดได้ออกแบบลายแคนแก่นคูน ซึ่งเป็นลายเฉพาะของขอนแก่นมาเป็นจุดขาย และเป็นเสน่ห์ของเมือง ที่นักท่องเที่ยวจะได้มารับชมและมาเลือกซื้อผ้าไหมลายดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันในงานยังมีการเสวนาระดับนานาชาติโดยนักวิชาการและผู้ที่เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมมัดหมี่จากทั่วโลกมาประชุมร่วมกันที่ขอนแก่น ในช่วงระหว่างวันที่ ๔-๖ ธันวาคมนี้ด้วย และลงพื้นที่ชมกระบวนการทอผ้าไหมมัดหมี่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งขอนแก่นกำหนดวิธีและขั้นตอนในการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ที่คงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว

           ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าไหมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัด เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับจังหวัดมาอย่างต่อเนื่องปีละกว่า ๑,๑๑๑ ล้านบาท ดังนั้น การสร้างโอกาสการค้าให้กับ ผู้ประกอบการผ้าไหมของจังหวัดสู่ตลาดการค้าทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศที่ให้เกิดความยั่งยืนต่อจากนี้งานมหกรรมผ้ามัดหมี่โลกและงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ จะเป็นตลาดการค้าที่สำคัญ เป็นงานประเพณีของจังหวัดที่รวมเอาสุดยอดความเป็นขอนแก่นมารวมกันไว้ที่นี่เพียงแห่งเดียว ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน โดยที่ทางจังหวัดมั่นใจว่า จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยจะเดินทางมาท่องเที่ยวในงาน               ไม่น้อยกว่าวันละ ๑๑,๑๑๑ คน หรือตลอดทั้งช่วงของการจัดงานไม่น้อยกว่า ๑๑๑,๑๑๑ คน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะธุรกิจผ้าไหมในประเภทต่างๆ ได้อย่างมากอีกด้วย

           ทางด้านนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ปีนี้จังหวัดขอนแก่นได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสำคัญๆ มากมายที่น่าภาคภูมิใจยิ่งของชาวขอนแก่น ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้รับการยกย่องเป็น “ขอนแก่นเมืองผ้าไหมมัดหมี่โลก” ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมก่อนการจัดงานที่เป็นศูนย์รวมใจ แสดงความรัก ความสามัคคีของชาวขอนแก่น ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๓ นั่นคือ “การรำบวงสรวง ๑๐ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองขอนแก่น ฉลอง ๒๒๑ ปี” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น โดยจะมีการซ้อมใหญ่ในวันเสาร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เพลงที่ใช้ในการรำครั้งนี้ มีจำนวน ๓ เพลง ความยาว ๒๔ นาที ประกอบด้วยเพลงขอนแก่นวันนี้, ฟ้อนผูกเสี่ยว และดอกคูนเสียงแคน ซึ่งมีการตั้งเป้าว่าจะมีผู้ร่วมรำจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ คน (ปี ๒๕๕๙ มีผู้รำจำนวนกว่า ๔๐,๐๐๐ คน, ปี ๒๕๖๐ มีผู้รำจำนวนกว่า ๗๐,๐๐๐ คน) ทางเทศบาลนครขอนแก่นได้ให้การสนับสนุนด้านการจัดเตรียมสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องชาวขอนแก่น

           ในการจัดงานครั้งนี้จะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองขอนแก่นมาประดิษฐาน ณ รอบบริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่นจำนวน ๑๐ แห่ง ประกอบด้วย ๑) พระพุทธอภัยมงคลสมังคี ๒) พระพุทธพระลับ ๓) พระธาตุขามแก่น ๔) เจ้าพ่อมอดินแดง ๕) ศาลหลักเมืองขอนแก่น ๖) พระนครศรีบริรักษ์ ๗) ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ๘) พระพุทธรูป จากวัดหนองแวง ๙) พระพุทธรูป จากวัดกลาง ๑๐) พระพุทธรูป จากวัดป่าแสงอรุณ สำหรับการแต่งกายของผู้รำ คือ ผู้ชายจะสวมเสื้อเหลืองดอกคูน กางเกงดำ คาดเอวด้วยผ้าขาวม้า หรือผ้าลายแคนแก่นคูน ส่วนผู้หญิงจะสวมเสื้อเหลืองดอกคูน ผ้าซิ่นลายมัดหมี่สีเข้ม หรือผ้าฝ้าย/ไหมลายแคนแก่นคูน สไบผ้าขาวม้า หรือสไบลายแก่นคูน ผมเก็บให้เรียบร้อยพร้อมติดดอกคูนด้านซ้าย

           “ขอเชิญชวนพี่น้องชาวขอนแก่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “รำบวงสรวง ๑๐ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองขอนแก่น ฉลอง ๒๒๑ ปี จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น โดยจะมีการซ้อมใหญ่ในวันเสาร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนจังหวัดใกล้เคียง และชาวขอนแก่นร่วมชมและเที่ยวงาน“เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี ๒๕๖๑” ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน–๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๑ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พบกัน ๑๒ วัน ๑๒ คืน ชมประเพณีผูกเสี่ยว การโชว์ผ้าไหมมากมายหลากหลายแบบ, การออกร้านของหน่วยงานราชการและเอกชน สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, การออกร้านกาชาด รางวัลมากมาย การละเล่นพื้นเมืองต่าง, มหรสพมากมาย คอนเสิร์ต ดนตรี หมอลำ, คาราวานสินค้าราคาถูกจากโรงงานโดยตรง และพบกับศิลปินนักร้อง ดังนี้ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน หมอลำคณะ ประถมบันเทิงศิลป์, วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน บัวผัน ทังโส, วันที่ ๑ ธันวาคม วง Lกฮ, วันที่ ๒ ธันวาคม หมอลำคณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์, วันที่ ๓ ธันวาคม หมอลำคณะ น้องใหม่เมืองชุมแพ, วันที่ ๔ ธันวาคม พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, วันที่ ๕ ธันวาคม เบิ้ล ปทุมราช, วันที่ ๖ ธันวาคม เก๋าซึม, วันที่ ๗ ธันวาคม วงมหาหิงคุ์, วันที่ ๘ ธันวาคม เนสกาแฟ ศรีนคร, วันที่ ๙ ธันวาคม หมอลำคณะ หนูภารวิเศษศิลป์ และวันที่ ๑๐ ธันวาคม วงเฟลม” นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวในท้ายสุด

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๓๙ วันจันทร์ที่ ๒๖ - วันศุกร์ที่ ๓๐ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

76 386