13thDecember

13thDecember

13thDecember

 

December 03,2018

ว่าที่สส.โวยแบ่งเขต‘มั่ว’ เตรียมฟ้องศาลปกครอง ‘ชาติพัฒน์’ ๑๔ เขตบ่ยั่น

          พรรคการเมืองโวย กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งไม่เป็นธรรม เหมือนมีอำนาจมืดแทรกแซง และเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่ม ด้านพรรครวมพลังประชาชาติไทยของเทพเทือก บุกยื่นหนังสือร้องเรียน รอมติพรรคอาจยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ด้าน ‘เสรีรวมไทย’ เชื่อมีไอ้โม่งแทรกแซง ส่วน ‘เพื่อไทย’ ชี้โคราชมีปัญหา ๑๐ เขต วุ่นสูงเนินผสมสีคิ้ว แต่ ‘ชาติพัฒนา’ ยอมรับได้ไม่มีปัญหา คุยจัดครบ ๑๔ เขตแล้ว

          ตามที่มีราชกิจจานุเบกษาประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ความว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวกำหนด และประกาศเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑ เพื่อดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งและเป็นการเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้น ต่อมาได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบ หรือเปลี่ยนแปลงการพิจารณาหรือดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามหมวด ๓ การจัดการเลือกตั้งแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และข้อ ๗ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ในกรณีที่มีข้อร้องเรียนของประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ให้ได้ข้อยุติ โดยหากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ออกไว้ ก็ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกประกาศ เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ลงวันที่๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กำหนดระยะเวลาในการยื่นคาร้องเรียนหรือการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ ๒๐-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

          คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติในการพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๕๔/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ ถึงครั้งที่ ๖๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกา ยน ๒๕๖๑, ครั้งที่ ๖๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑, ครั้งที่ ๖๗/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๖๘/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๐ คำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ประกาศเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ทราบทั่วกันนั้น

๑๔ เขตเลือกตั้งโคราช

          สำหรับจังหวัดนครราชสีมา มีทั้งหมด ๑๔ เขต ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลหนองจะบก ตำบลโพธิ์กลาง และตำบลหนองไผ่ล้อม, เขตเลือกตั้งที่ ๒ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลจอหอ ตำบลบ้านใหม่ ตำบลหมื่นไวย ตำบลโคกสูง ตำบลพุดซา ตำบลบ้านโพธิ์  ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลตลาด ตำบลสีมุม ตำบลหนองไข่น้ำ ตำบลบ้านเกาะ ตำบล   มะเริง ตำบลพลกรัง ตำบลโคกกรวด ตำบลสุรนารี และตำบลปรุใหญ่, เขตเลือกตั้งที่ ๓ ประกอบด้วย อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอสีคิ้ว (เฉพาะตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว, เขตเลือกตั้งที่ ๔ ประกอบด้วย อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย (เฉพาะตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก  และตำบลมะค่า) อำเภอพิมาย (เฉพาะตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน, เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา และอำเภอบ้านเหลื่อม, เขตเลือกตั้งที่ ๖ ประกอบด้วย อำเภอประทาย อำเภอโนนแดง อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอคง (เฉพาะตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์  และตำบลตาจั่น, เขตเลือกตั้งที่ ๗ ประกอบด้วย อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน, เขตเลือกตั้งที่ ๘ ประกอบด้วย อำเภอห้วยแถลง อำเภอจักราช และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เขตเลือกตั้งที่ ๙ ประกอบด้วย อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหัวทะเล ตำบลหนองระเวียง และตำบลพะเนา, เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ ประกอบด้วย อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง อำเภอวังน้ำเขียว (เฉพาะตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี), เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วย อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว (ยกเว้นตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี) อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหนองบัวศาลา และตำบลไชยมงคล) อำเภอปากช่อง (เฉพาะตำบลวังกะทะ), เขตเลือกตั้งที่ ๑๒ ประกอบด้วย อำเภอปากช่อง (ยกเว้นตำบลวังกะทะ), เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ ประกอบด้วย อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอสีคิ้ว (ยกเว้นตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) และเขตเลือกตั้งที่ ๑๔ ประกอบด้วย อำเภอขามสะแกแสง อำเภอพระทองคำ อำเภอคง (ยกเว้นตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น) อำเภอโนนไทย (ยกเว้นตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก และตำบลมะค่า)

พรรคเทพเทือก’ยื่นหนังสือกกต.

          ทั้งนี้ ภายหลังจากมีราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ประกาศออกมา สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มการเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งถูกแยกออกเป็น ๔ เขตเลือกตั้ง (เขต ๑, ๒, ๙, ๑๑) รวมทั้งในพื้นที่อำเภอพิมายและปากช่องก็ถูกแยกให้เป็น ๒ เขตเลือกตั้งอีกด้วย ซึ่งรูปแบบที่ประกาศมานี้ ไม่ได้อยู่ใน ๓ รูปแบบที่กกต.เสนอให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในช่วงวันที่ ๒๐-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ 

          ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เวลา ๑๐.๔๕ น. นายลัดทา ชนะภัย แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) สาขาจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพวกได้มายื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นการจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ของจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคัดค้านรูปแบบการแบ่งเขตรูปแบบที่ ๔ ที่มีการประกาศออกมานี้ โดยมีนายศิริชัย วิริยพงศ์                   ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนคร ราชสีมา รับหนังสือและชี้แจงทำความเข้าใจ

          นายลัดทา ชนะภัย แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคประชา ธิปัตย์) เปิดเผยว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากประชาชนในหลายเขตเลือกตั้ง เกิดความสับสนและไม่เข้าใจหลักเกณฑ์การแบ่งเขต ซึ่ง กกต.ใช้หลักเหตุผลใดไม่ทราบ และไม่ใช่ทั้ง ๓ รูปแบบที่ กกต.จ. นครราชสีมา นำเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่กลับเป็นรูปแบบที่ ๔ ที่คล้ายกับรูปแบบของพรรคการ เมืองฝ่ายอำนาจรัฐออกแบบไว้ อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ เป็นชนวนให้เกิดข้อสงสัยการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่ ทำให้ประชาชนเสียสิทธิทางการเมือง เช่น เขต ๑๔ ประกอบด้วย อำเภอโนนไทย อำเภอพระทองคำ อำเภอขามสะแกแสง มีการแบ่งแยกออกอย่างชัดเจน ส่งผลให้ในพื้นที่ไม่มี ส.ส.ของตนเอง ถือว่าไม่เป็นธรรม เกิดความกังขา ทั้งที่ คสช.ขยายเวลาการประกาศเขตเลือกตั้ง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น แต่อาจเป็นวิธีการจับพื้นที่อิทธิพลของนักการเมืองให้เชื่อมต่อกันเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลหนึ่งให้ได้รับชัยชนะ อันอาจหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายเลือกตั้ง ขอให้ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากเริ่มต้นบรรยากาศก็เกิดความไม่ชอบธรรม การปฏิรูปการเมืองของประเทศไทยยังอยู่ในวงเวียนเดิม 

          “ส่วนขั้นตอนการยื่นฟ้องศาลปกครองในประเด็นนี้ ขึ้นอยู่กับมติของกรรมบริหารพรรคฯ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลปัญหาจากทั่วประเทศมาวิเคราะห์อีกครั้ง เราเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว ทุกคนมีความต้องการให้มีการเลือกตั้งไม่ว่ากำหนดเลือกตั้งส.ส.จะเป็นวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ หรือเลื่อนกำหนดขยายเวลาออกไปอีก ก็ยอมรับได้ แต่ขอให้กฎกติกาออกมาดีที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด” นายลัดทา กล่าว

          ทางด้านศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ต้องยึดปฏิบัติตามนั้น สำหรับพรรคการเมืองหรือตัวแทนนักการเมือง ที่ยื่นข้อเสนอความคิดเห็นเข้ามานี้ ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถดำเนินการได้ กกต.จ.นครราชสีมา มีหน้าที่รวบรวมและนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งในการใช้อำนาจพิจารณาต่อไป

แบ่งเขตไม่เป็นธรรม

          ในขณะที่นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดา ในฐานะว่าที่ประธานสาขาพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ในกรณีนี้ว่า ก่อนหน้านี้พวกเราเชื่อมั่นในความเป็นกลางของ กกต. ได้ประกาศจะยึดหลักเกณฑ์การจัดแบ่งเขตเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ซึ่งรูปแบบที่ ๑ ได้ผ่านความเห็นชอบทั้งพรรคการเมืองและประชาชน โดยมาปรับเล็กน้อย เพื่อให้มีสัดส่วนประชากรใกล้เคียงกัน แต่ในระหว่างนี้มีไอ้โม่งเข้าไปแทรกแซงการจัดแบ่งเขตเลือกตั้งและนำเสนอรูปแบบที่ ๔ ยึด “กติกู” ไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์แต่อย่างใด และลงพื้นที่หาเสียงในรูปแบบที่ออกแบบไว้ เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองมานานหลายเดือน หลายพรรคการเมืองก็ไปยื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นพร้อมท้วงติงความไม่ชอบมาพากล คำตอบสุดท้าย กกต.คือ ประกาศใช้รูปแบบที่ ๔ ของนักการเมืองฝ่ายอำนาจรัฐเป็นผู้ออกแบบ ส่งผลให้พรรคเสรีรวมไทยเกิดความวุ่นวาย ต้องจัดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใหม่หลายเขตเลือกตั้ง เนื่องจากพื้นที่ทับซ้อน บางเขตเลือกตั้งถูกจัดแบ่งโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ๑.พื้นที่ติดต่อกัน ๒.ความสะดวกในการคมนาคม ๓.เป็นรูปแบบที่แยกตำบลออกจากอำเภอน้อยที่สุด และ ๔.เคยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อนหรือใกล้เคียงกับรูปแบบการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทั้งนี้ หากสัดส่วนแตกต่างกันเกินไปให้แบ่งตำบลของแต่ละอำเภอมารวมเป็นเขตเลือกตั้ง จึงขอให้ กกต.ชี้แจงข้อสงสัยให้สังคมรับทราบด้วย

เขต ๓ โคราชไม่เหมือนเดิม

          อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอสีคิ้ว (เฉพาะตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) โดยเดิมนั้น เขต ๓ นี้จะประกอบด้วย อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอเมือง (เฉพาะตำบลปรุใหญ่ สุรนารี บ้านใหม่ สีมุม และโคกกรวด) ซึ่งผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.คือนายประเสริฐ บุญชัยสุข จากพรรคชาติพัฒนา และผูกขาดพื้นที่นี้มาโดยตลอด แต่ในสมัยนี้จะส่งนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภาอบจ.นครราชสีมา มาลงแทนนายประเสริฐ บุญชัยสุข ที่จะไปลงในระบบบัญชีรายชื่อ แต่ล่าสุดนี้มีการนำ ๖ ตำบลของอำเภอสีคิ้วมารวมด้วยเพื่อให้มีสัดส่วนประชากรใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งอื่นๆ จึงมีข่าวว่านายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งผูกขาดตำแหน่ง ส.ส.เขตอำเภอสีคิ้วมาหลายสมัย อาจย้ายมาลงสมัครส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ ๓ 

มีปัญหา ๑๐ เขต

          นอกจากนี้ มีข่าวจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่ตรงตามความต้องการของชาวโคราชเลย โดยชาวโคราชส่วนใหญ่อยากได้เขตเลือกตั้งรูปแบบที่ ๑ แต่ กกต.กลับแบ่งเขตเป็นแบบที่ ๔ โดยไม่ได้อยู่ใน ๓ รูปแบบที่แบ่งเขตตั้งแต่แรก เมื่อแบ่งเขตออกมาแล้วมีปัญหามากถึง ๑๐ เขต ซึ่งไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗ เลย การที่ กกต.แบ่งเขตแบบนี้ทำให้เข้าใจได้ว่า กกต.ทำงานไม่เป็นกลาง และถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะขอหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่า จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง ทั้งนี้ ที่เป็นปัญหาแบบนี้พอเข้าใจได้เพราะเราเป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมาย

ชาติพัฒนา’ไม่มีปัญหา

          ในขณะที่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แสดงความคิดเห็นว่า หลายเขตเลือกตั้ง รวมถึงที่นครราชสีมา มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก ๓ รูปแบบเดิมที่ กกต.เคยประกาศไว้ เข้าใจว่าคงมาจากกรณีที่มีการร้องเรียน จึงทำให้ กกต.ต้องตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอำนาจอยู่ในมือ เพื่อให้ทันระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามกรอบ โดยพรรคชาติพัฒนามีความเห็นว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นมีผลได้เสียที่มีนัยสำคัญต่อผลการเลือกตั้งพอสมควร มีบางคนได้เปรียบเสียเปรียบ เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจได้ ดังนั้น ถ้า กกต.ได้ทำหน้าที่ด้วยความถูกต้อง และเราเชื่อมั่นในความเป็นกลาง เป็นธรรมของ กกต. ก็ต้องยอมรับกัน ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร ก็ยังพอมีเวลาที่จะไปปรับกลยุทธ์ ซึ่งในสนามเลือกตั้ง เปรียบเหมือนกีฬาที่ผู้เล่นและโค้ชจะต้องไปวางแผนการเล่นและการวางตัวผู้เล่น เพื่อให้เหมาะสมกับเกมและกติกาเพื่อให้ได้ชัยชนะ ชาติพัฒนาได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองด้วยแนวทางประนีประนอมเดินสายกลางมาตลอด และต้องการมีส่วนในการช่วยกันรักษาบรรยากาศดีๆ เข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับและแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้ ชาติพัฒนาไม่มีปัญหาในเรื่องนี้และมีความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

          ในเรื่องนี้ นายอุทัย มิ่งขวัญ หัวหน้าสาขาพรรคชาติพัฒนา ประจำจังหวัดนครราชสีมา ย้ำกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า พรรคชาติพัฒนาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ กับการแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.ที่ประกาศออกมานี้ และขณะนี้มีผู้สมัครครบ ๑๔ เขตแล้ว แต่ยังเปิดเผยรายชื่อไม่ได้

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๐ วันเสาร์ที่ ๑ - วันพุธที่ ๕ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


48 353